"อยู่รอผมในห้องนี้..."
ประโยคทุ้มต่ำที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม ราวกับเสียงกระซิบที่จงใจขูดขีดลงบนผนังหัวใจให้เกิดรอยแผลเป็นจางๆ
ทว่าความเป็นจริงในยามวิกาลไม่ได้หอมหวานหรือชวนฝันอย่างที่ประธานหนุ่มจอมเผด็จการวาดภาพไว้ ความเงียบงัดข้อกับความมืดภายในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดของบริษัท กลายเป็นสนามประลองยุทธ์ระหว่างความดื้อรั้นของผมกับความคาดเดาไม่ได้ของผู้ชายคนนั้น
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนโซฟาหนังตัวยาวโดยมีสูทเนื้อดีของใครบางคนคลุมไหล่ไว้อย่างเบามือ ความรู้สึกปวดแปลบที่ขมับเล่นงานทันทีที่ขยับตัว กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นชาเขียวคั่วตลบอบอวลอยู่ในอากาศ แต่นอกจากกลิ่นเหล่านั้นแล้ว... มันมีความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณของผมร้องเตือน
ความเงียบ... เงียบเกินไป
ปกติเวลานี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของธันวาจะต้องเดินวนเวียนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว หรือไม่ก็เสียงเปิดเอกสารตรวจโปรเจกต์จะดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนใหญ่ แต่วันนี้... ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ
ผมผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่จากการเผลอหลับไปครึ่งค่อนคืน ผมสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเรายังมีบัญชีที่ต้องสะสางกันให้รู้เรื่อง ท่านประธานปากจัดคนนั้นคิดจะเล่นเกมอะไรอีก ล่อให้ผมรอแล้วตัวเองชิ่งหนีไปนอนก่อนอย่างนั้นหรือครับ? ฝันไปเถอะ!
ก้าวแรกที่เดินผ่านประตูกระจกนิรภัยเข้าไปยังห้องนอนใหญ่ ความรู้สึกเย็นยะเยือกวิ่งพล่านขึ้นมาจากฝ่าเท้า บรรยากาศภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนสลัวจากตึกสูงระฟ้าภายนอกที่ลอดผ่านม่านมู่ลี่เข้ามาเป็นทางยาว ทอดเงายาวเหยียดราวกับกรงขัง
"คุณธันวา..." ผมเอ่ยเรียกเสียงเรียบ พยายามซ่อนความหงุดหงิดไว้ใต้ความนิ่ง "เลิกเล่นซ่อนแอบได้แล้วครับ เอกสารงบประมาณไตรมาสหน้าอยู่บนโต๊ะทำงาน ถ้าจะเซ็นก็ออกมาเซ็นให้เรียบร้อย ผมจะได้กลับคอนโดเสียที"
ไร้เสียงตอบรับ
มีเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด และกลิ่นอายความเปียกชื้นบางอย่างที่ลอยแตะจมูก กลิ่นคล้ายสนิมเหล็กจางๆ... กลิ่นที่ทำให้ผมขมคออย่างประหลาด
หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มกระหน่ำรัวอย่างไร้เหตุผล ผมสาวเท้าเข้าไปใกล้เตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่ที่คลุมด้วยผ้าปูที่นอนสีเข้มสนิท และในวินาทีที่สายตาปรับเข้ากับความมืด ภาพตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก
ธันวา... ผู้ชายที่มักจะปรากฏกายด้วยสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ ท่าทางหยิ่งทะนง และฝีปากกล้าที่คอยแต่จะหาเรื่องจิกกัดผมให้หัวเสียอยู่เสมอ ตอนนี้กำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียง ร่างสูงใหญ่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ คราบเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายไร้ที่ติ เรือนผมสีเข้มชื้นเหงื่อลู่แนบไปกับหน้าผาก ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัวราวกับคนกำลังจมน้ำ
ผมยืนแข็งทื่ออยู่ที่ปลายเตียง สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพที่เห็น ภาพลักษณ์ท่านประธานผู้ไร้เทียมทานพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับบางสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกภายในจิตใจของตัวเอง
"คุณ... คุณธันวาครับ?" ผมเอ่ยเรียกอีกครั้ง คราวนี้ความแข็งกระด้างในน้ำเสียงเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด
ร่างบนเตียงสะดุ้งเฮือก มือหนาที่มักจะใช้ชี้หน้าสั่งงานหรือเซ็นเช็คด้วยความมั่นใจ กำลังกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อต่อปูดโปน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ริมฝีปากที่ชอบพ่นคำพูดกวนประสาทเม้มเข้าหากันจนซีดเผือด ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ยามจ้องมองผม บัดนี้เบิกกว้างอย่างไร้โฟกัสเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด
"อย่า... ออกไป..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากลำคอ มันแห้งผากและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "อย่า... ทิ้งฉันไว้... คนเดียว..."
ผมชะงักงัน ความรู้สึกต่อต้านที่สะสมมาตลอดสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตระหนักรู้บางอย่างที่พุ่งชนเข้ากลางอก ผู้ชายคนนี้... เบื้องหลังเกราะกำบังความเย็นชาและวาจาร้ายกาจ แท้จริงแล้วกลับซ่อนแผลเหวอะหวะที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้เอาไว้
ผมก้าวเข้าไปใกล้เตียงอย่างไร้สติ ทิ้งระยะห่างเพียงคืบก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมหนานุ่มข้างเตียง มือเรียวยื่นออกไปช้าๆ ลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจแตะลงบนท่อนแขนแกร่งที่เกร็งเกร็งจนแข็งราวกับหิน
"ผมอยู่นี่ครับ... คุณธันวา ผมไม่ได้ไปไหน" ผมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวในอกของตัวเอง
ทันทีที่ปลายนิ้วของผมสัมผัสโดนผิวเนื้อ ร่างสูงก็สะท้านเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ธันวาผุดลุกขึ้นคว้าข้อมือผมไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้กระดูกข้อมือผมร้าวได้ แต่แปลก... ที่ผมไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่รับรู้มีเพียงความเย็นเฉียบจากฝ่ามือของเขา และความสั่นเทาที่ส่งผ่านผิวสัมผัสตรงดิ่งมาถึงขั้วหัวใจ
ดวงตาคู่นั้นกวาดมองผมผ่านความมืด ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวผมอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาเดียว ร่างกายหนาหนักก็ทาบทับลงมา ดึงผมให้เซถลาลงไปนอนราบกับพื้นพรมเคียงข้างเขา
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ กลิ่นกายผสมกับกลิ่นเฉพาะตัวที่คุ้นเคยโอบล้อมผมไว้ทุกทิศทาง ธันวากดศีรษะลงซบกับลาดไหล่ของผมแน่น ร่างกายของประธานหนุ่มสั่นสะท้านอย่างน่าเวทนา มือข้างหนึ่งสอดมากอดเอวผมไว้ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วผมจะสลายหายไปในอากาศ
"คีย์..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างใบหู ร้อนผ่าวและสั่นเครือจนน่าใจหาย "นายเห็นมันไหม... ฝันบ้าๆ นั่น... มันตามมาหลอกหลอนฉันอีกแล้ว..."
ผมไม่ได้ขัดขืน ไม่ได้ผลักไส หรือแม้แต่จะปริปากต่อว่าเหมือนทุกครั้ง ปลายนิ้วเรียวของผมยกขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะตัดสินใจลูบกลุ่มผมนุ่มชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านสัมผัสที่ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ
นี่คือมุมที่เปราะบางที่สุด... มุมที่ไม่มีใครเคยเห็น และคงไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาใกล้ชิดนอกจากผมในเวลานี้
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นสอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิด
ผมก้มมองใบหน้าคมคายที่ยามนี้ซุกซบอยู่กับอกของตัวเอง แพขนตายาวทาบลงบนโหนกแก้มที่ตอบลงเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก ความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจ และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำนิยาม
ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยคำปลอบโยนออกไปเพื่อคลายความหวาดกลัวให้เขา
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกประตูห้องชุดด้านนอกดังขึ้นแว่วๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ย่างกรายเข้ามาอย่างไร้การเคาะเตือน และเสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่สามที่เอ่ยเรียกชื่อธันวาด้วยความคุ้นเคยดังทะลุความมืดเข้ามา...
"ธันวา นายยังไม่นอนใช่ไหม? ฉันเอาเอกสารสำคัญมาให้..."
ร่างในอ้อมแขนผมสะดุ้งสุดตัวทันที ดวงตาที่เคยอ่อนล้าและหวาดกลัวเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและดุดันขึ้นมาในเสี้ยววินาที พร้อมกับแรงกอดรัดที่เอวผมแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก!
..................................................
(ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษด้วยกันนะครับ - ชาโดว์ฮันเตอร์)
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 7
ฝันร้ายของท่านประธาน
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!