แฟ้มเอกสารในมือผมแทบจะแหลกคามือ แรงบีบจากปลายนิ้วสะท้อนความกรุ่นโกรธที่อัดแน่นจนเกือบระเบิดออกมาเป็นคำด่าทอหยาบคาย แต่ในฐานะเลขาฯ มืออาชีพที่ต้องรักษาภาพลักษณ์องค์กร ผมทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ รอยยิ้มจอมปลอมถูกยกขึ้นประดับมุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด
ธันวา... ท่านประธานหนุ่มผู้มีใบหน้าราวกับเทพบุตรแต่คำพูดคำจาเปรียบเสมือนกรรไกรอาบยาพิษ เขากำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายๆ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายแววสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด ราวกับกำลังมองดูแมวตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บใส่เสือโคร่ง
"ยิ้มอะไรของคุณครับท่านประธาน หรือว่าสมองส่วนการประมวลผลเริ่มมีปัญหาจากการใช้ความคิดหนักเกินไปในช่วงวัยทอง?"
ผมเอ่ยสวนขึ้นทันที น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนพอกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของธามชะงักก้างไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มหรี่ลงพิจารณาผมอย่างไม่วางตา
"ปากเก่งขึ้นเยอะนะคีย์ สงสัยช่วงนี้งานในความดูแลจะเบาไปจนมีเวลาเหลือเฟือมาต่อปากต่อคำกับเจ้านาย" ธันวาขยับตัวเข้าใกล้ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความกดดันรอบตัวทำให้บรรยากาศในห้องทำงานกว้างๆ แคบลงถนัดตา "อย่าลืมว่าเอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหญ่พรุ่งนี้เช้า ถ้ามีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว คนที่จะไม่ได้อยู่ร่วมประชุมในฐานะเลขาฯ คงไม่ใช่ผม... แต่เป็นคุณ"
ผมไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เชิดหน้าสบตากับผู้ชายตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวยกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้ตัวเองด้วยท่าทีสบายๆ ยิ่งกว่า
"เรื่องงานโปรเจกต์นั้นวางใจได้เลยครับ ผมตรวจทานทุกบรรทัดด้วยสมองที่มีประสิทธิภาพ ไม่เหมือนใครบางคนที่ใช้แต่อารมณ์ชี้นำจนเกือบทำบริษัทเจ๊งมาแล้วหลายรอบ" ผมเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยสายตารauคมกริบเข้าปะทะดวงตาของอีกฝ่ายตรงๆ "ส่วนตำแหน่งเลขาฯ ของผม... ต่อให้ท่านประธานอยากจะไล่ออกแค่ไหน ก็คงทำไม่ได้หรอกครับ เพราะถ้าไม่มีผมคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาที่คุณก่อไว้ บริษัทนี้คงกลายเป็นสนามเด็กเล่นของคู่แข่งไปนานแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ แววตาของธันวาไหววับ ประกายไฟแห่งความไม่พอใจพุ่งวาบขึ้นมาในเสี้ยววินาที แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผมเกลียดแสนเกลียด
"กล้าดีนี่..." ธันวาก้มตัวลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านผิวแก้มจนขนลุกชัน "ปากเก่งแบบนี้... บนเตียงจะดุเหมือนตอนยืนเถียงหรือเปล่า หืม?"
หัวใจผมกระตุกวูบ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความเคืองที่ถูกหยอกล้อด้วยเรื่องไร้สาระในเวลาหน้าสิ่วหน้าขัดแบบนี้ต่างหาก ผมรีบก้าวถอยหลังเว้นระยะห่าง ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน
"กรุณารักษามารยาทด้วยครับท่านประธาน นี่มันเวลาทำงาน ไม่ใช่เวลามาเพ้อเจ้อเรื่องไร้สาระ" ผมกดเสียงต่ำ เตือนสติอีกฝ่ายด้วยแววตาจริงจัง
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ท่าทีระuseระรื่นนั้นชวนให้หมั่นไส้เสียจนอยากจะเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าสักทีสองที แต่ก่อนที่ผมจะได้อ้าปากตอกกลับอะไรไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก!
"ขออนุญาตครับท่านประธาน..." เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ
ผมเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาใหม่... และนั่นทำให้สถานการณ์ที่ระอุอยู่แล้ว ยิ่งทวีความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ชาโดว์ฮันเตอร์" มาโดยตลอดนะครับ
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 9
ปากร้ายก็ต้องเจอดี
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!