เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 10

เกมวงเหล้ากับคำถามสุดจี๊ด

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"บอกมาก่อนสิว่าถ้าฉันตอบถูก นายจะยอมยกกระเป๋าเดินทางใบนั้นให้ฉันฟรีๆ เลยไหมล่ะ เจ้าอาทิตย์!" เสียงโวยวายของรินดังข้ามโต๊ะไม้ตัวเล็กในโฮมสเตย์กลางหุบเขา ท่ามกลางอากาศเย็นเฉียบของค่ำคืนที่มีเพียงแสงไฟส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเล็กๆ และขวดเบียร์ลาเกอร์ที่พร่องไปกว่าครึ่งโหล บนกระดานกระดาษโน้ตแผ่นเล็กเต็มไปด้วยลายมือยึกยือของเกม 'Truth or Dare' ฉบับเฉพาะกิจที่เราสองคนคิดกติกากันขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อฆ่าเวลาในคืนที่ฝนตกหนักจนออกไปไหนไม่ได้ ผมแค่นسยิ้มมุมปาก ยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบเบาๆ ปล่อยให้ฟองนุ่มละมุนแตะริมฝีปาก ก่อนจะช้อนสายตามองบล็อกเกอร์สาวจอมลุยที่ตอนนี้กำลังนั่งกอดอกทำแก่งอนใส่ผมอยู่ "กระเป๋าเดินทางใบนั้นน่ะราคาแพงกว่ากล้องตัวโปรดผมอีกนะครับคุณริน จะให้ยกให้ฟรีๆ ได้ยังไง ยกเว้นแต่ว่า..." ผมเว้นจังหวะ ทิ้งสายตาเจ้าเล่ห์ใส่เธอแบบเต็มพิกัด "ถ้าคุณตอบคำถามข้อนี้ไม่ได้ คุณต้องเป็นคนแบกเป้ใบโตของผมไปตลอดทริปที่เหลือ... ดีไหมล่ะครับ" "หูย! เอาเปรียบกันชัดๆ!" รินร้องลั่น โวยวายเสียงดังจนพี่เจ้าของโฮมสเตย์ที่นั่งอยู่มุมห้องต้องหันมามองแล้วอมยิ้ม "นายมันคนเจ้าเล่ห์ เจ้าอาทิตย์! ไหนล่ะคำถามของนาย เอามาเลย ฉันไม่กลัวหรอก มือฉมังเรื่องตอบคำถามแฟนคลับอย่างฉันเนี่ย รู้ทันคนอย่างนายหมดแหละ!" "งั้นเหรอครับ..." ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ กับความมั่นใจที่ดูเหมือนจะเกินร้อยของเธอ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเริ่มหลบเลี่ยงการสบตาเมื่อผมโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด "คำถามมีอยู่ว่า... ตั้งแต่เราเริ่มออกเดินทางด้วยกันมาสิบวันเนี่ย มีสักวินาทีไหมครับ ที่หัวใจของคุณมันเต้นผิดจังหวะเพราะผม" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเงียบลงไปถนัดตา เสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสีด้านนอกกลายเป็นเพียงฉากหลังเบาๆ รินชะงักค้างไปทันที มือที่กำลังจะหยิบกระป๋องเบียร์นิ่งสนิท ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าเนียนใสจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อลามไปจนถึงใบหูอย่างปิดไม่มิด ให้ตายเถอะ... แค่เห็นท่าทางลนลานแบบนี้ หัวใจของผมเองก็เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเสียเองแล้วเหมือนกัน "อะ... อะไรของนายเนี่ย!" รินเสียงสั่นอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบยกมือขึ้นมาพัดหน้าตัวเองแก้เขิน ทั้งๆ ที่อากาศข้างนอกหนาวจนแทบจะจับขั้วหัวใจ "คำถามบ้าอะไรเนี่ย ใครเขาจะไปใจเต้นกับคนกวนประสาทอย่างนายกันเล่า! หลงตัวเองที่สุด!" "อ้าว ผมยังไม่ได้ระบุชื่อเลยนะครับว่าหมายถึงใคร ทำไมคุณรินร้อนตัวเร็วจังล่ะครับเนี่ย" ผมแกล้งเลิกคิ้วถามด้วยรอยยิ้มกวนๆ ที่ตั้งใจส่งไปยั่วโมโหเธอโดยเฉพาะ "นาย! ไอ้... ไอ้ตากลoresizingหน้าตาย!" รินชี้หน้าผมอย่างคาดโทษ ใบหน้าบูดบึ้งด้วยความเขินอายจนแก้มป่องกลายเป็นลูกโป่ง "ตอบไม่ได้โว้ย! เมาแล้ว นายเมาเบียร์แน่ๆ เจ้าอาทิตย์!" "ผมยังไม่ได้เมาสักหน่อย..." ผมทอดเสียงนุ่มโดยไม่รู้ตัว สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้ฉายแววสับสนและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "แต่ถ้าคุณไม่อยากตอบ... งั้นให้ผมเป็นคนตอบแทนไหมล่ะครับ" รินกะพริบตาปริบๆ เผลอถอยหลังหนีเล็กน้อยเมื่อผมขยับเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งเธอมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กปะปนกับกลิ่นอายฝนลอยมาแตะจมูก "นา... นายจะตอบอะไรเล่า ถอยไปเลยนะ!" "ผมจะตอบว่า..." ผมหยุดพูดไปชั่วครู่ ตั้งใจเว้นจังหวะให้หัวใจของคนตรงหน้าเต้นรัวเล่นๆ ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเห็นคุณยืนโวยวายอยู่หน้าสถานีรถไฟในวันแรก... หัวใจของผมมันไม่เคยเต้นปกติเลยสักวันครับคุณริน" เพล้ง! เสียงกระป๋องเบียร์ในมือรินเกือบจะหลุดร่วงลงพื้นถ้าเธอไม่รีบคว้ามันไว้แน่น ร่างบางแข็งทื่อไปทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ปากอ้าพะงาบๆ เหมือนอยากจะเถียงแต่หาคำพูดไม่เจอ ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นโกโก้ครั้นช์ ผมยิ้มกว้างออกมาอย่างผู้ชนะ รู้สึกสะใจไม่น้อยที่ได้เห็นคนปากเก่งเสียอาการจนไปไม่เป็นแบบนี้ "ทีนี้... ตาคุณต้องยอมรับบทลงโทษแล้วล่ะครับ ว่าไง จะแบกเป้ให้ผม หรือจะยอมรับความจริงดีล่ะครับ" รินเม้มริมฝีปากแน่น แก้มแดงก่ำลามไปถึงลำคอ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมตรงๆ ด้วยแววตาที่สั่นระริกเล็กน้อย "ก็ได้! นายชนะแล้ว เจ้าอาทิตย์คนบ้า!" เธอกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟันด้วยความเขินอายสุดขีด "แต่นายจำไว้เลยนะ ถ้าทริปนี้จบลงเมื่อไหร่ ฉันจะเอาคืนนายให้สาสมเลยคอยดู!" ผมหัวเราะร่วนออกมาด้วยความชอบใจ บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นและฟีลกู๊ดเสียจนไม่อยากให้ค่ำคืนนี้สิ้นสุดลงเลย ทว่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากแซวเธอต่อ เสียงเคาะประตูกระแทกดังปังๆ ขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของไกด์ท้องถิ่นที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในโฮมสเตย์ "คุณอาทิตย์! คุณริน!แย่แล้วครับ! สะพานไม้ข้ามหุบเขาด้านหน้าถูกน้ำป่าซัดขาดเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนนี้สัญญาณโทรศัพท์ตัดขาดทุกเครือข่ายแล้ว!" รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้างทันทีเมื่อสบตากับรินที่หันมามองผมด้วยความตื่นตระหนก... และบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืดนอกหน้าต่าง ก็กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เราทีละน้อย ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%