เสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่สะท้อนก้องอยู่ในความเงียบของห้องทำงานส่วนตัว ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาสองคู่ที่ประสานกันผ่านกระจกบานใสสะท้อนความตื่นตระหนกและระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ที่ปั่นป่วนเกินกว่าจะควบคุม
บุคคลที่ยืนอยู่หลังประตูกระจกไม่ใช่ใครอื่น—คุณหญิงพรรณราย มารดาผู้ทรงอิทธิพลของท่านประธานหนุ่ม และพ่วงด้วยตำแหน่งอดีตประธานกรรมการบริหารผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ รอยยิ้มเย็นเยียบที่มักประดับอยู่บนใบหน้าของผู้สูงวัยเสมอ บัดนี้กลับราบเรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตาราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองร่างของผมและธันวาที่ยืนแนบชิดกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันในท่าทางที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมและสถานะทางสังคมอย่างยิ่ง
"ปล่อย..." ผมกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับตัวถอยหนีจากอ้อมแขนที่โอบกอดเอวผมไว้แน่นราวกับเหล็กกล้า แต่ธันวากลับไม่มีทีท่าว่าจะสะท้อนสะท้าน
ท่านประธานหนุ่มยังคงยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบไม่ได้ทอดมองไปที่มารดาผู้มาเยือนอย่างกะทันหัน แต่กลับก้มลงมองผมด้วยสายตาที่ลึกล้ำและดุดันขึ้นเป็นทวีคูณ ความดื้อรั้นและความต้องการเอาชนะฉายชัดอยู่ในแววตานั้น ชัดเจนเสียจนผมรู้สึกหนสันหลังวาบ
ปัง!
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ไม่ดังมาก แต่มันทรงพลังพอที่จะสั่นสะเทือนประสาทสัมผัสของพวกเราให้ตื่นจากภวังค์ ธันวาถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเฮือกหนึ่ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอผมจนขนลุกเกรียว ก่อนที่เขาจะค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกอย่างไม่เต็มใจนัก
"ตามผมมาทางนี้" ธันวาเอמהเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู มือหนาคว้าข้อมือผมไว้แน่นแล้วออกแรงดึงให้เดินตามไปยังประตูลับด้านหลังห้องทำงาน ซึ่งเชื่อมต่อกับลิฟต์ส่วนตัวตรงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดินทันที
"นี่คุณ! จะบ้าหรือไง จะหนีแม่ตัวเองหรือยังไงเล่า!" ผมโวยวายเบาๆ ระหว่างที่ถูกลากกึ่งจูงกึ่งวิ่งผ่านทางเดินมืดสลัว หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจผสมความโกรธ
"ไม่ได้หนี... แค่ยังไม่อยากเคลียร์เรื่องไม่เป็นเรื่องในตอนนี้ต่างหาก" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่ฝ่ามือที่กุมข้อมือผมกลับกระชับแน่นขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย มืออีกข้างกดปุ่มเรียกรูมเซอร์วิสและลิฟต์อย่างรวดเร็วด้วยความคุ้นชิน
บรรยากาศในลิฟต์ส่วนตัวแคบๆ ทึบตัน ยิ่งทำให้ความร้อนระอุจากเหตุการณ์เมื่อครู่พวยพุ่งขึ้นมาอีกระลอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของธันวาโอบล้อมผมไว้ทุกทิศทาง ประตูลิฟต์ปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงดนตรีคลอเบาๆ แต่สติผมกลับจดจ่ออยู่เพียงแค่ระยะห่างระหว่างเราที่ใกล้จนเกินไป
"มองอะไรนักหนาเล่า" ผมเบือนหน้าหนีไปทางผนังกระจกเงาของลิฟต์เมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องมองนานเกินไป
"มองคนปากแข็ง" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวผมทีละก้าว จนแผ่นหลังของผมแนบติดกับผนังเย็นเฉียบของลิฟต์ "เมื่อกี้... เกือบจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้แล้วเชียว ถ้าแม่ไม่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน"
ผมหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจ "คุณหมายความว่ายังไง ธันวา? คุณคิดว่าผมเป็นอะไร สนุกนักหรือไงที่มาเล่นเกมบ้าๆ แบบนี้กับเลขาตัวเอง?"
"ไม่ได้เล่นเกม" ธันวาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนผมเผลอกลั้นหายใจ "ผมพูดจริง และคุณเองก็รู้ดีว่าผมไม่ได้ล้อเล่น"
บรรยากาศในลิฟต์เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินช้าๆ แต่โลกภายในใจของผมกลับหมุนเคว้งคว้าง ไดอะล็อกและท่าทีคุกคามที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายของผู้ชายคนนี้กำลังทำลายกำแพงป้องกันที่ผมสร้างไว้ทีละน้อย ความโกรธที่ควรจะมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่ยากจะต้านทาน
ธันวายกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนผนังกระจกข้างศีรษะผม กักขังผมไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองริมฝีปากของผมสลับกับดวงตาอย่างเปิดเผย ไม่มีร่องรอยของความลังเลใจหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"ธันวา ปล่อยนะ ชั้นใต้ดินจะถึงอยู่—"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วและหนักแน่นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า!
ไม่ใช่การสัมผัสผิวเผิน แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนและความอัดอั้นที่สะสมมานาน แรงกดจากริมฝีปากที่บดขยี้ลงมาทำให้ผมสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สัญชาตญาณการต่อสู้จะสั่งให้ผมยกมือขึ้นหมายจะผลักไสอกแกร่งออกไป
ทว่า ธันวากลับไวกว่า มืออีกข้างที่ว่างอยู่รวบข้อมือทั้งสองข้างของผมไขว้ไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงกดที่ริมฝีปากเพิ่มความลึกซึ้งขึ้น รสชาติหวานปนขมของกาแฟจางๆ ผสมผสานกับความเร่าร้อนที่ถาโถมเข้ามาทำให้ผมแทบละลายคาอ้อมแขน สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับหยุดทำงานลงอย่างสิ้นเชิง ความโกรธ ความดื้อรั้น และทิฐิทั้งปวงพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงสัมผัสวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด
นี่ไม่ใช่จูบจากงานเลี้ยงหน้ากาก ไม่ใช่จูบเพื่อตบตาใคร แต่มันคือจูบที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบที่จริงจังเสียจนน่ากลัว... และมันหอมหวานจนผมเผลอเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การควบคุม เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกรับแสงสว่างจ้าจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูลิฟต์ด้วยสีหน้าตกตะลึงค้าง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 12
ข้ามเส้นไปหนึ่งก้าว
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!