กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นวูดดี้ผสมความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ยังคงอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือดผิวเนื้อ
"เรายังคุยกันไม่จบแค่นี้แน่ คุณคีย์"
ธันวาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงคาดโทษที่มุมปาก ขณะที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังบางของเลขาหนุ่มแนบติดกับบานกระจกใสเย็นเฉียบ ปลายนิ้วแกร่งกักตัวอีกฝ่ายไว้ด้วยการท้าวแขนขนาบข้าง
คีย์เชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครงก็ตาม เขาเกลียดนักไอ้ท่าทางคุกคามแบบนี้ แต่ที่เกลียดกว่าคือการที่สมองเจ้ากรรมดันประมวลผลภาพใบหน้าคมคายของท่านประธานหนุ่มในระยะประชิดนี้ว่า... ช่างอันตรายต่อสติสัมปชัญญะเสียเหลือเกิน
"บทลงโทษอะไรล่ะครับ ท่านประธาน... จะหักเงินเดือน หรือจะไล่ผมออกดี?" คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่จงใจยั่วโมโห ดวงตากลมโตจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าเป็นเรื่องงาน ผมเคลียร์จบครบทุกโปรเจกต์ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว... ผมไม่มีความจำเป็นต้องรับฟังคำสั่งของคุณนอกเวลางานนะครับ"
"ปากเก่ง" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุด ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตา "นายกล้ามากนะคีย์ ที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ช้าว่าตัวเองกำลังปั่นหัวฉันอยู่"
"ผมเปล่า..."
"เปล่า แต่อาการของนายมันฟ้อง" ธันวาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน คีย์เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายมันรั้นปฏิเสธความใกล้ชิดไม่ได้ ทว่าความอีโก้ในฐานะคนที่ไม่เคยยอมใครทำให้เขาต้องหาทางเอาคืน "ถอยไปนะครับ คุณธันวา คุณกำลังล้ำเส้น"
"แล้วถ้าฉันไม่อยล่ะ?"
คำท้าทายนั้นทำเอาคีย์หรี่ตาลงอย่างอันตราย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจใช้แผนประชิดตัวกลับบ้าง มือเรียววางทาบลงบนอกแกร่งของอีกฝ่าย ออกแรงผลักเบาๆ แต่ธันวากลับไม่ขยับเขยื้อนซ้ำยังคว้าข้อมือเขาไว้แล้วรวบขึ้นไปแนบชิดกับกระจกเหนือศีรษะ
วินาทีนั้น ความเงียบงันเข้ามาปกคลุม รอบตัวเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของคนทั้งคู่ ธันวาจ้องมองข้อมือบางที่อยู่ในอุ้งมือตัวเอง สัมผัสนุ่มนิ่มและความอุ่นร้อนที่ส่งผ่านผิวเนื้อทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจท่านประธานหนุ่มกระหน่ำรัวแปลกๆ
นี่เขากำลังทำอะไรอยู่?
ธันวาถามตัวเองในใจ ปกติแล้วเขาคือผู้ชายที่ควบคุมสถานการณ์ได้ทุกอย่าง เป็นนักล่าที่รอจังหวะขย้ำเหยื่อให้ตายใจ แต่ทำไมกับเลขาหน้าหวานปากร้ายคนนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นฝ่ายเสียศูนย์เสียเอง ยิ่งเห็นดวงตาคู่สวยที่ไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกแต่ยังคงรั้นฉายชัด ยิ่งทำให้ความรู้สึกแปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมาในอก... มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความกระวนกระวายที่อยากจะกลืนกินและครอบครองคนตรงหน้าไว้คนเดียว
ให้ตายสิ... เขาเริ่มสับสนในตัวเองเข้าจริงๆ แล้ว
ในอดีต ธันวาไม่เคยสนใจใครเกินกว่าคำว่าคู่ค้าร่วมธุรกิจหรือคู่นอนชั่วคราว ความสัมพันธ์เป็นเรื่องฉาบฉวยและน่าเบื่อสำหรับเขา จนกระทั่งคีย์ก้าวเข้ามาในชีวิต เข้ามาปأسป่วนตารางเวลา เข้ามาต่อปากต่อคำ และที่สำคัญที่สุด... เข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึกที่ควรจะด้านชาของเขา
"ปล่อยผมได้แล้วครับ" คีย์เอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย เมื่อตระหนักได้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับเจ้านายมันอันตรายเกินไปแล้ว ดวงตาที่เคยคมกล้าเริ่มหลบเลี่ยง ปลายจมูกรั้นขึ้นสีเรื่อจางๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าท่าทีแบบนี้มันน่าฟัดขนาดไหนในสายตาของคนมอง
ธันวาผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก เขายังไม่ยอมปล่อยข้อมืออีกฝ่ายทันที นิ้วโป้งแกร่งเผลอไล้เบาๆ บนผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ข้อมือนั้นโดยสัญชาตญาณ สัมผัสนุ่มมือทำให้สมองส่วนเหตุผลดับวูบลงชั่วขณะ
"ถ้าฉันบอกว่าไม่ปล่อยล่ะ..." น้ำเสียงของธันวาเปลี่ยนเป็นแหบพร่าโดยไม่รู้ตัว มันนุ่มนวลและทุ้มต่ำจนคนฟังขนลุกซู่ "ถ้าฉันอยากกักขังนายไว้ตรงนี้... ตลอดไปเลยล่ะ"
คีย์ชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดกำกวมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังเกินเบอร์นั้นทำเอาสติที่เหลืออยู่กระเจิดกระเจิง เขาพยายามดึงข้อมือกลับแต่แรงกดนั้นกลับแน่นหนาขึ้น "คุณธันวา... พูดจาเพ้อเจ้ออะไรครับ ปล่อยนะ!"
"ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อ" ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด จนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดต้นคอระหง ทำให้เลขาหนุ่มสะท้านเฮือก "นายทำให้ฉันนอนไม่หลับมาสามวันเต็มๆ คีย์... นายต้องรับผิดชอบ"
"ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!" คีย์เถียงเสียงสั่น เขาเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสที่จงใจคุกคาม แต่ยิ่งขยับหนี ใบหน้าของทั้งคู่ก็ยิ่งเฉียดใกล้กันมากขึ้นจนริมฝีปากเกือบจะแตะโดนกัน
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางราวกับถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงพื้นที่สองคน ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กขั้วตรงข้ามกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบแต่รุนแรง ธันวาโน้มใบหน้าลงต่ำอีกนิด สายตาจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกกระหายอยากอย่างประหลาด
เขาอยากลองลิ้มรสความดื้อรั้นนั้นดูสักครั้ง ว่ามันจะหวานสมคำร่ำลือ หรือจะเผ็ดร้อนจนเข็ดขยัดกันแน่
คีย์รับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่าเจ้านายหนุ่มกำลังคิดจะทำอะไร เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองสั่งให้ผลักไส แต่มือเจ้ากรรมกลับอ่อนแรงลงเสียดื้อๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรันอยู่ในอกทำให้เขาเผลอหลับตาลงอย่างรอคอยโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแนบชิดสนิทกันจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูอมแดงนั้นลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"ท่านประธานครับ! เอกสารด่วนจากฝั่งยุโรปส่งมาถึงแล้ว... อุ๊ย! ผมขอโทษครับ!"
เสียงทุ้มของเลขาฝึกงานหน้าใหม่ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ชะתากึกอยู่หน้าประตู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มกำลังคร่อมร่างเลขาคนเก่งชิดกระจกในท่าทางที่ล่อแหลมสุดขีด เอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งรักของท่านประธานธันวาด้วยกันนะครับ
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 16
แอบรักหรือแอบหวง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!