เสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะโลหะผสมไทเทเนียมของศาสตราจารย์วีกิจ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องบรรยายโครงสร้างสถาปัตยกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง บรรยากาศภายในห้องเงียบเชียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของเหล่านักศึกษาปีสามนับร้อยชีวิต ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า บนกระดานโฮโลแกรมเบื้องหน้า ปรากฏโจทย์อัลกอริทึมสีแดงฉานขนาดมหึมา ซึ่งถูกขนานนามในหมู่นักพัฒนาโลกล่างว่าเป็น "กำแพงไร้ทางออก" โค้ดดิ้งบิดเบี้ยวนับหมื่นบรรทัดที่ซ้อนทับกันด้วยลอจิกพาราด็อกซ์ ทำให้อาจารย์ผู้สอนถึงกับยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความเหนื่อยหน่าย
"ผ่านมาสามสัปดาห์แล้ว... ไม่มีใครในห้องนี้แก้มันได้เลยแม้แต่คนเดียว" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยของวีกิจดังขึ้น "นึกว่าพวกคุณจะเป็นความหวังใหม่ให้กับภาควิชาวิศวกรรมไซเบอร์เสียอีก ที่แท้ก็เป็นได้แค่พวกท่องจำตามตำรา"
คีย์นั่งนิ่งอยู่แถวหลังสุด สายตาคู่คมกริบมองทะลุผ่านกลุ่มควันจางๆ ของระบบระบายอากาศ โครงสร้างโค้ดสีแดงบนกระดานไม่ได้มีความซับซ้อนเกินกว่าที่สมองของเขาจะประมวลผลได้ มันเป็นเพียงแค่การวนลูปของข้อมูลขยะที่ถูกเข้ารหัสด้วยซีเคียวริตี้รุ่นเก่าจากยุคสงครามรวมศูนย์ หากมองด้วยตาเปล่า มันอาจดูเหมือนกับเขาวงกตที่ไม่มีวันหาทางออกเจอ แต่สำหรับคีย์แล้ว มันคือภาพสามมิติที่ทุกจุดเชื่อมต่อส่งเสียงร้องเรียกหาการแก้ไข
*[ตรวจพบรูปแบบตรรกะเชิงซ้อนระดับ 4 โครงสร้างนี้มีจุดบกพร่องที่ฟังก์ชันบรรทัดที่ 8,421 ค่ะนายท่าน... ถ้าเราแทรกแซงตัวแปรสะท้อนแสงเข้าไปตรงนั้น มันจะพังทลายลงมาทั้งยวงภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที]*
เสียงกระซิบใสแจ๋วของเนออนดังขึ้นโดยตรงผ่านตัวรับสัญญาณประสาทที่ฝังอยู่หลังใบหู โฮโลแกรมขนาดจิ๋วในชุดสูทสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นบนมุมโต๊ะของเขาอย่างเงียบเชเชียบ นางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับทำท่าทางจำลองการระเบิดด้วยมือทั้งสองข้าง เลียนแบบความสะใจที่นางมักจะแสดงออกมาเสมอเวลาที่พวกเขาร่วมมือกันhackระบบอะไรสักอย่าง
คีย์ไม่ได้ตอบโต้อะไรทางคำพูด เขาเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา
"ถ้าไม่มีใครเสนอตัว... ผมจะถือว่าพวกคุณยอมจำนนต่อหน้าขีดจำกัดของเทคโนโลยี" วีกิจถอนหายใจยาวเหยียด พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะปุ่มรีเซ็ตกระดานโฮโลแกรมเพื่อลบทิ้ง
"เดี๋ยวก่อนครับ"
เสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตานับร้อยคู่หันขวับไปมองยังต้นเสียงเป็นตาเดียว คีย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสอดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความกังวลใดๆ ตัดกับความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเพื่อนร่วมชั้นอย่างสิ้นเชิง
วีกิจเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย "อ้า... คุณคีย์ นักศึกษาผู้รักสันโดษ สนใจจะขึ้นมาโชว์ความโง่เขลาให้เพื่อนดูเป็นขวัญตาอีกรอบอย่างนั้นหรือ เชิญครับ... ถ้าคุณมีความกล้าพอที่จะทำลายสถิติการยืนเอ๋อหน้าห้อง"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากกลุ่มนักศึกษาแถวหน้า คีย์ไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น เขาก้าวเดินผ่านทางเดินแคบๆ ไปยังหน้าห้องบรรยาย ฝีเท้าของเขามั่นคงและเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่กำลังเดินเข้าสู่เขตแดนของเหยื่อ
เมื่อยืนอยู่หน้ากระดานโฮโลแกรมขนาดใหญ่ คีย์ไม่ได้ใช้เวลาแม้แต่วินาทีเดียวในการครุ่นคิด นิ้วเรียวยาวของเขาขยับสัมผัสลงบนแป้นพิมพ์แสงเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เสียงรัวนิ้วดังกราวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจก โค้ดดิ้งสีแดงฉานบนกระดานเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง และกลับกลายเป็นสีเขียวมรกตในพริบตาเดียว
ท่วงท่าการพิมพ์ของเขานั้นงดงามและแม่นยำ ทุกตัวอักษรที่ถูกป้อนเข้าไปทำหน้าที่ราวกับกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขเข้าสู่กลไกอันซับซ้อน การลบ แก้ไข และเพิ่มตัวแปร ถูกกระทำพร้อมกันด้วยการประมวลผลแบบคู่ขนานในสมองของคีย์ ที่ผสานการทำงานเข้ากับอัลกอริทึมของเนออนอย่างไร้รอยต่อ
*คลิック! เสียงระบบประมวลผลเสร็จสิ้นดังขึ้นเบื้องสมอง*
ภายในเวลาเพียงสามวินาที โครงสร้างโค้ดที่เคยเป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ของทั้งภาควิชา กลับถูกแปรสภาพใหม่กลายเป็นภาพกราฟิกสามมิติของดอกไม้โลหะที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงามและสมบูรณ์แบบ มันเป็นการแสดงออกทางศิลปะผ่านชุดคำสั่งที่แม้แต่ศาสตราจารย์วีกิจเองก็ยังต้องอ้าปากค้าง ดวงตาของอาจารย์เบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาเล็กน้อย
"เป็น... เป็นไปไม่ได้..." วีกิจพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง "นั่นมันสถาปัตยกรรมโค้ดดิ้งระดับทหารผ่านศึก คุณ... คุณใช้ลอจิกอะไรในการทะลวงผ่านพาราด็อกซ์นั้นในเวลาแค่นี้?"
คีย์ดึงมือกลับมาประสานกันไว้ที่หน้าอก เขามองหน้าอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ความเย่อหยิ่งแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้น
"ความจริงมันไม่ได้ซับซ้อนหรอกครับอาจารย์..." คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ดังก้องไปทั่วห้อง "พวกเราแค่พยายามมองหาทางแก้ปัญหาจากมุมมองที่กว้างขึ้น แทนที่จะติดอยู่กับกรอบเดิมๆ ที่พวกท่านสร้างขึ้นมาขังตัวเองไว้เท่านั้นเอง"
เสียงซุบซิบดังอึงอลขึ้นทันที เพื่อนร่วมชั้นหลายคนมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความดูแคลนกลายเป็นความหวาดหวั่นและทึ่งในเวลาเดียวกัน ไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มผู้เงียบขรึมคนนี้จะมีความสามารถที่เหนือชั้นจนน่ากลัวซ่อนอยู่
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ศาสตราจารย์วีกิจจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวที่เชื่อมต่ออยู่กับระบบประสาทของคีย์ก็เกิดอาการกระพริบถี่ๆ สีแดงสด พร้อมกับเสียงเตือนที่ไม่ได้มาจากระบบของมหาวิทยาลัย แต่มันเป็นสัญญาณเข้ารหัสลับเฉพาะที่ถูกส่งมาจากเครือข่ายภายนอกโลกล่าง
*[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการพยายามเจาะข้อมูลจากบุคคลภายนอก... เป้าหมายคือข้อมูลชีวมิติและไฟล์ความทรงจำของเนออน ต้นตอสัญญาณมาจาก... เขตปกครองพิเศษเซกเตอร์ 7]*
คีย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตา เขาหันหลังกลับช้าๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งห้อง โดยไม่สนใจเสียงเรียกของศาสตราจารย์ที่ดังไล่หลังมา
บนหน้าจอโฮโลแกรมลับที่ปรากฏขึ้นเฉพาะสายตาของเขา มีข้อความสั้นๆ กระพริบเตือนขึ้นมาว่า: **"ยินดีต้อนรับสู่เกมล่าชีวิต... คีย์ เจ้าของรหัสลับ 001"** และในวินาทีต่อมา หน้าจอทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์รูปงูกินหางที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูง พร้อมกับการนับถอยหลังสู่วินาทีวิกฤตที่เหลือเวลาอีกเพียงสามนาทีเท่านั้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกไซเบอร์นี้ด้วยกันนะครับ
ระบบสั่งการหัวใจ: เมื่อ AI ตัวแสบดันอยากมีรัก•ตอนที่ 9
กลยุทธ์ตบหน้ากลางห้องเรียน
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งการหัวใจ: เมื่อ AI ตัวแสบดันอยากมีรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!