"ถ้าคุณอาทิตย์ยังกล้าแย่งไอศกรีมรสรมนต์เกาะกูดถ้วยสุดท้ายของฉันไปกินต่อหน้าต่อตาอีกวินาทีเดียว ฉันจะเอาแผนที่นี่ตีหัวคุณให้สมองกระทบกระเทือนจนจำทางกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้จริงๆ ด้วยนะ!"
เสียงโวยวายปนหอบเหนื่อยของรินดังลั่นร้านกาแฟไม้กึ่งวินเทจริมชายหาด บล็อกเกอร์สาวสายลุยกำลังยืนเท้าสะเอว แก้มป่องจนแทบจะระเบิดด้วยความโกรธปนความเสียดาย ดวงตากลมโตถลึงมองชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างสบายอารมณ์อยู่ตรงข้าม
อาทิตย์ยักไหล่ช้าๆ เขายังคงเคี้ยวไอศกรีมรสโปรดของเธออย่างหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่เลื่อนมาอยู่ที่ปลายจมูกมองเธอนิ่งๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ แบบที่รินเกลียดนักเกลียดหนา
"โวยวายเสียงดังระวังหน้าแก่เร็วนะครับคุณบล็อกเกอร์ อีกอย่าง... ถ้วยนี้ผมเป็นคนจ่ายเงินนะ ในฐานะนักลงทุน ผมมีสิทธิ์ในผลกำไรและผลิตภัณฑ์โดยชอบธรรมทุกประการ"
"คุณมัน... คนหน้ามึนหน้าเลือดที่สุดในสามโลก!" รินกระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ เธอทรุดตัวลงนั่งกระแทกสะโพกกับเก้าอี้ไม้ไผ่จนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอาร์ด กอดอกเชิดหน้าหนีไปทางทะเลสีครามที่กำลังซัดสาดฟองคลื่นขาวโพลนเข้าหาฝั่ง เพื่อแสดงออกชัดเจนว่าเธอกำลัง "งอน" และ "ไม่คุยด้วยแล้ว"
บรรยากาศรอบตัวพวกเขายามบ่ายคล้อยในอำเภอเกาะกูดแห่งนี้ช่างอบอวลไปด้วยความวุ่นวายใจของรินคนเดียวเสียมากกว่า ลมทะเลพัดเอื่อยกลิ่นไอเค็มปะทะจมูก แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเธอมากกว่าลมทะเลก็คือผู้ชายตัวสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคนนี้นี่แหละ ตั้งแต่เดินทางร่วมกันมาสิบตอนเต็มๆ ไม่มีวันไหนเลยที่หัวใจเธอจะไม่ทำงานหนักเกินอัตราการเต้นของมนุษย์ปกติ
อาทิตย์วางช้อนลงบนโต๊ะไม้ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดึงสติของหญิงสาวให้กลับมา ร่างสูงขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นจนเข่าเกือบจะชิดกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ปะปนกับกลิ่นไอแดดและเกลือทะเลลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
"งอนเป็นเด็กไปได้..." น้ำเสียงนุ่มทุบทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ
"ใครเด็ก! ฉันโตจนจะขึ้นคานทองอยู่แล้วคุณไม่ต้องมาพูดเลย ถอยไปห่างๆ เลยนะ ร้อน!" รินขยับตัวหนีพร้อมกับปัดมือไล่อากาศราวกับรังเกียจ แต่ใบหูที่แดงก่ำจนลามไปถึงต้นคอกลับทรยศคำพูดของเธออย่างสิ้นเชิง
อาทิตย์ลอบยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่รินมักจะนิยามในใจว่า "รอยยิ้มพิฆาตใจคนซึน" เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้หญิงปากแข็งตรงหน้าคืออะไร และเขาก็ไม่เคยลังเลที่จะใช้มันเลยสักครั้ง
"ร้อนเหรอครับ? แต่ผมว่าอากาศตอนนี้ก็ปกตินะ... หรือว่าเป็นเพราะอย่างอื่นกันแน่?" อาทิตย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ รินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกสะกดจิต ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลช้าลงไปถนัดตา
"อะ... อะไรของคุณ ถอยไปนะ บอกให้ถอยไง!" รินยกมือขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้ แต่นอกจากมันจะไม่ขยับเขยื้อนแล้ว ฝ่ามือของเธอยังสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่ายที่ดัง ตุบ... ตุบ... และมันก็เต้นเร็วไม่แพ้เธอเลย
จังหวะนั้นเอง... ชายหนุ่มไม่ได้ถอยร่นตามคำสั่ง
อาทิตย์ฉวยโอกาสตอนที่เธอกำลังตกใจ ยกมือขึ้นเรียวสวยของเขาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปลาย นิ้วอุ่นจัดแตะเบาๆ ที่หน้าผากมนของเธอ บริเวณไรผมที่ชื้นเหงื่อจากการเดินทางตากแดดตากลมมาทั้งวัน
และก่อนที่รินจะทันได้เปล่งเสียงโวยวายคำรามใดๆ ออกมา...
*จุ๊บ.*
สัมผัสอุ่นนุ่มประทับลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา รวดเร็ว และแนบแน่น ท่ามกลางเสียงคลื่นลมทะเลและเสียงหัวใจที่กระหน่ำรัวราวกับกลองเพลในอกของริน
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ
รินเบิกตากว้างจนแทบจะถลونออกจากเบ้า สมองขาวโพลนกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ร่างกายแข็งทื่อเป็นหินทับหลังปราสาทขอม มือที่เคยผลักอกเขาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อยด้วยความช็อกขั้นสุด
อาทิตย์ผงะถอยหลังกลับไปนั่งท่าเดิม ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับไปด้วยประกายความขบขันและความอ่อนโยนที่ปิดไม่มิด
"ผมแค่เช็ดเหงื่อให้... แหม ทำเป็นตกใจไปได้" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแกมเย้าแหย่
"คุณ... คุณอาทิตย์!" รินกรีดร้องออกมาเบิดเสียง ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนคิดว่าถ้ามีไข่ต้มคงสุกคาที่ได้ ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า "คุณฉวยโอกาส! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย! ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาสโรคจิต!"
"อ้าวๆ เสียงดังอีกแล้วนะครับ ระวังคนแถวนี้เขาจะหาว่าผมทำมิดีมิร้ายคุณกลางวันแสกๆ นะครับริน" อาทิตย์หัวเราะร่ออย่างอารมณ์ดี เขายกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองเบาๆ แก้เก้อ แต่สายตายังคงจดจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวด้วยความเอ็นดูระคนคลั่งรัก
"ฉันจะฟ้อง... ฉันจะฟ้องโซเชียล! จะเขียนบล็อกประจานคุณให้ยอดฟอลโลว์ตกติดลบเลยคอยดู!" รินชี้หน้าคาดโทษ ตัวสั่นด้วยความเขินอายปนโกรธ เธอไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกวูบวาบที่แล่นพล่านอยู่ในท้องตอนนี้อย่างไรดี มันทั้งจั๊กจี้ ทั้งเขินจนหายใจไม่ออก และที่แย่ที่สุดคือ... หัวใจเธอดันเต้นแรงเกินกว่าจะควบคุมได้นี่สิ
"ถ้าฟ้องแล้วผมได้กอดคุณเป็นค่าเสียหาย... ผมยอมติดคุกข้อหาอนาจารเลยนะเนี่ย"
"ไอ้... คนบ้า!"
รินทนรับความหน้ามึนของตากล้องหนุ่มไม่ไหวอีกต่อไป เธอกระแทกส้นเท้าเดินหนีออกจากร้านกาแฟฉับๆ ทิ้งให้อาทิตย์นั่งอมยิ้มมองตามแผ่นหลังบางที่เดินดุ่มๆ ไปตามแนวชายหาดด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ แต่รีบเร่งราวกับหนีผี
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ มือหนายกขึ้นแตะหน้าผากตัวเองตรงจุดที่เพิ่งสัมผัสหน้าผากเนียนนุ่มของหญิงสาวเมื่อครู่ รอยยิ้มอบอุ่นระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
*แกล้งกันแรงระวังใจพังนะพี่...* ประโยคที่เธอยังไม่ได้พูดออกมา แต่เขารู้ว่าเธอกำลังตะโกนมันอยู่ในใจแน่ๆ
อาทิตย์ลุกขึ้นหยิบกระเป๋ากล้องและสัมภาระ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ตามหลังบล็อกเกอร์สาวจอมโวยวายที่ตอนนี้เดินลับหายไปตรงโค้งโขดหินริมหาดแล้ว ทริปนี้... ดูท่าทางจะยิ่งยาวนานและสลักลึกEลงไปในหัวใจของเขายิ่งกว่ารอยเท้าบนผืนทรายเสียอีก
ทว่า... ในจังหวะที่อาทิตย์กำลังก้าวเดินตามหลังรินไปติดๆ นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของเขาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เป็นข้อความจากบุคคลปริศนาที่เขาไม่ได้ติดต่อมานานแรมปี และเนื้อหาในหน้าจอนั้น... ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มแข็งค้างลงทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความเคร่งเครียด
*[ข้อความจาก: P'Jane]*
*“อาทิตย์... แกอยู่ที่เกาะกูดจริงๆ ด้วยสินะ ช่วยกลับมาเคลียร์เรื่องของเราให้จบก่อน... ไม่อย่างนั้นฉันจะไปหาผู้หญิงที่แกกำลังแบกเป้เที่ยวด้วยตอนนี้เอง”*
อาทิตย์ชะงักฝีเท้าลงทันที สมองประمวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงคลื่นลมที่ซัดสาดเข้ามาในโสตประสาท เขาหันขวับกลับไปมองทางด้านหลัง ท้องฟ้าที่เคยสดใสเมื่อครู่กลับรู้สึกอึมครึมขึ้นมาถนัดตา
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 11
แกล้งกันแรงระวังใจพังนะพี่
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!