กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด•ตอนที่ 1

ใบลาออกในมือสั่นไปหมด

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
กระดาษแผ่นA4 ในมือของคีย์สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาแน่นของตัวอักษรที่พิมพ์ด้วยฟอนต์มาตรฐาน แต่เป็นเพราะน้ำหนักของความอดทนตลอดหนึ่งปีเต็มที่ถูกกลั่นกรองออกมาเป็นประโยคบอกเลิกสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการ สามบรรทัดสุดท้ายด้านล่างสุดระบุชื่อและลายเซ็นของเขาไว้อย่างชัดเจน เหลือเพียงแค่ก้าวเดินผ่านประตูบานใหญ่เบื้องหน้า วางมันลงบนโต๊ะทำงานของมนุษย์ใจร้ายที่สุดในรอบทศวรรษ แล้วอิสรภาพที่โหยหาก็จะเป็นของเขา "ถ้าคุณคิดว่าการเดินเข้าไปยื่นใบลาออกในห้องท่านประธาน แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดี... คุณกำลังประเมินปีศาจสวมสูทปาลาซิโอตัวนั้นต่ำเกินไปแล้วล่ะครับคุณเลขา" เสียงทุ้มต่ำของรุ่นพี่ในแผนกดังขึ้นเตือนสติ แต่คีย์ไม่มีเวลามาใส่ใจ เขาสูดหายใจเข้าลึก, จัดปกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนให้เข้าที่, เคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งตามมารยาท แล้วผลักมันเปิดเข้าไปโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหารบนชั้นสูงสุดกว้างขวางและเย็นเยียบ กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยอบอวล ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดไม่ใช่ทิวทัศน์มหานครเบื้องหลังกระจกใสไร้รอยต่อ, แต่เป็นแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ธันวา... ผู้ชายที่ถูกขนานนามในบอร์ดบริหารว่าเป็น 'เครื่องจักรไร้หัวใจ' และในกลุ่มพนักงานว่าเป็น 'คุณชายปากจัดเบอร์หนึ่ง' ร่างสูงโปรดปรานการสวมสูทเข้ารูปเน้นไหล่กว้างและเอวสอบ ขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงการมาเยือน เขายังไม่ยอมหันกลับมามอง ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงบนโต๊ะทำงานก็หยุดชะงักลง "สิบนาทีที่แล้ว ผมยังเห็นคุณนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำไมตอนนี้ถึงกลายร่างมาเป็นหมาป่ากล้าดีบุกรุกถ้ำเสือได้ล่ะครับ... คีย์" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันเอ่ยขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง มันจดจ้องมองตรงมาที่คีย์ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก คีย์ไม่สะทกสะท้าน เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รวบรวมความกล้าทั้งหมดเดินเข้าไปหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงสองก้าว ก่อนจะวางกระดาษแผ่นสำคัญลงบนพื้นผิวไม้มะฮอกกานีขัดเงา "ผมไม่ได้มาเพื่อต่อรองครับท่านประธาน... แต่ผมมาเพื่อยื่นสิ่งนี้" ธันวาปรายตามองกระดาษแผ่นนั้นเพียงแวบเดียว ราวกับมันเป็นแค่เศษกระดาษทิชชูใช้แล้ว รอยยิ้มเยาะเย้ยบนเรียวปากหยักลึกยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก เขายื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ นั้นด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ชวนให้น่าหมั่นไส้เสียจนคีย์อยากจะคว้าแจกันดอกไม้แถวนั้นมาฟาดหัวสักทีสองที "ใบลาออก?" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นหูแต่น่าขนลุกในเวลาเดียวกัน "เหตุผลคือ 'ปัญหาส่วนตัวและสภาวะสุขภาพจิตไม่เอื้ออำนวย' ...ว้าว เขียนได้ดราม่าดีนี่ครับ เหมือนเขียนบทละครหลังข่าวช่องดังเลยทีเดียว" "สุขภาพจิตผมจะแย่ก็เพราะการทำงานร่วมกับคนไม่มีมนุษยสัมพันธ์อย่างคุณนี่แหละครับ!" คีย์สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ความอดทนที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นความหงุดหงิด "ผมทำงานให้คุณหกสัปดาห์ไม่มีวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ก็ต้องสแตนด์บายรับโทรศัพท์ตอนตีสามเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเอกสารงี่เง่าของคุณ ชีวิตส่วนผมพังไม่เป็นท่า เพราะฉะนั้น... กรุณาเซ็นอนุมัติให้ผมด้วยครับ ผมจะขอเคลียร์งานทั้งหมดให้เสร็จภายในสิ้นสัปดาห์นี้" ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ ธันวายังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองเลขาหน้าหวานที่กำลังหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ผิวแก้วใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห ช่างเป็นภาพที่... น่ามองและน่าแกล้งให้หลุดอาการมากกว่าจะน่ากลัว แทนที่จะโกรธกลับเหมือนที่พนักงานคนอื่นเป็นเวลาโดนเขาด่า ธันวากลับค่อยๆ วางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะตามเดิม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวคีย์ทีละน้อย แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวร่างสูงจนคีย์ต้องเผลอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางเอกสารกระจกด้านหลังเข้าอย่างจัง ธันวาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศโชยเข้าจมูกจนคีย์ต้องกลั้นหายใจ "ถอยไปนะ..." คีย์กระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามดันอกเสื้อสูทอีกฝ่ายออก แต่ร่างสูงกลับนิ่งราวกับภูเขาหิน "ผมไม่อนุมัติ" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังต้องเบิกตากว้าง "คุณไม่มีสิทธิ์! กฎหมายแรงงานระบุไว้ชัดเจนว่า..." "ผมเป็นประธานบริษัท... กฎของที่นี่คือผม" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน คีย์รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระรัวในอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะระยะห่างที่อันตรายเกินไปจนน่าตกใจ "แต่อย่าเพิ่งตกใจไปครับคีย์ ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น ถ้าคุณทนทำงานกับผมต่อ... ผมมี 'ข้อเสนอใหม่' ที่คุณปฏิเสธไม่ลงแน่ๆ" คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง "ข้อเสนออะไรของคุณ? เงินเดือนเพิ่มเหรอ? บอกไว้ก่อนนะว่าต่อให้ให้ล้านนึงผมก็..." "ไม่ใช่เรื่องเงินครับ..." ธันวาเว้นจังหวะ ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่คีย์ไม่เคยเห็นมาก่อน "แต่เป็นข้อเสนอที่จะเปลี่ยนสถานะของเราสองคน... จาก 'เจ้านายกับลูกน้องปากจัด' ให้กลายมาเป็นอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่านั้นมาก" คีย์กำลังจะอ้าปากด่ากราดด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ แต่ยังไม่ทันที่เสียงพูดจะหลุดออกจากริมฝีปาก ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของบุคคลที่สามที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องพลิกคว่ำในพริบตา "พี่ธันวาคะ! คุณแม่บอกว่า... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ รบกวนเวลาสวีตกันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?" ร่างบางในชุดเดรสแบรนด์เนมชื่อดังยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงข้ามประตู พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น คีย์หน้าถอดสี รีบออกแรงผลักอกธันวาเต็มแรงแล้วกระโดดหนีออกมาห่างสามเมตรทันที ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย ปรายตามองน้องสาวต่างมารดาที่ยืนยิ้มกริมอยู่หน้าประตูด้วยแววตาอยากจะฆ่าหมกส้วม "เข้ามาทำไมยัยตัวแสบ... แล้วใครใช้ให้เธอเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะ!" "ก็เลขากล่องดวงใจของพี่ไม่ได้ล็อกประตูเองนี่คะ!" หญิงสาวหัวเราะคิกคัก เดินดุ่ยๆ เข้ามาในห้องก่อนจะหันมามองหน้าคีย์ด้วยสายตาพิจารณาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "สวัสดีค่ะคุณคีย์... ฉันชื่อ 'น้ำนิง' นะคะ พอดีคุณแม่ส่งฉันมาดูตัว เอ๊ย มาฝึกงานที่นี่ค่ะ... และดูเหมือนว่าฉันมาถูกจังหวะเสียด้วยสิคะเนี่ย!" คีย์ยืนแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งใบลาออกในมือที่ยังค้างคา ข้อเสนอสุดประหลาดของท่านประธาน และการปรากฏตัวของน้องสาวตัวแสบที่เข้ามาทำลายบรรยากาศจนเละไม่เป็นท่า ธันวาหันกลับมามองคีย์ที่กำลังยืนอึ้ง ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าของเลขาหนุ่ม เขาแย้มรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาคีย์แทบอยากจะควักตับไตไส้พุงออกมาล้างน้ำ "เห็นไหมครับคีย์... เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง" ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้คีย์อีกครั้ง กระซิบเบาๆ ข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "คุณยังไม่ได้ฟังข้อเสนอของผมเลย... และผมแน่ใจว่า คุณจะต้องเป็นฝ่ายเดินมาขอร้องให้ผม 'รับผิดชอบ' ด้วยตัวเองแน่ๆ" *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักรักร้ายนี้ด้วยกันนะครับ)*
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักร้ายคุณชายปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%