ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางของประธานบริษัทราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว อากาศรอบตัวหนาหนักเสียจนคีย์รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ร่างบางของเลขาหนุ่มสะท้านเยือกเมื่อดวงตากลมโตของแขกผู้มาใหม่กวาดมองสภาพที่เขากับธันวาอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น รัศมีแห่งความตึงเครียดแผ่ซ่านออกมาจากตัว "มินตรา" คู่หมั้นสาวผู้เพียบพร้อมทางสังคมที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู
"ฉัน... คงเข้ามาขัดจังหวะสำคัญสินะคะ ธันวา"
น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบนริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีพีชมิได้ไปถึงดวงตา คีย์รีบดีดตัวถอยหลังกรูดออกจากวงแขนแกร่งที่ยังคงกักขังเขาไว้กับพนักเก้าอี้ทันที ความอุ่นร้อนจากร่างกายของธันวาที่แนบชิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของสถานการณ์ที่เขาไม่เคยปรารถนาจะเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างบางของคีย์ไว้กึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบมองคู่หมั้นสาวด้วยแววตาเรียบเฉยที่ซ่อนความรำคาญไว้ไม่มิด
"เธอมาทำไมมินตรา ใครอนุญาตให้ขึ้นมาโดยไม่นัดหมาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างไร้เยื่อใย ไร้ซึ่งความเกรงอกเกรงใจในฐานะคู่หมั้นที่สังคมจับตามอง
มินตราแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากวาดมองสำรวจเลขาหน้าหวานที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ด้านหลังร่างสูงด้วยแววตารังเกียจระคนดูแคลน "ถ้าฉันไม่มา... ก็คงไม่มีทางได้เห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้หรอกค่ะ ธันวา คุณกำลังทำอะไรอยู่? เอาเลขามาบำเรอรักในเวลางานอย่างนั้นเหรอ? ข่าวลือในบริษัทเขาพูดกันหนาหู ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงจนกระทั่งได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง"
คำพูดเชือดเฉือนพุ่งตรงมาที่คีย์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ คีย์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความอดทนที่สั่งสมมานานเริ่มสั่นคลอน เขามิใช่ตุ๊กตาไขลานที่ใครจะมาหยามเกียรติอย่างไรก็ได้ และที่สำคัญที่สุด... เขามิใช่ผู้หญิงเก็บตกหรือนางบำเรอของใครทั้งสิ้น!
"รบกวนคุณมินตราใช้คำพูดให้เกียรติสถานที่และคนอื่นด้วยนะครับ" คีย์เงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวตรงๆ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว "ผมเป็นเลขา มีหน้าที่จัดการงานเอกสารและตารางเวลาให้ท่านประธาน ไม่ใช่หน้าที่รองรับอารมณ์หรือคำดูถูกไร้สาระของใคร"
"สามห่าว!" มินตราหน้าเสีย ตวัดเสียงสูงด้วยความโกรธจัดที่ถูกเลขาฐานะต่ำกว่าตอกกลับต่อหน้าธันวา "แค่ลูกจ้างกระจอกๆ กล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน!"
"พอได้แล้วมินตรา!" ธันวาตวาดกร้าว เสียงทรงอำนาจดังก้องไปทั่วห้องทำงาน บรรยากาศกดดันพุ่งทะยานจนแทบระเบิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของคีย์ไว้หลวมๆ เป็นการปกป้องกลายๆ "อย่ามาอาละวาดไร้เหตุผลในพื้นที่ทำงานของฉัน ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ก็เชิญกลับไปซะ"
มินตราเบิกตากว้างด้วยความช็อก นางไม่เคยถูกธันวาไล่อย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้มาก่อนเพื่อผู้ชายคนอื่น โดยเฉพาะกับเลขาชั้นต่ำคนนี้ หญิงสาวกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาทอดมองชายหนุ่มทั้งสองด้วยความแค้นเคืองระคนเจ็บปวด
"ได้... ธันวา คุณไล่ฉัน ไล่ผู้หญิงที่จะแต่งงานกับคุณ เพื่อไอ้เลขาหน้าเงินนี่สินะ!" มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องเสียงดังสนั่น ประตูถูกกระแทกปิดลงตามแรงอารมณ์จนผนังห้องสะเทือน
ความเงียบสงบหวนคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง แต่หัวใจของคีย์กลับปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุ
คีย์รีบดึงข้อมือของตัวเองออกจากกการเกาะกุมของธันวาอย่างแรง แรงกระชากนั้นทำให้ธันวาต้องหันกลับมามองด้วยแววตาไหววูบชั่วขณะ ชายหนุ่มสังเกตเห็นความเย็นชาและระยะห่างที่คีย์จงใจสร้างขึ้นอย่างชัดเจน
"ปล่อยครับ... ท่านประธาน" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ยังคุกกรุ่นในอก
"คีย์..." ธันวาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าสถานการณ์กำลังหลุดมือ "ฟังฉันก่อน เรื่องมินตรา..."
"ผมไม่มีอะไรจะต้องฟังครับ!" คีย์สวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตที่เคยฉายแวววับดื้อรั้นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเกินทน "ท่านประธานจะแต่งงานกับใคร มีคู่หมั้นที่เพียบพร้อมแค่ไหน นั่นมันชีวิตส่วนตัวของคุณครับ ผมไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย... และในทางกลับกัน ชีวิตส่วนตัวของผม ท่านประธานก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเช่นกัน!"
ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "เธอหมายความว่ายังไง คีย์?"
"หมายความว่าที่เราตกลงกันไว้..." คีย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง ร่างบางเชิดหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับเจ้านายหนุ่มตรงๆ เป็นครั้งแรกที่แววตาของเลขาหนุ่มไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ทำเอาธันวาใจหายวาบ
"สัญญาบ้าๆ ระหว่างเรา... ผมขอจบมันแค่นี้ครับ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน ธันวาหน้าถอดสีทันที หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ความเย่อหยิ่งและมาดท่านประธานผู้กุมอำนาจหลุดลุ่ยไปชั่วขณะ มือหนายื่นออกไปคว้าไหล่บางทั้งสองข้างไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"เธอพูดบ้าอะไรออกมา คีย์! สัญญาระหว่างเรา... เธอไม่มีสิทธิ์บอกยกเลิกมันเด็ดขาด!" ธันวาคำรามลั่น น้ำเสียงเจือความตระหนกที่เจ้าตัวไม่เคยคิดว่าจะแสดงออกมาให้ใครเห็น
"ผมมีสิทธิ์ครับ เพราะผมเป็นคนเซ็นมัน..." คีย์ยิ้มหยันให้ตัวเอง หยดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตาแต่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างหยิ่งผยอง "ผมทนเล่นเกมบ้าๆ นี่พอแล้ว ทนเป็นของเล่นแก้เบื่อของท่านประธานพอแล้วครับ... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ผมขอลาออก!"
สิ้นคำประกาศิตราวกับสายฟ้าฟาดซ้ำสอง ธันวานิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองอื้ออึงจนประมวลผลไม่ทัน ภาพของเลขาหนุ่มที่เคยต่อปากต่อคำแต่ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ตัวกำลังจะเดินจากไปอย่างถาวร ความกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้กลับกัดกินขั้วหัวใจอย่างรุนแรง
"ฉันไม่ให้เธอไป..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดหมายจะรวบรัดร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดเพื่อพันธนาการไว้ด้วยความดื้อรั้นตามนิสัยเดิม
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของธันวาจะได้สัมผัสโดนตัวคีย์
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาตจากเจ้าของห้อง
"ท่านประธานครับ! แย่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทร่วงกราวรูดเพราะข่าวฉาวเมื่อครู่..."
เสียงร้อนรนของหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจกำลังยืนประชิดตัวเลขาหน้าหวานในระยะประชิด ชนิดที่ลมหายใจรดรดกัน และบรรยากาศรอบตัวก็มาคุจนแทบจะฆ่ากันตายได้อยู่รำไร
ธันวาตวัดสายตาดุดันราวกับพญามารหันไปมองผู้บุกรุก รังสีอำมหิตแผ่ซ่ายจนประชาสัมพันธ์หนุ่มกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง
แต่ในจังหวะที่ทุกสายตาชะงักงันกับผู้มาใหม่นั้นเอง... คีย์อาศัยจังหวะชุลมุนนี้สะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม หมุนตัวหันหลังให้ประธานหนุ่มแล้วก้าวฉับๆ เดินผ่านหน้าหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์มุ่งตรงไปที่ประตูทางออกทันทีโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
"คีย์!" ธันวาตะโกนเรียกสุดเสียง ร่างสูงขยับจะก้าวตามด้วยความร้อนรนราวกับคนเสียสติ ทว่าก้าวขาได้เพียงก้าวเดียว ประชาสัมพันธ์หนุ่มก็พุ่งเข้ามาขวางทางพร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่สั่นเทา
"ท่านประธานครับ! คุณมินตราบุกไปตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับสื่อมวลชนที่ล็อบบี้ชั้นล่างแล้วครับ! เธอกำลังแฉเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับ..."
ธันวาชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบฉายแววเหี้ยมเกรียมขึ้นวับวูบ สัญชาตญาณนักล่าบอกเขาว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายถึงขีดสุด และถ้าเขาช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว... เขาอาจจะต้องสูญเสีย "หัวใจ" ของตัวเองไปตลอดกาล!
---
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คุณชายปากจัดของเราด้วยนะครับ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามกันมาเสมอนะครับ
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 33
เริ่มตั้งคำถามถึงสัญญา
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!