กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างหลังท่าเรือแทบจะกลบกลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนร่างของท่านประธานหนุ่มเสียมิด แต่สิ่งที่เตะจมูกและแผดเผาประสาทสัมผัสของธันวาในวินาทีนี้อย่างรุนแรง กลับไม่ใช่กลิ่นหยาดเหงื่อหรือฝุ่นผง… หากแต่เป็นรอยแผลสีสดที่พาดผ่านมุมปากอิ่มของคนตรงหน้าต่างหาก
"คุณคีย์!"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้สั่งการด้วยความเยือกเย็นมาตลอด ตวัดสูงขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราดจนสั่นพร่า ธันวาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเลขาหนุ่มด้วยความเร็วระดับพายุหมุน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างไม่เบามือ แรงปะทะนั้นทำให้คีย์ที่กำลังยืนพิงลังไม้เก่าๆ ถึงกับเซถลาเข้ามาปะทะอกแกร่ง
"โอ๊ย! เบาๆ หน่อยสิครับท่านประธาน แขนผมจะหักอยู่แล้วนะ!"
คีย์นิหน้าด้วยความเจ็บ พร้อมกับส่งเสียงโวยวายสวนกลับไปทันที ไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่ในดวงตากลมโตคู่สวยนั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ซึ่งเป็นภาพที่เห็นแล้วชวนให้คนมองอยากจะจับมาตีสติสักทีสองที
"รู้ตัวไหมว่ากำลังทำบ้าอะไรอยู่!" ธันวาคำรามลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างเพรียวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามปกปิดแทบไม่มิด "เอาตัวเข้ามาแลกกับพวกลักลอบขนของเถื่อนเนี่ยนะ สมองคุณเอาไปไว้ที่ไหนหมดฮะ คุณคีย์!"
"ถ้าผมไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะครับ? ปล่อยให้หลักฐานในแฟลชไดรฟ์นั่นหลุดไปถึงมือคู่แข่งทางธุรกิจหรือไง ท่านประธานผู้แสนฉลาดถึงได้มานั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องทำงานแอร์เย็นฉ่ำ ขณะที่ผมต้องมาวิ่งไล่จับโจรหัวซุกหัวซานอยู่ตรงนี้"
คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงประชดประชันและรอยยิ้มท้าทายนั้นทำเอาเส้นเลือดขมับของธันวาเต้นตุบๆ
ชายหนุ่มโกรธจนพูดไม่ออก โกรธที่คนตรงหน้าไม่รักตัวกลัวตาย โกรธที่อีกฝ่ายกล้าเอาชีวิตและร่างกายอันบอบบางนี้ไปเสี่ยงกับอันตรายซึ่งหน้าเพียงลำพัง และที่สำคัญที่สุด… โกรธที่หัวใจเจ้ากรรมของเขามันกระหน่ำเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์ว่าคีย์ถูกพวกมันต้อนจนมุมอยู่ที่นี่
ธันวาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาเปลี่ยนจากการจับต้นแขนมาเป็นการประคองใบหน้าหวานขึ้นมาสำรวจรอยแผลใกล้ริมฝีปากอย่างเบามือโดยไม่รู้ตัว สัมผัสอุ่นร้อนที่ปลายนิ้วโป้งไล้ผ่านผิวเนียนเบาๆ ทำให้เสียงเถียงฉอดๆ ของคีย์สะดุดกึกลงทันที
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่เงยหน้าขึ้นสบประสานกับสายตาของคนพี่ ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ใกล้ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน กลิ่นกายเฉพาะตัวของธันวาที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่รอบตัว ทำให้บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดพลلอยแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความร้อนระอุแปลกประหลาด
"เจ็บไหม…"
เสียงทุ้มที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักหนานั้นเบาราวกับเสียงกระซิบ ทว่ากลับสั่นเครือด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อาจควบคุมได้ แววตาคมดุที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ บัดนี้กลับฉายแววเจ็บปวดและห่วงLใยอย่างชัดเจนจนคนมองถึงกับทำตัวไม่ถูก
คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเพราะความโกรธเมื่อครู่ กลับเริ่มแปรปรวนและเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่อยากจะเบือนหน้าหนีและพ่นคำพูดกวนประสาทใส่ตามนิสัย แต่สายตาคู่คมที่มองมาอย่างเวทนาและคลั่งรักแบบไม่รู้ตัวนั้น กลับตรึงร่างเขาไว้ราวกับโดนสะกด
"ผม… ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อยครับ แค่รอยขีดข่วน..." คีย์พยายามหลบสายตา เสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มติดขัดและเบาลงโดยอัตโนมัติ "ปล่อยผมได้แล้วครับ งานเคลียร์จบแล้ว ผมต้องกลับไปทำรายงานสรุปให้คุณต่ออีก..."
"ยังจะมีหน้ามาพูดเรื่องงานอีกเหรอ!" ธันวาขัดขึ้นเสียงดัง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดหน้าผากมน
แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมาตลอดทางระเบิดออกมาเป็นความโมโหปนความหวงแหนที่ล้นทะลัก ธันวาไม่ยอมปล่อยมือออกจากใบหน้าของอีกฝ่าย นิ้วโป้งยังคงลูบไล้รอยแผลที่มุมปากนั้นเบาๆ ราวกับต้องการจะลบความเจ็บปวดออกไปให้พ้นตัว
"คุณมันดื้อด้านที่สุด คุณคีย์! รู้ตัวไหมว่าผมเกือบหัวใจวายตอนที่รู้ว่าคุณตามพวกมันมาที่โกดังนี่คนเดียว ถ้าเกิดพวกมันมีอาวุธขึ้นมาจริงๆ ถ้าคุณเป็นอะไรไป… ผมจะทำยังไง!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นและเจือความตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการจะค้นหาคำตอบว่าคนตรงหน้าทำร้ายจิตใจเขาแบบนี้ไปเพื่ออะไร
คีย์นิ่งงังไปชั่วขณะ สมองตื้อตันจนประมวลผลไม่ทัน ไดอะล็อกตัดพ้อที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจนล้นปรี่นี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของท่านประธานผู้หยิ่งผยองและปากจัดคนนี้ หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวอย่างรุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกซ้าย จนเผลอจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดเมื่อครู่โดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงรอบข้างจากภายนอกเงียบงันลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว ธันวาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะแตะกันอยู่แล้วในวินาทีนั้น
"ถ้าคุณเป็นห่วงผมขนาดนั้น…" คีย์กระซิบเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตฉายแววไหวระริกอย่างที่หาดูได้ยาก "แล้วทำไมถึงยังชอบทำปากร้ายใส่ผมอยู่เรื่อย Lล่ะครับ"
ธันวากัดกรามแน่น สายตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความยั่วยวนโดยไม่รู้ตัว ความยับยั้งชั่งใจที่พยายามประคับประคองมาตลอดทางเริ่มพังทลายลงทีละน้อย มือใหญ่อีกข้างเลื่อนมาโอบเอวบางเข้ามาชิดแนบกายอย่างไร้ช่องว่าง
"เพราะปากคุณมันน่าหมั่นไส้… และเพราะผมอยากจะจัดการคุณให้เข็ดหลาบมานานแล้วต่างหาก"
ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักโน้มต่ำลงหมายจะปิดริมฝีปากดื้อรั้นนั้นเพื่อลงโทษให้หายหมั่นไส้
ทว่า…
*ปัง!*
เสียงถีบประตูเหล็กด้านหลังโกดังเปิดผางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาแยงตาจนทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
"ลูกพี่! เจอตัวแล้ว… เอ๊ะ? ขอโทษครับ ขัดจังหวะหรือเปล่าครับเนี่ย!"
เสียงตะโกนโหลงเหลงของลูกน้องสนิทที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดใหญ่ ทำเอาธันวาหน้าตึงเปรี๊ยะด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ส่วนคีย์รีบยกมือขึ้นผลักอกแกร่งของท่านประธานให้ออกห่างทันที พร้อมกับเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู
ธันวาหันไปถลึงตาใส่ลูกน้องตัวดีด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ก่อนจะหันกลับมามองเลขาหนุ่มที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ข้างๆ
"เรายังคุยกันไม่จบแค่นี้แน่ คุณคีย์" ธันวาเอกระซิบด้วยน้ำเสียงคาดโทษที่มุมปาก "เตรียมตัวรับบทลงโทษของคุณไว้ได้เลย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ชาโดว์ฮันเตอร์" มาโดยตลอดนะครับ!
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 15
หวงแบบไม่ยอมรับ
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!