เสียงเหล็กกระทบวงกบประตูดังแกร็ก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกของค่ำคืนลอยมาแตะจมูก ก่อนที่เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มจะก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่กลางห้องชุดหรูหรา
คีย์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเคาน์เตอร์บาร์ มือเรียวกำแก้วน้ำในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด นัยน์ตากลมโตฉายแววระแวงระปนความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เมื่อผู้บุกรุกยามวิกาลไม่ใช่ใครอื่น—แต่เป็น “ธันวา” ท่านประธานหนุ่มปากจัดที่เพิ่งจะปะทะคารมกันเดือดดาลในห้องทำงานเมื่อสองชั่วโมงก่อน
“คุณเข้ามาได้ยังไง คีย์การ์ดสำรองผมไม่ได้อนุญาตให้คุณ...” คีย์สวนกลับทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัว น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความกรุ่นโกรธ
“ถ้าฉันรอให้เธอนุญาต ฉันคงได้ยืนแข็งตายอยู่หน้าห้องนี้จนถึงเช้า” ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าดวงตาคมกริบกลับกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังสำรวจอาณาเขตของตัวเอง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนคีย์ต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ สะโพกชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์บาร์จนไปไหนต่อไม่ได้
“ที่นี่ห้องผม เชิญกลับไปซะครับ คุณธันวา” คีย์เชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเจ้านายหนุ่มลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
ธันวาไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้มจนคนฟังรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เรียวปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มเยาะตามนิสัย “สัญญาจ้างทำงานของเรา... เหลือนเวลาอีกแค่เจ็ดวันแล้วนะ คีย์”
คำพูดนั้นทำเอาคีย์ชะงักไป สัญญาบ้าๆ ที่ผูกมัดทั้งสองคนไว้ด้วยเหตุผลทางธุรกิจและผลประโยชน์ กำลังจะหมดอายุลงในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งแปลว่าความเป็นเจ้านายกับลูกน้อง ความสัมพันธ์จอมปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อตบตาบอร์ดบริหาร กำลังจะสิ้นสุดลงอย่างถาวร
แต่ทำไม... หัวใจมันถึงกระตุกวูบแปลกๆ เมื่อนึกถึงวันนั้น
“แล้วยังไงครับ? หมดสัญญาผมก็แค่เก็บของย้ายออก คุณจะได้ไม่ต้องมาทนเห็นหน้าผมให้รกหูรกตาอีก ดีเสียอีกไม่ใช่หรือไง” คีย์กลั้นใจพูดออกไป แม้ความรู้สึกข้างในจะสวนทางกับคำพูดโดยสิ้นเชิง
“ปากดี…” ธันวาพึมพำเสียงต่ำ มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือบางที่ถือแก้วน้ำอยู่ วางมันลงบนเคาน์เตอร์อย่างไร้ความปรานี ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด แรงปะทะทำให้ลมหายใจของคีย์ขาดห้วง ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบงันของห้องชุดที่ถูกปกคลุมด้วยแสงไฟสลัวจากภายนอก
ไม่มีการต่อSู้ ไม่มีคำด่าทอ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันอย่างชัดเจนในความเงียบ
“ปล่อยนะครับ...” คีย์พยายามดันแผงอกกว้างออก แต่แรงแค่นี้มีค่าเท่ากับศูนย์เมื่อเทียบกับแรงของอีกฝ่าย ธันวาใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้สบตา นัยน์ตาคมคายคู่นั้นไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเหมือนเวลาอยู่ในที่ทำงาน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอัดแน่นจนน่ากลัว
“เจ็ดวันที่เหลือ... ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอเตรียมตัวย้ายออก” ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลังทำเอาคีย์สมองอื้ออึงไปชั่วขณะ “แต่ฉันต้องการทบทวนทุกอย่างที่เราเคยตกลงกันไว้”
“ทบทวนอะไร? สัญญาสิ้นสุดก็คือสิ้นสุด เราไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันอีกแล้ว” คีย์พยายามดึงสติกลับมา แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงมาตลอดหลายเดือน
“งั้นเหรอ?” ธันวายิ้มเยาะ ดวงตาคมเข้มทอดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า “ถ้าไม่มีอะไรต้องเคลียร์ ทำไมมือเธอถึงสั่นขนาดนั้นล่ะ คีย์”
คีย์สะดุ้งรีบซ่อนมือที่ไขว้หลังไว้ทันที แต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อธันวาเคลื่อนตัวเข้ามาปิดกั้นทางหนีทุกทาง ร่างสูงกดดันให้คีย์ต้องเอนหลังพิงเคาน์เตอร์จนมุม ความรู้สึกอึดอัดแต่เร้าใจทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ผมไม่ได้สั่น ผมแค่... รำคาญคุณ” คีย์ยังคงดึงดันเถียงกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นพร่า
“โกหกไม่เนียนเลยนะ เลขาตัวแสบ” ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและไอร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้คีย์ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอก็รู้ดีว่าไอ้สัญญาบ้าๆ นั่นน่ะ... มันไม่เคยมีความหมายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจ รอยร้าวในสัญญาที่ทั้งคู่ต่างถือไว้คนละA้างกำลังจะแตกสลายลง แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับไม่ใช่ความโล่งอกอย่างที่ควรจะเป็น มันคือความหวาดหวั่น... และความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความปากแข็งของคนทั้งคู่
คีย์เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แววตาไหวระริกบ่งบอกว่าเกราะป้องกันที่สร้างไว้กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า ธันวาเองก็ชะงักไปเมื่อเห็นหยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตากลมโตนั้น มือหนาที่ประคองเอวบางเปลี่ยนเป็นลูบไล้แผ่นหลังอย่างแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลม
“ธันวา... คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่” คีย์เอ่ยถามเสียงแผ่วเบa ความดื้อรั้นที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก
ธันวานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มหน้าผากลงมาชนกับหน้าผากของอีกฝ่าย หลับตาลงช้าๆ เพื่อซ่อนความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอก
“ฉันไม่ได้ต้องการสัญญาจ้างงานอีกต่อไปแล้ว...” ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าชิดริมฝีปาก “สิ่งที่ฉันต้องการ... คือตัวเธอ”
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับหยุดนิ่ง คีย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจหยุดเต้นไปเสี้ยววินาทีเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับกลีบปากของตนเองอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ไม่มีการลังเล ไม่มีการปฏิเสธ มีเพียงรสสัมผัสที่ทั้งดุดันและโหยหาที่ถูกถ่ายทอดออกมาเพื่อทลายกำแพงทั้งหมดลงในค่ำคืนนี้
มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของอีกฝ่ายแน่น ตอบรับสัมผัสที่วาบหวามและลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดของห้องชุดที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
แต่ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้น *“ติ๊งหน่อง!”* เสียงนั้นดังผ่ากลางความเงียบ และตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วดังปังๆๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อคีย์จากบุคคลที่ไม่คาดฝันดังลอดเข้ามาข้างใน!
*“คุณคีย์คะ! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน!”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 27
รอยร้าวในสัญญา
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!