"ห้าแสน..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นในระยะประชิด ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นพร้อมเพรียง คีย์พยายามขยับถอยหลังแต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูห้องทำงานไม้เนื้อดีอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงใหญ่ของธันวา ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเผด็จการ กำลังกักขังเขาไว้ด้วยวงแขนที่แข็งแกร่งราวกับกรงเหล็ก
"คุณ..." คีย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติ ดวงตากลมโตตวัดมองคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แม้ใบหูขาวจัดจะขึ้นสีแดงระเรื่อฟ้องความประหม่าที่ซ่อนไม่มิด "คุณบ้าไปแล้วหรือครับท่านประธาน จู่ๆ มายื่นข้อเสนอซื้อตัวผมเหมือนเด็กเสิร์ฟในเลานจ์ คิดว่าผมราคาเท่าไหร่กัน"
"ห้าแสนต่อเดือน... ไม่พอใจเหรอครับ?" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทาย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่กำลังบึ้งตึงด้วยความพึงพอใจ "สำหรับเลขานุการเงินเดือนสองหมื่นห้าอย่างคุณ เงินก้อนนี้ทำงานสิบปีก็ยังเก็บไม่ได้... หรือว่าคุณกลัว?"
"ผมไม่ได้กลัว!" คีย์สวนกลับทันควัน ความถือดีพุ่งปรี๊ดจนลืมตัว เผลอยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายออกเต็มแรง "ผมแค่คิดว่าสมองระดับประธานบริษัทใหญ่โต คงคิดวิธีแก้ปัญหาชีวิตตัวเองได้ดีกว่าการจ้างลูกน้องมาเล่นละครตบตาป๊าของคุณนะครับ"
"แล้วคุณคิดว่าผมมีทางเลือกอื่นหรือไง" น้ำเสียงของธันวาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเย่อหยิ่งตามนิสัย "ป๊าส่งรูปผู้หญิงมาให้ดูทุกวัน วันละสามคน บอกว่าถ้าปีนี้ฉันยังไม่มีคู่ควงไปเปิดตัวในงานฉลองครบรอบบริษัท ท่านจะตัดหางปล่อยวัด ยึดบัตรเครดิตทุกใบ แล้วส่งฉันไปบริหารสาขาที่กันดารที่สุดในแอฟริกา... คุณอยากให้เจ้านายรูปหล่ออนาคตไกลคนนี้ไปนั่งตบยุงกลางทะเลทรายหรือไงครับคีย์"
"นั่นมันปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของผมครับ" คีย์เบือนหน้าหนี ปฏิเสธที่จะสบตากับประกายความเวทนาที่เจืออยู่ในความกวนประสาทนั้น "เชิญคุณไปหาคนอื่นเถอะครับ พริตตี้นางแบบอินฟลูเอนเซอร์มีตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ไปจ้างพวกเธอมาล่ะครับ น่าจะเนียนกว่าเลขาหน้าตาธรรมดาอย่างผมตั้งเยอะ"
"เพราะพวกนั้นหวังเงินและหวังจะจับผมไงครับ" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน คีย์ต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "แต่คุณ... เกลียดขี้หน้าผมจะตาย แค่มองตาคุณก็รู้แล้วว่าไม่ได้คิดจะอ่อยผมแม้แต่นิดเดียว แบบนี้สิครับถึงจะเรียกว่า 'คู่ควงจำเป็น' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ป๊าผมไม่มีทางสงสัยแน่นอน"
คีย์เม้มปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อเสนอห้าแสนบาทต่อเดือนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ มันแก้ปัญหาภาระหนี้สินของครอบครัวที่เขากลุ้มใจมานานหลายเดือนได้ในพริบตาเดียว แต่การต้องเอาตัวเองไปผูกติดกับปีศาจปากจัดอย่างธันวา ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงเสือด้วยความสมัครใจ
"แล้วผมต้องทำอะไรบ้าง..." ในที่สุดคีย์ก็ยอมเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงจำยอม
"ง่ายมากครับ" ธันวายิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ ดวงตาพราวระยับ "แค่ไปร่วมงานเลี้ยงกับผม ควงแขน ยิ้มแย้ม ทำตัวเป็นแฟนที่รักกันปานจะกลืนกินเวลาอยู่ต่อหน้าป๊า และ..." ประธานหนุ่มเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังเม้มเข้าหากัน "อาจจะต้องมีฉากสวีทเรียกเรตติ้งบ้างตามความเหมาะสม"
"แค่กอดหรือหอมแก้มใช่ไหมครับ?" คีย์ถามย้ำด้วยความระแวง
"ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ... บางทีอาจจะมากกว่านั้น" ธันวาตอบหน้าตาเฉย ส่งผลให้คีย์อยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคนพูดสักทีสองที
"ฝันไปเถอะครับ!"
"ตกลงว่าไงครับ จะรับข้อเสนอของผมดีๆ หรือจะให้ผมเปลี่ยนเป็นข้อเสนออื่น... แบบที่แนบเนื้อกว่าเดิม" ธันวาแกล้งโน้มตัวเข้ามาประชิดอีกนิด จนคีย์ต้องแอ่นตัวหนีจนแผ่นหลังแนบสนิทกับประตู
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน คีย์ชั่งน้ำหนักในใจ ระหว่างความศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้ กับเงินห้าแสนบาทที่ช่วยปลดแอกชีวิตครอบครัว
"สัญญาต้องเป็นสัญญา ห้ามล่วงเกินนอกเวลางาน และห้ามสั่งงานนอกเหนือจากหน้าที่เลขาเด็ดขาด" คีย์ยื่นคำขาดด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
"ดีมากครับ... คนฉลาดเขาตัดสินใจกันแบบนี้แหละ" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ผละตัวถอยออกไปยืนเว้นระยะห่างตามเดิมอย่างสุภาพ ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งใช้ความใกล้ชิดกดดันคนอื่นจนมุม "พรุ่งนี้เรามีดินเนอร์กับป๊า เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ ห้ามสาย และห้ามปฏิเสธ"
คีย์ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยอ่อน ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ความรู้สึกเหมือนเพิ่งเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้ซาตานกำลังกัดกินหัวใจ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากไล่ประธานจอมเผด็จการให้ออกไปจากห้อง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งคีย์และธันวาชะงัก หันไปมองทางประตูพร้อมกันด้วยความสงสัย เนื่องจากเลยเวลาเลิกงานมาโขแล้ว และปกติจะไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาในห้องทำงานของท่านประธานโดยไม่ได้รับอนุญาต
ปัง!
ประตูกถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า ใบหน้าสวยเฉี่ยวเต็มไปด้วยความมั่นใจ และสายตาที่กวาดมองสำรวจคีย์กับธันวาด้วยความแปลกใจระคนจับผิด
"อ้าว ธันวา... ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ นัทนึกว่าคุณเคลียร์งานเสร็จแล้วซะอีก" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่หญิงสาวเดินตรงเข้ามาคล้องแขนธันวาหน้าตาเฉย โดยไม่สนสายตาของคีย์เลยแม้แต่น้อย "แล้วนี่... เลขาของคุณยังอยู่ทำไมดึกดื่นล่ะคะเนี่ย?"
คีย์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อสมองประมวลผลได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร — *คุณนัท* บุตรสาวท่านองคมนตรีที่ป๊าของธันวาหมายตาจะให้มาเป็นสะใภ้
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าเรียบตึงขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามจะดึงแขนออกจากการเกาะกุม แต่หญิงสาวกลับยิ่งเบียดเข้าใกล้มากขึ้น
"คุณมาทำไมที่นี่ครับนัท?" ธันวาถามเสียงเรียบ
"ก็คุณป๊าของคุณโทรบอกให้นัทแวะเอาซุปไก่มาบำรุงว่าที่คู่หมั้นยังไงล่ะคะ" หญิงสาวส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ธันวา ก่อนจะหันมามองคีย์ด้วยหางตา พร้อมรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนไว้ไม่มิด "อุ๊ย... หรือว่านัทมารบกวนเวลา 'ทำงานพิเศษ' อะไรของคุณสองคนหรือเปล่าคะเนี่ย ดูท่าทางเลขาของคุณจะเหงื่อตกเชียว"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที คีย์หรี่ตามองผู้หญิงมาใหม่ที่จงใจเหน็บแนม ขณะที่ธันวากำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อปกป้องเลขา
แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะเริ่มต้นขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ประธานหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้เขาต้องขบกรามแน่น
*‘ป๊า’*
ธันวาสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะกดรับสายโดยเปิดสปีดเกอร์โฟนเพื่อให้ทุกคนได้ยินพร้อมกัน
"ว่าไงครับป๊า..." ธันวา กรอกเสียงลงไป
(แกอยู่ไหนธันวา! ฉันรู้ว่าแกยังอยู่ที่บริษัท... เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันนัดดินเนอร์ครอบครัวไว้แล้ว นัทก็อยู่กับแกใช่ไหม พาหนัทไปเจอกันที่ร้านอาหารเดิมภายในครึ่งชั่วโมง ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นแกเจอดีแน่!)
ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้ปฏิเสธ ปลายสายก็กดตัดทิ้งไปทันทีอย่างไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง
ธันวาค้างเติ่ง หันกลับมามองหน้าคีย์สลับกับหญิงสาวที่กำลังยิ้มระรื่นด้วยความได้ใจ ปัญหาที่คิดว่าจะค่อยๆ แก้กลับโถมเข้ามาชนต่อหน้าต่อตาแบบไม่ทันตั้งตัว
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนมุมปากของท่านประธานอีกครั้ง คราวนี้สายตาคมกริบพุ่งตรงมาที่คีย์ราวกับเจอทางออกสุดท้ายที่สว่างวาบในความมืด
"ไม่ต้องไปมองหาใครอื่นแล้วครับป๊า..." ธันวาพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปคว้าข้อมือของคีย์ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด ดึงเข้ามาประชิดตัวจนคีย์เซถลาไปชนแผงอกแกร่งอีกรอบ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคุณนัทที่อ้าปากค้าง
"คุณธันวา! จะทำบ้าอะไรอีกครับเนี่ย!" คีย์กระซิบลอดไรฟันด้วยความตกใจ พยายามสะบัดข้อมือหนีแต่ถูกบีบแน่นกว่าเดิม
"ช่วยผมหน่อยนะคีย์..." ธันวาก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเจ้าเล่ห์แต่แฝงความขอร้องกลายๆ "เปลี่ยนข้อเสนอ... เริ่มงานคืนนี้เลย ห้าแสนห้า! ถือว่าผมขอร้อง"
"นี่คุณ!" คีย์ยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธ ธันวาก็กระชากแขนเขาให้เดินตามออกไปจากห้องทำงานทันที โดยทิ้งให้คุณนัท站ยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหลังด้วยความโกรธเกรี้ยว
รถยนต์หรูพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถบริษัทด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเป้าหมาย ท่ามกลางความเงียบที่อึดอัด คีย์หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้านายหนุ่มที่กำลังตั้งใจขับรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"คุณแน่ใจเหรอครับว่าแผนนี้จะรอด" คีย์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงเจือความไม่มั่นใจ
ธันวาเหลือบตามองเลขาหน้าหวานแวบหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากด้วยความมั่นใจเกินร้อย รถยนต์เบรกเอี๊ยดจอดสนิทหน้าภัตตาคารหรูสไตล์ฝรั่งเศส ธันวาหันมาสบตาคีย์ตรงๆ ดึงมือบางขึ้นมาประสานกันไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย
"เชื่อมือผมเถอะครับคีย์..." ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นเป่ารดริมฝีปากอีกครั้ง แววตาสั่นระริกด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "เพราะหลังจากเดินก้าวเข้าไปในร้านนี้... คุณจะไม่มีวันได้ถอนตัวจากผมอีกเลย"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเสพความแซ่บด้วยกันในตอนนี้นะครับ!
กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!