เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานดังคลิก... เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสิบที่ทำให้คีย์สะดุ้งสุดตัว ร่างบางที่เมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้วยังถูกตรึงไว้กับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยมีร่างสูงของท่านประธานหนุ่มโอบล้อมด้วยอ้อมแขนกำยำ รีบดีดตัวผละออกห่างราวกับโดนไฟช็อต หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวกระหน่ำชนซี่โครงจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก
กระดุมเสื้อเชิ้ตของธันวาหลุดลุ่ยไปสองเม็ด เส้นผมสีดำสนิทที่เคยเซ็ตมาอย่างเนี้ยบยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการกอบกุมของเรียวปากซุกซนเมื่อครู่ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับร่างของบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่
"ป๊า..."
ธันวาหลุดอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่หายไปจากลำคอ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในชีวิต การรักษามาดนิ่งสุขุมขลุกอยู่กับความเย็นชาพังทลายลงในพริบตา เมื่อประมุขแห่งตระกูลอัครเดชาโชติ—คุณพ่อผู้ล่วงรู้ทุกความเคลื่อนไหวในบริษัท—กำลังยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม แต่แววตานั้นกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน
คีย์แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู มือเรียวรีบยกขึ้นจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่เข้าทางอย่างลนลาน สติที่กระเจิดกระเจิงพยายามประติดประต่อเรื่องราวตรงหน้า ความลับที่พวกเขาพยายามปิดบังซ่อนเร้นมาตลอดหลายเดือน... บัดนี้พังทลายไม่เป็นท่าแล้วจริงๆ
"ผมถามว่า... เมื่อกี้นี้พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่?"
ท่านประธานอาวุโสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางพลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาดุคู่นั้นกวาดมองคีย์ที่ยืนก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่นสลับกับบุตรชายแท้ๆ ของตนเองที่ยืนบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งตามสัญชาตญาณปกป้อง
"ป๊าเข้ามาได้ยังไงครับ ทำไมไม่เคาะห้องก่อน" ธันวาปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าเหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมตามไรผม คราบความเย่อหยิ่งจองหองหายวับไปกับตา เหลือเพียงความกระอักกระอ่วนที่เจ้าตัวเกลียดนักหนา
"ถ้าฉันเคาะห้อง... ฉันคงไม่ได้เห็นภาพเด็ดเมื่อครู่สินะ ธันวา แกนี่มันเก่งจริงๆ งานการไม่ทำ มาฟัดกับเลขาตัวเองกลางวันแสกๆ หน้าห้องกระจกใสเนี่ยนะ แกไม่กลัวคนอื่นเขาเอาไปนินทากันทั้งตึกหรือไง"
คำพูดเชือดเฉือนแต่จริงทุกประการทำให้ธันวาขบกรามแน่น สันจَرนคมขึ้นเป็นสันนูนด้วยความไม่สบอารมณ์ ชายหนุ่มก้าวเท้าขวางหน้าคีย์ไว้มิดชิดราวกับจะปกป้องคนด้านหลังไม่ให้โดนคมมีดแห่งสายตาดุๆ ของผู้เป็นพ่อทำร้ายไปมากกว่านี้
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับใครครับ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับคีย์" ธันวาตอบเสียงแข็ง กร้าวแกร่งและดื้อรั้นไม่ยอมลงให้ใครง่ายๆ แม้คนตรงหน้าจะเป็นผู้ให้กำเนิดก็ตาม
"ส่วนตัวงั้นเหรอ?" ประธานใหญ่แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบเลื่อนผ่านไหล่กว้างของลูกชายไปหยุดอยู่ที่เลขาหนุ่มหน้าหวานที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่อ "เลขาคีย์... เธอทำงานที่นี่ในฐานะเลขาหรือในฐานะอะไรกันแน่ ถึงได้กล้าอาจหาญมาเล่น18+กับเจ้านายในเวลาทำงานแบบนี้"
คีย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เรียกความกล้าหาญทั้งหมดกลับคืนมา แม้ขาจะสั่นพับๆ แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่มีไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำง่ายๆ ชายหนุ่มก้าวออกมาจากด้านหลังของธันวาเล็กน้อย เงยหน้าสบตากับผู้อาวุโสตรงๆ ด้วยแววตาดื้อรั้นไม่แพ้กัน
"ผมทำหน้าที่เลขาได้ไม่ขาดตกบกพร่องครับท่านประธานอาวุโส เรื่องส่วนตัวนอกเหนือเวลางาน... เอ On-duty หรือ Off-duty มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่เราไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ถ้าท่านจะไล่ผมออกเพราะเรื่องนี้... เชิญเลยครับ ผมยินดีเซ็นใบลาออกตอนนี้ เดี๋ยวนี้เลย!"
ธันวาหันขวับมองคนตัวเล็กทันที ดวงตาคมฉายแววดุระAนตกใจ "คีย์! พูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า"
"ก็ฉันพูดความจริงนี่!" คีย์หันไปแหวใส่ธันวาเสียงเขียวด้วยความหมั่นไส้ระคนอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ด "นายหุบปากไปเลยนะ เพราะนายคนเดียวแท้ๆ ถึงเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้!"
ภาพที่เลขาหนุ่มตัวแสบกล้าขึ้นเสียงใส่ประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลแถมยังหันไปแหวใส่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแบบไม่ไว้หน้า ทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะกระตุกยิ้มขึ้นบางๆ อย่างนึกสนุกในความพยศของเด็กหนุ่มคนนี้
"กล้าดีนี่... ปากเก่ง สมคำร่ำลือจริงๆ" ประธานอาวุโสปรายตามองทั้งคู่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "คิดเหรอว่าฉันจะไล่เธอออกง่ายๆ แล้วปล่อยให้พวกเธอไปลอยชายคบกันลับหลังฉันอย่างไร้ปัญหา?"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น "ป๊าหมายความว่ายังไง?"
"ฉันไม่ได้จะไล่ใครออก..." ผู้เป็นพ่อเว้นจังหวะนิดนึง สายตาคมกวาดมองความสัมพันธ์ที่พันกันอีรุงตุงนังของคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แต่ในเมื่อความลับมันไม่มีในโลก... และพวกแกสองคนก็ทำเรื่องงามหน้าให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียงในเวลางาน..."
ประธานใหญ่เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางมือลงบนขอบโต๊ะแล้วกวาดสายตามองธันวาและคีย์สลับกันไปมาด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ ผิดกับสองหนุ่มที่ยืนลุ้นระทึกจนแทบหยุดหายใจ
"ฉันมีข้อเสนอให้พวกแกเลือก... ทางเลือกแรก คือการที่ฉันจะสั่งย้ายเลขาคีย์ไปประจำสาขาต่างจังหวัดที่ทุรกันดารที่สุด และห้ามธันวาติดต่อกับเขาเด็ดขาดตลอดชีวิต"
"ป๊า! จะบ้าหรือไง!" ธันวาโพล่งขึ้นเสียงดังลั่นห้อง ก้าวเข้าไปประชิดตัวผู้เป็นพ่อด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ไม่มีทาง! ผมไม่ยอมให้ป๊าทำแบบนั้นเด็ดขาด!"
คีย์เองก็หน้าถอดสี หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกหน่วงหนับแล่นริ้วขึ้นมาในอก ความคิดที่จะต้องถูกพรากไปไกลจากคนปากจัดตรงหน้าทำเอาขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด แม้จะปากแข็งใส่กันมาตลอด แต่ลึกๆ แล้ว... เขาไม่เคยอยากไปไหนจากอ้อมกอดนี้เลย
"ใจร้อนจริงนะลูกชาย..." ผู้เป็นพ่อหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ยกมือขึ้นปรามความเกรี้ยวกราดของลูกชาย "ฟังทางเลือกที่สองซะก่อน... ทางเลือกที่สอง คือการที่พวกแกทั้งคู่... ต้องประกาศหมั้นกันอย่างเป็นทางการภายในเดือนนี้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความสัมพันธ์นี้มันจริงจังและพร้อมจะรับผิดชอบต่อหน้าสังคม ไม่ใช่แค่เรื่องสนุกชั่วครั้งชั่วคราว!"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องทำงานทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ธันวาอ้าปากค้าง ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง ส่วนคีย์ถึงกับยืนแข็งทื่อเป็นหิน สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปไกลราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาดเข้าที่กลางแสกหน้า
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของประธานอาวุโสเมื่อเห็นปฏิกิริยาช็อกค้างของคนทั้งคู่ ชายสูงวัยหันหลังเตรียมก้าวเดินออกไปจากห้อง แต่ก่อนที่มือจะเอื้อมไปเปิดประตู ประโยคเด็ดก็หลุดออกมาจากปากของท่านประธานใหญ่อีกครั้งเพื่อปิดผนึกโชคชะตาของคนทั้งสอง
"ฉันให้เวลาพวกแกคิดแค่สิบวินาที... ว่าจะเลือกย้ายไปอยู่คนละมุมโลก หรือจะสวมแหวนแต่งงานผูกติดกันไว้ชั่วชีวิต"
นับถอยหลัง... สิบ... เก้า... แปด... เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานดังติ๊กๆ ราวกับระเบิดเวลาที่กำลังจะระเบิดร่างของพวกเขากระจุยเป็นจุล ธันวาหันขวับมามองหน้าคีย์ที่กำลังยืนเม้มปากแน่นด้วยความสับสนระคนตกใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นสั่นระริกเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอก
มือหนาของธันวาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวของคีย์ไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือตอนนี้... คนตรงหน้าอาจจะเลือกทางเลือกแรกแล้วหายลับไปจากชีวิตของเขาตลอดกาล
"คีย์..." ธันวาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ระเบิดออกมาจนหมดเปลือก "มองหน้าฉัน... บอกมาสิว่าเธอจะเลือกทางไหน?"
คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากับแววตาไหวระริกของท่านประธานหนุ่มปากจัดที่ตอนนี้ไม่มีคราบความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความกลัวที่จะสูญเสียฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น และในวินาทีที่เสียงนับถอยหลังดังมาถึงเลข "สาม... สอง..." นิ้วมือเรียวที่ถูกกุมไว้ก็ตัดสินใจขยับพลิกกลับไป... สอดประสานนิ้วเข้ากับฝ่ามืออุ่นของธันวาแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและติดตามการเดินทางของพวกเขานะครับ!
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 21
ป๊าจับได้หรือยัง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!