"ถ้าคุณยังเดินสะดุดขาตัวเองอีกรอบ ผมจะจับคุณแบกขึ้นบ่าแล้วนะริน ไม่ใช่เพราะโรแมนติกหรอกนะ แต่กระเป๋าเดินทางของคุณมันหนักจนไหล่ผมจะหลุดอยู่แล้วครับ"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของอาทิตย์ดังขึ้น ท่าลมหนาวที่พัดโชยมาปะทะยอดเขาในยามพลบค่ำ บรรยากาศรอบตัวเราตอนนี้คือวิวพาโนรามาของหุบเขาที่ถูกย้อมด้วยแสงสีส้มอมชมพูของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า แต่บอกเลยว่าโรแมนติกที่ว่านั้นไม่ได้เข้า
สมองของบล็อกเกอร์สาวปากไวอย่างผม... เอ๊ย ริน เลยสักนิด
"ปากดีจริงนะตาอาทิตย์! ใครบอกให้คุณมาแบกกระเป๋าฉันไม่ทราบ ฉันก็แค่มุดหลบก้อนหินเมื่อกี้ผิดจังหวะนิดเดียวเองน่า... โอ๊ย!"
รินร้องอุทานเบาๆ เมื่อข้อเท้าเจ้ากรรมดันพลิกซ้ำรอยเดิมตอนที่พยายามจะก้าวถอยหลังเพื่อเถียงเขาให้ชนะ ทรวดทรงที่เซถลาไปข้างหน้าทำให้กล้อง DSLR ราคาแพงในมือของอาทิตย์เกือบจะหลุดมือ ดีที่สัญชาตญาณของตากล้องหนุ่มไวกว่า เขาคว้าเอวรินเอาไว้ได้ทัน ทว่าแรงเหวี่ยงนั้นทำให้เราทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปกองบนพื้นหญ้านุ่มๆ ใกล้จุดชมวิวโดยมีร่างสูงของอาทิตย์คร่อมทับอยู่ทางด้านบนพอดี
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ใกล้ใบหน้า จนรินต้องรีบหลบสายตาคมกริบคู่นั้นที่มองลงมานิ่งๆ
"ไหนบอกว่าเดินเก่งนักไงครับ บล็อกเกอร์สายลุย" เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมหู จนคนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่
"ก็... ก็พื้นมันลื่นนี่นา! แล้วนี่คุณจะทับฉันอีกนานไหม ตัวหนักอย่างกับแบกกระสอบทรายแหนะ ลุกขึ้นไปเลยนะ!" รินโวยวายกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยการใช้มือดันแผงอกอีกฝ่ายให้ถอยห่าง แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะขยับ เขากลับยิ่งแกล้งทิ้งน้ำหนักลงมาเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา
"ไม่เอาหรอกครับ พื้นตรงนี้มันเย็น แถมตรงนี้... ก็อุ่นดีออก" อาทิตย์ตอบหน้าตาย สายตาพราวระยับมองสำรวจใบหน้าตื่นตระหนกของรินที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะหนาวเหน็บ กลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวจากระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป รินเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลไม่ทันว่าควรจะด่าเขาด้วยประโยคไหนก่อนดีระหว่าง 'คนฉวยโอกาส' หรือ 'ตากล้องหน้ามึน' แต่ก่อนที่สงครามประสาทแบบฉบับคู่กัดจะได้เริ่มต้นขึ้นอีกรอบ สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยแผลถลอกที่ฝ่ามือข้างขวาของอาทิตย์ ซึ่งน่าจะเกิดจากการพยายามคว้ากระเป๋าและประคองเธอเมื่อครู่
ความดื้อรั้นในแววตาของหญิงสาวพลันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก
"มือคุณ... เลือดออกนี่นา" เสียงของรินเปลี่ยนเป็นอ่อนลงทันที ความห่วงใยที่มักจะซ่อนอยู่หลังคำพูดประชดประชันหลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง
อาทิตย์ก้มมองตามสายตาของเธอ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "แค่นิดเดียวเองครับ ไม่ตายหรอกน่า บล็อกเกอร์ขี้โวยวายอย่างคุณปลอดภัยดีก็..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค รินก็ยันตัวขึ้นนั่งแล้วคว้ามือหนานั้นมาดูใกล้ๆ ด้วยความลืมตัว ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำให้อาทิตย์ถึงกับชะงักค้างไปสนิท—รินโน้มตัวเข้าไปสวมกอดร่างสูงของตากล้องหนุ่มแน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้ความอุ่นซ่านจากอ้อมกอดซึมซับความรู้สึกวุ่นวายในใจที่สะสมมาตลอดการเดินทาง
มันไม่ใช่กอดตามหน้าที่ แต่มันคือความรู้สึกขอบคุณ ความรู้สึกโล่งใจ และความอบอุ่นบางอย่างที่หลอมรวมกันจนหัวใจเต้นระรัว
อาทิตย์ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ มือข้างที่ถลอกค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะค่อยๆ โอบกอดตอบเธออย่างนุ่มนวล ความเงียบงันระหว่างเราถูกแทนที่ด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึก บรรยากาศรอบตัวยามเย็นที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูละมุนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ขอบคุณนะ... อาทิตย์" เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหูทำเอาคนฟังถึงกับสติหลุด
อาทิตย์นิ่งงิ่งไปหลายวินาที ความเย็นชาและมาดกวนประสาทที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนที่ระบายอยู่บนใบหน้าคมคาย เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ราวกับอยากจะหยุดเวลาตรงนี้เอาไว้ให้นานที่สุด
"ถ้าจะขอบคุณด้วยวิธีนี้... ผมยอมเจ็บตัวนานกว่านี้หน่อยก็ได้นะริน" เขาแกล้งกระซิบแซิวนิ่มๆ เพื่อทำลายบรรยากาศซึ้งๆ ที่ชวนให้เขินจนหายใจไม่ออก
"ไอ้บ้าอาทิตย์! ฉันซึ้งอยู่แท้ๆ ทำลายบรรยากาศหมดเลย!" รินผละออกจากอ้อมกอดทันที ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ เธอฟาดมือลงบนแขนเขาหนึ่งทีแก้เขิน พลางทำท่าจะสะบัดหน้าหนี
แต่อาทิตย์กลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ รอยยิ้มละมุนที่ปรากฏบนริมฝีปากของเขานั้นทำเอารินต้องหลบตาทันทีเพราะกลัวเขาจะจับไต๋ความใจสั่นของตัวเองได้
"ผมไม่ได้ทำลายบรรยากาศสักหน่อยครับ ผมแค่พูดความจริง..." อาทิตย์เว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำเอารินแทบอยากจะมุดดินหนีตรงนั้น "เพราะถ้าไม่มีคุณ มากอดปลอบแบบนี้... ผมคงไม่มีแรงเดินแบกกระเป๋าต่อให้คุณหรอกนะ"
รินเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันชัดเจนเกินไป บรรยากาศสีชมพูรอบตัวในยามค่ำคืนนี้ ช่างอันตรายต่อหัวใจของบล็อกเกอร์สาวปากแข็งคนนี้เสียเหลือเกิน และเธอก็รู้ดีว่า... สถานะระหว่างเราสองคน คงไม่มีทางกลับไปเป็นแค่ 'เพื่อนร่วมทางทริปกัดกัน' ได้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" คนนี้ด้วยนะครับ!
เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง•ตอนที่ 21
คำปลอบโยนที่เปลี่ยนสถานะ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำระหว่างเราบนทางผ่านของโลกกว้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!