"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังวิ่งหนีความจริงนะครับคุณริน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความขี้เล่นตามแบบฉบับของนายอาทิตย์ดังขึ้นที่ด้านหลัง หยุดฝีเท้าของบล็อกเกอร์สาวสายลุยที่กำลังจ้ำอ้าวหนีบรรยากาศชวนอึดอัดบนยอดดอยลมแรงแห่งนี้ รินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหยุดเดินแล้วหันขวับกลับมามองค้อนใส่ตากล้องหนุ่มฟรีแลนซ์ที่ยืนพิงเสาไม้สนเขาด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ ราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับความเงียบงันที่พวกเขาสะสมมาตลอดสามกิโลเมตรสุดท้ายของการเดินป่า
"ใครหนีคะ... เอ้ย! ใครหนีเล่า!" รินเกือบเผลอหลุดปากพูดคำลงท้ายตามความคุ้นชิน แต่ต้องรีบเบรกตัวเองหัวทิ่มเมื่อนึกถึงฟอร์มของบล็อกเกอร์สาวปากแจ๋วที่ต้องไม่ยอมแพ้ผู้ชายกวนประสาทคนนี้เด็ดขาด "ฉันแค่เดินเร็วเพราะกลัวน้ำแข็งไสในเป้ละลายต่างหาก คุณนั่นแหละ มัวแต่เดินชักช้าทำฟอร์มเป็นพระเอกเอ็มวีอยู่ได้"
อาทิตย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่นุ่มนวลและมีเสน่ห์จนรินต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยมุกกวนๆ เหมือนทุกที ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่ถูกดันขึ้นไปไว้บนหน้าผากคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก—มันไม่ใช่แววตานิ่งสนิทแบบที่เขาชอบใช้กลบเกลื่อนความรู้สึก แต่เป็นความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มบางๆ
"น้ำแข็งไสหมดอายุความเย็นไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วครับคุณริน..." อาทิตย์ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ช่วงแขน บรรยากาศรอบตัวจากเดิมที่เคยมีเสียงลมหวีดหิวผ่านยอดสน กลับเงียบงันลงราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่คนสองคน "ยอมรับเถอะครับว่าคุณกำลังตกใจ ที่ผมเปิดปากเล่าเรื่องนั้นให้คุณฟังเมื่อตอนพักเที่ยง"
รินเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลย้อนกลับไปถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้บนโขดหินริมลำธาร ตอนนั้นอาทิตย์แค่ก้มมองกล้องดิจิทัลเก่าๆ ในมือ เลนส์ของมันมีรอยขีดข่วนลึกจากการกระแทกเมื่อหลายปีก่อน และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กำแพงน้ำแข็งของตากล้องหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์ในสายตาทุกคนเริ่มพังทลายลง
*“กล้องตัวนี้ไม่ได้พังเพราะอุบัติเหตุหรอกครับ...”* เสียงของอาทิตย์ในตอนนั้นลอยเข้ามาในโสตรประสาท *“แต่มันพังเพราะผมเป็นคนเหวี่ยงมันลงพื้นเอง ในวันที่ผมเพิ่งรู้ว่า... ภาพถ่ายที่ผมทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด เพื่อเก็บบันทึกเรื่องราวความฝันของคนสำคัญที่สุดในชีวิต มันไม่มีความหมายอะไรเลยในสายตาของเขา”*
ภาพรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่มุมปากของอาทิตย์ในตอนที่เขาบอกเล่าเรื่องราวนั้น ผุดขึ้นมาในหัวของริน มันไม่ใช่รอยแผลจากการต่อสู้เท่ๆ แต่มันคือร่องรอยของความสะเพร่าทางอารมณ์ในอดีต วันที่เขาเคยสูญเสียทั้งแรงบันดาลใจ คนรัก และตัวตนของตัวเองไปพร้อมๆ กันบนเส้นทางสายการเดินทางที่เขาเคยรักที่สุด
"ฉันไม่ได้ตกใจสักหน่อย..." รินเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง "ฉันแค่... แค่คิดว่าผู้ชายปากจัดอย่างคุณ จะมีมุมดาร์กๆ แบบนี้กับเขาด้วยเหรอ นึกว่าเกิดมาพร้อมกับความกวนประสาทเสียอีก"
อาทิตย์ยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นยิ้มที่เจือความเศร้าและโล่งอกในเวลาเดียวกัน เขาถอดเป้สะพายหลังออกแล้วหย่อนตัวลงนั่งบนโขดหินก้อนใหญ่ ปล่อยให้ขาทอดไปตามความลาดชันของภูเขา ก่อนจะตบพื้นที่ว่างข้างๆ เป็นเชิงอนุญาตให้เธอนั่งลง
"มานั่งนี่สิครับ ลมตรงนี้แรง เดี๋ยวคุณปลิวตกเขาไป ผมจะไม่มีคนเถียงด้วยระหว่างทาง"
รินลังเลอยู่เสี้ยววินาที แต่ความเหนื่อยล้าจากการเดินและแรงดึงดูดประหลาดจากสายตาคู่นนั้น ทำให้เธอมصارยอมเดินไปหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ โดยเว้นระยะห่างไว้พอสมควร กลิ่นอายความเป็นธรรมชาติผสมกับกลิ่นแดดจางๆ จากเสื้อแจ็กเก็ตของเขาโชยมาแตะจมูก ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของบล็อกเกอร์สาวเต้นผิดจังหวะอย่างช่วยไม่ได้
"เล่าต่อสู้..." รินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สายตาทอดมองไปยังทิวเขาซับซ้อนเบื้องล่างที่ถูกย้อมด้วยแสงสีส้มอุ่นๆ ของยามเย็น "หลังจากที่คุณโยนกล้องตัวนั้นทิ้ง... คุณทำยังไงต่อ? กลายเป็นพวกแบกเป้ท่องโลกหนีความจริงไปเรื่อยๆ แบบนี้เหรอ?"
อาทิตย์เงียบไปชั่วครู่ ดวงตาสสีเข้มทอดยาวไปยังขอบฟ้าไกล "มันไม่ได้โรแมนติกเหมือนในนิยายหรอกนะครับคุณริน... ช่วงปีแรก ผมเกลียดกล้องถ่ายรูป เกลียดการเดินทาง และเกลียดตัวเองที่สุด ผมคิดว่าโลกใบนี้มันใจร้ายมาก ที่พรากทุกอย่างไปจากผมในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งโปรเจกต์ในฝัน ทั้งคนที่ผมรัก และความเชื่อมั่นที่ผมมีต่อการกดชัตเตอร์แต่ละครั้ง"
รินหันไปมองเสี้ยวหน้าของเขา แสงสีทองสาดกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและขนตางอนยาว ภาพของผู้ชายที่มักจะถือกล้องคอยแซวเธอเรื่องมุมถ่ายรูปในทุกๆ สถานที่ กลับซ่อนรอยแผลที่ลึกขนาดนี้เอาไว้ ความรู้สึกโกรธเคืองที่เขาชอบแกล้งเธอก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกนุ่มนิบและอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก
"แล้วทำไม... ถึงยอมกลับมาจับกล้องอีกครั้งล่ะคะ?" เสียงของรินเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว ไม่มีเค้าลางของความปากไวหรือการหาเรื่องกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย
อาทิตย์หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เพราะผมบังเอิญเจอผู้หญิงคนหนึ่งครับ..."
รินขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ "ผู้หญิง? ใครเหรอ? แฟนเก่าคุณ?"
"เปล่าครับ..." อาทิตย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นที่กลับมาอีกครั้ง "เธอเป็นบล็อกเกอร์ปากจัดคนหนึ่ง ที่เดินสะดุดรากไม้จนกล้องเกือบพังคาตีนเขาในทริปแรกที่เราเจอกัน ยัยนั่นโวยวายเสียงดังลั่นป่า ทั้งๆ ที่เข่าตัวเองเลือดซึมแต่ยังห่วงแต่โดรนราคาแพงของตัวเอง ภาพที่ผมเห็นเธอนั่งร้องไห้งอแงแต่ก็ยังลุกขึ้นมาเดินต่อด้วยแววตาดื้อรั้น... มันทำให้ผมตระหนักได้ว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีไว้ให้เรานั่งเสียดายอดีตที่พังไปแล้ว แต่มันมีไว้ให้เราเก็บเศษเสี้ยวความทรงจำที่เหลืออยู่ แล้วก้าวเดินต่อไปต่างหาก"
รินอ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู "นี่คุณ!... พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงยะ! ฉันไปเป็นแรงบันดาลใจให้คุณตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่ามามั่วนิ่มนะ!"
"ผมไม่ได้มั่วนิ่มสักหน่อยครับคุณริน..." อาทิตย์ยื่นมือหนาออกมาอย่างรวดเร็ว ปลาย นิ้วอุ่นๆ เกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาบังแก้มของเธอออกให้อย่างแผ่วเบา โดยที่รินไม่ทันได้ตั้งตัว การกระทำนั้นรวดเร็วและเป็นธรรมชาติจนทำให้ลมหายใจของเธอกลางคัน "ขอบคุณนะครับที่ทำให้ผมอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปอีกครั้ง... และขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่า การเดินทางร่วมกับใครสักคน มันสนุกกว่าการเดินคนเดียวเยอะเลย"
รินนิ่งค้างไปสนิท สมองขาวโพลน หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงลมบนยอดดอย เธอนั่งตัวแข็งทื่อ ปากอ้าพะงาบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับรุกฆาตครั้งนี้
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งคู่กำลังเชื่อมเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของอาทิตย์ก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ อาทิตย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
*ป๊อปอัพแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชท:*
**[พิมพ์จาก: มิน]**
*"อาทิตย์... พี่อยู่ที่พักข้างล่างแล้วนะ รีบกลับมาหาพี่หน่อยได้ไหม พี่มีเรื่องสำคัญมากจริงๆ ที่ต้องคุยกับเรา เรื่องของเราเมื่อก่อน..."*
อาทิตย์ชะงักไป ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองหน้าของรินที่กำลังมองหน้าจอโทรศัพท์ของเขาเช่นกัน ความตกใจฉายชัดในแววตาของตากล้องหนุ่ม เขารีบกดล็อกหน้าจอทันทีด้วยความลนลานที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณริน... มันไม่ใช่..." อาทิตย์อ้าปากจะอธิบาย แต่รินกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยทันที ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
"ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ..." รินลุกขึ้นยืนปัดก้าวฝุ่นที่กางเกงด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย พยายามดึงฟอร์มความเข้มแข็งของตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด "แฟนเก่าคุณมารอถึงที่นี่แล้วนี่คะ... เชิญลงไปเคลียร์กันตามสบายเถอะ ฉันขอตัวไปเก็บของก่อนนะ"
รินหันหลังเดินจ้ำอ้าวหนีไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงเรียกของอาทิตย์ที่ดังไล่หลังมา เสียงฝีเท้าของเธอกระแทกพื้นดินหนักหน่วงเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ขณะที่นิ้วมือเรียวรีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาอย่างร้อนรน และเผลอกดส่งข้อความหาเพื่อนสนิทด้วยความสับสนปนน้อยใจโดยไม่ทันคิดอะไร...
*รินพิมพ์ส่งข้อความในแชทกลุ่ม:*
**(ริน):** *"แก... แฟนเก่าหมอนั่นโผล่มาว่ะ ฉันควรทำตัวยังไงดีวะเนี่ย อยากจะวาร์ปหนีไปดาวอังคารชะมัด!"*
**[ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ]:** *ข้อความถูกส่งแล้ว และคุณไม่สามารถกดยกเลิกทัน*
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 20
บาดแผลที่ใจของอาทิตย์
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!