เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังลอดผ่านกรอบประตูเข้ามา ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอยากต้อนรับแขกยามวิกาลเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างคลื่นความหงุดหงิดมวนแปลกๆ ขึ้นในช่องท้อง ชนิดที่ต่อให้ซัดกาแฟดำไปกี่แก้วก็ล้างความรู้สึกนี้ออกไปไม่ได้
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยังมีอารมณ์มาต้อนรับแขกหน้าห้องอีกเหรอครับ ท่านประธาน..."
ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางทิ้งน้ำหนักตัวลงพิงกับพนักเก้าอี้หนังในห้องทำงานอย่างอ่อนล้า ทั้งที่สมองสั่งการชัดเจนว่าเรื่องของธันวา—เจ้านายปากจัดจอมเอาแต่ใจคนนั้น—ควรถูกปัดตกไปเป็นเรื่องไร้สาระนอกเวลางาน แต่สายตากลับทรยศด้วยการชำเลืองมองบานประตูไม้เนื้อดีที่ปิดสนิทอยู่นั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เกิดบ้าอะไรขึ้นวะ... คีย์?
ผมยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมนุ่มของตัวเองอย่างหัวเสีย ทำไมผมต้องมานั่งกระวนกระวายใจกับภาพที่ธันวาเดินไปเปิดประตูรับใครก็ไม่รู้ด้วยวะ? จะเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ ลูกค้ากระเป๋าหนัก หรือแม้แต่... ใครสักคนที่พิเศษในชีวิตของเขา มันก็เรื่องส่วนตัวของอีตาบ้านั่นทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง?
หน้าที่ของผมคือเลขาฯ ทำงานรับเงินเดือน จบแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น (หรือบางทีก็ลากยาวถึงเที่ยงคืนเพราะความเรื่องมากของเจ้านาย) เราควรมีเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเจ้านายกับลูกน้องที่ชัดเจนราวกับเส้นพรมแดนประเทศ
แต่ทำไม... วินาทีที่เสียงทุ้มของ 'ผู้มาใหม่' เอמהทักทายธันวาด้วยน้ำสนิทสนมเกินเบอร์ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้กระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัยล่ะครับ?
"สวัสดีครับคุณธันวา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... หวังว่าผมคงไม่ได้มารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณหรอกใช่ไหม?"
เสียงทุ้มหูที่ดังลอดเข้ามาทำเอาผมเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและแฝงความสนิทสนมเกินกว่าระดับ 'เพื่อนร่วมงานทั่วไป' ชัดเจน และนั่นมันทำให้ต่อมความอยากรู้อยากเห็น—หรืออาจจะเรียกว่าความหึงหวงแบบไร้เหตุผล—พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนแตะขีดแดง
ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่รู้ตัว ฝ่าเท้าก้าวเข้าไปใกล้บานประตูอย่างเงียบเชียบราวกับแมวขโมย มือเรียวบางเอื้อมไปแตะลูกบิดประตูด้วยความลังเลชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจบิดแง้มออกเพียงเล็กน้อย เพื่อเปิดช่องให้สายตาคมกริบได้ลอดผ่านความมืดออกไปสำรวจสถานการณ์ด้านนอก
แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินสาดกระทบเข้ากับร่างสูงโปร่งของธันวาที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้าของเขาไม่ได้เรียบเฉยเหมือนเวลาอยู่ต่อหน้าผมในห้องประชุม แต่มีความผ่อนคลาย... และรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งพูดตามตรงว่าผมโคตรเกลียดรอยยิ้มนั้นเลย มันดูหล่อเหลาอันตรายและชวนให้หมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
และคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามเขา... ก็คือ 'ปริญ' นายแบบหนุ่มลูกครึ่งชื่อดังที่กำลังเป็นพรีเซ็นเตอร์โปรเจกต์ใหญ่ให้บริษัทเราอยู่ตอนนี้ ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองดูดีมีราคา รอยยิ้มพราวเสน่ห์ และดวงตาพราวระยับที่ส่งให้ธันวานั้น... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าลายแทงสมบัติ
"ไม่รบกวนหรอกครับ... เชิญข้างในก่อนสิครับคุณปริญ ผมเพิ่งเปิดไวน์ขวดใหม่พอดี"
น้ำเสียงของธันวาที่เอמהต้อนรับแขกคนนั้นช่างนุ่มนวลและเป็นกันเองเสียจนผมเผลอขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา ผมเคยได้ยินน้ำเสียงโทนนี้จากปากคนอย่างธันวานับครั้งได้เลยมั้ง ส่วนใหญ่มีแต่เสียงตวาด เสียงสั่งงาน หรือไม่ก็คำพูดกวนประสาทที่คอยแต่จะหาเรื่องกวนโมโหผมอยู่เรื่อย
แล้วนี่อะไร? ยิ้มหวานใส่กันแถมยังชวนเข้าห้องยามวิกาลอีกต่างหาก!
ผมยืนกำมือแน่นอยู่หลังบานประตู ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินหัวใจผมทีละน้อย มันไม่ใช่แค่ความไม่พอใจในฐานะเลขาฯ ที่กลัวว่าเจ้านายจะเสียงานเสียการ แต่มันคือความรู้สึกร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง หัวใจเต้นรัวแรงจนน่ารำคาญ
ทำไมผมต้องแคร์ว่าธันวาจะยิ้มให้ใคร? ทำไมภาพที่เขายืนใกล้ชิดกับนายแบบคนนั้นถึงทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟร้อนๆ มาจุกอยู่ที่คอวะ?
"คีย์... คุณกำลังเป็นบ้าอะไรเนี่ย?" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางส่ายหัวไล่ความคิดไร้สาระออกจากสมองอย่างแรง
ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ บอกตัวเองว่านี่คือชีวิตส่วนตัวของเจ้านาย เขาจะพาใครเข้าห้อง จะจูบใคร หรือจะแต่งงานกันในห้องรับแขกนั้น มันก็สิทธิ์ของเขาไม่ใช่หรือไง? ผมเป็นแค่ลูกน้อง... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะไปทำหน้าบึ้งใส่เขาด้วยซ้ำนอกเวลางาน
แต่ให้ตายเถอะ... ขาเจ้ากรรมกลับไม่ยอมขยับถอยหลัง มันยังคงยืนปักหลักอยู่ตรงรอยแง้มของประตู ราวกับเสพติดความทรมานทางใจที่ได้มองเห็นรอยยิ้มของธันวาที่ไม่ได้มีไว้สำหรับตัวเอง
"ดูท่าทางคุณจะเหนื่อยกับโปรเจกต์นี้นะครับธันวา" เสียงนุ่มนวลของปริญดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับจังหวะที่ร่างสูงของนายแบบหนุ่มก้าวล้ำเข้าไปในห้องของธันวาโดยมีเจ้าของห้องผายมือต้อนรับอย่างสุภาพ
และในจังหวะที่ธันวาหันหลังให้ประตู เพื่อเดินนำแขกคนสำคัญไปยังชุดโซฟา... สายตาคมกริบทรงเสน่ห์คู่นั้นก็เบนกลับมามองตรงมายัง 'บานประตูห้องทำงานของผม' ที่แง้มอยู่พอดี!
ฉับพลัน... ดวงตาสีเข้มคู่คมก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับประหลาดใจ รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนมุมปากจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาไหวระริกที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ลึกซึ้ง
เราสบตากันผ่านช่องว่างแคบๆ ของบานประตู ท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดินยามค่ำคืน หัวใจของผมกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อริมฝีปากหยักลึกของธันวาขยับเปล่งเสียงกระซิบเบาๆ แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของผม...
"แอบดูผม... เพราะหึง หรือเพราะเป็นห่วงกันแน่ล่ะครับ... เลขาฯ คีย์?"
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ชาโดว์ฮันเตอร์" คนนี้ด้วยนะครับ!
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 19
เมื่อหัวใจเริ่มไม่รักดี
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!