"ถ้าคุณยังยืนเก้ ๆ กัง ๆ เอาแต่ใช้สายตาคมกริบนั่นพิฆาตแปลงกะเพราป่าของฉันอยู่แบบนี้ อีกสามวันมันก็คงไม่โตขึ้นมาให้คุณถอนหรอกนะครับ"
เสียงหวานใสที่เจือความขำขันเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่ริมแปลงเกษตร รินรดาในชุดเสื้อยืดเนื้อนุ่มกับกางเกงผ้าฝ้ายพับขาขึ้นเหนือข้อเท้า ปัดมือที่เปื้อนดินจาง ๆ ออกจากกัน ก่อนจะหันไปสบตากับนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุที่สุดในละแวกนี้
พันธกานต์ชะงักไปนิด ใบหน้าคมเข้มที่มักเรียบเฉยราดรดด้วยความจริงจังเสมอฉายแววเคอะเขินวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ตั้งใจจะมายืนจ้องแปลงผักของเธอ แต่วิถีชีวิตที่เคยชินกับการตื่นตีห้าเพื่อออกกำลังกายและตรวจตราพื้นที่ ทำให้ขาแกร่งคู่นี้พาตัวเองก้าวข้ามรั้วไม้ไผ่เตี้ย ๆ เข้ามาในเขตไร่ของหญิงสาวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเสียด้วยซ้ำ
"ผมแค่วิเคราะห์ระบบระบายน้ำ" พันธกานต์แก้ตัวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าคมคายเบือนหนีไปทางอื่นอย่างไม่ค่อยเนียนนัก "ดินตรงนี้ชื้นเกินไป รากอาจจะเน่าได้ง่าย... ผมแค่จะช่วยขุดร่องน้ำให้"
รินรดาแอบอมยิ้มจนลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไปเล็กน้อย หล่อนรู้ดีว่าภายใต้ท่าทางแข็งกระด้างและคำพูดขวานผ่าซากของอดีตนายทหารผู้นี้ ซ่อนความใส่ใจเอาไว้อย่างมิดชิด ตั้งแต่เหตุการณ์ที่หล่อนจัดการตบหน้าสั่งสอนพวกญาติหน้าเลือดที่บุกมาทวงสิทธิ์ในที่ดินวันก่อน พันธกานต์ก็มักจะวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ คอยตรวจตราความปลอดภัยและช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบเงียบเชียบเสมอ
"ถ้าอย่างนั้น เชิญ 'ผู้พันนักวิเคราะห์ดิน' ลงมือได้เลยครับ" รินรดาผายมือไปยังจอบด้ามยาวที่วางพิงอยู่กับต้นมะม่วง "แดดเริ่มออกแล้ว ถ้าไม่รีบขุดตอนนี้ เดี๋ยวเหงื่อจะท่วมตัวเสียก่อนนะ"
รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของหญิงสาว ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มที่ด้านชามานานเกิดอาการกระตุกวูบ พันธกานต์ก้าวเข้าไปหยิบจอบขึ้นมาด้วยความคล่องแคล่ว กล้ามเนื้อแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อกล้ามสีเข้มเกร็งตัวขึ้นตามจังหวะการขุดดิน เสียงโลหะคมกริบกระทบพื้นดินดังฉับ ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยอมก้มหน้าก้มตาทำงานหนักในไร่ให้หญิงสาว ทำให้บรรยากาศยามเช้าอบอวลไปด้วยความอบอุ่นอย่างประหลาด
รินรดาไม่ได้ปล่อยให้เขาทำงานอยู่คนเดียว หล่อนเดินหายเข้าไปในครัวเล็ก ๆ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับถาดไม้ที่มีน้ำเก๊กฮวยเย็นเจี๊ยบหอมชื่นใจ และผ้าขนหนูผืนสะอาด หล่อนยืนมองภาพชายหนุ่มที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำงานด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป พันธกานต์ไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านที่น่ารำคาญใจเหมือนในตอนแรก แต่เขาคือความมั่นคงที่หล่อนสัมผัสได้ในโลกใบใหม่นี้
"พักเหนดื่มน้ำก่อนสิครับ" รินรดายื่นแก้วน้ำให้เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มหยุดพักปาดเหงื่อ
พันธกานต์รับแก้วมาถือไว้ นิ้วมือหนาเผลอสัมผัสโดนปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสองชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกปรายมองสบกันในระยะประชิด ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางกลิ่นไออุ่นของดินและกลิ่นหอมจาง ๆ ของกะเพราป่าที่ลอยมากับสายลม
"ขอบคุณครับ" เสียงของพันธกานต์แหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย เขาดื่มน้ำรวดเดียวจนหมดแก้ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้
"ทำงานเหนื่อย ๆ แบบนี้ เดี๋ยวผมจะทำมื้อเที่ยงให้คุณกินเองครับ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย "ถือเป็นการตอบแทนแรงงานราคาถูก"
"แรงงานคนนี้ค่าตัวแพงนะ" พันธกานต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาพราวระยับด้วยประกายความขบขันที่นาน ๆ ครั้งจะได้เห็น "ขอแค่เมนูกะเพราป่าสูตรเด็ดของคุณก็พอ"
ตกช่วงสาย กลิ่นหอมฉุนชวนน้ำลายสอของใบกะเพราป่าที่ถูกผัดจนเข้าเนื้อกับพริกแห้งและเนื้อหมูสับหยาบ ๆ ก็โชว์หวยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณไร่ รินรดาใช้เคล็ดลับจากมิติลับในการคัดสรรวัตถุดิบ ทำให้ได้เนื้อหมูที่นุ่มละมุนและใบกะเพราที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวรุนแรงกว่าปกติ เสียงฉู่ฉ่าของน้ำซอสที่กระทบกระทะร้อน ๆ เรียกให้พันธกานต์ที่กำลังล้างมืออยู่ถึงกับต้องเดินตามกลิ่นเข้ามาในครัว
"เสร็จพอดีครับ" รินรดาตักผัดกะเพราป่ารสจัดจ้านราดลงบนข้าวสวยร้อน ๆ ควันฉุย พร้อมกับโป๊ะด้วยไข่ดาวกรอบนอกนุ่มในที่ไข่แดงเยิ้มน่ากิน
พันธกานต์รับจานข้าวมาด้วยความคาดหวัง เมื่อตักเข้าปากคำแรก รสชาติเผ็ดร้อน เค็มหวานกลมกล่อม และกลิ่นหอมสมุนไพรที่กระจายไปทั่วโพรงปาก ทำให้ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่แค่อาหารธรรมดา แต่มันคือความสุขคำโตที่อัดแน่นด้วยความใส่ใจ
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังทานอาหารท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดและลมพัดเอื่อย ๆ นั้นเอง เสียงรถกระบะเก่า ๆ คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าประตูรั้วไร่ ฝุ่นตลบอบMวลลงมา พร้อมกับร่างอ้วนทุ้ยของ "ลุงสมชาย" ญาติจอมหน้าด้านที่เคยมาอาละวาดเมื่อวันก่อน ก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางหาเรื่อง โดยมีป้าสำליคนเดิมเดินตามลงมาด้วยสีหน้ากระfîดกระfîด
"รินรดา! นังหลานอกตัญญู ออกมานี่เลยนะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสำลีแผดลั่นทำลายบรรยากาศอันสงบสุขลงทันที "แกคิดว่าจะหนีพ้นหรอวะ ที่ดินตรงนี้มันเป็นสมบัติของตระกูลเรา!"
รินรดาวางช้อนในมือลง ใบหน้าสวยหวานไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงแววตาเย็นชาที่ฉายชัดขึ้นมา หล่อนกำลังจะลุกขึ้นไปจัดการกับปัญหาเรื้อรังนี้ด้วยตัวเอง แต่ทว่า...
พันธกานต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำที่แผ่รังสีความน่าเกรงขามแบบนายทหารปลดประจำการก้าวออกไปยืนขวางหน้าหญิงสาวไว้ รัศมีคุกคามที่ถูกปลดปล่อยออกมาทำให้ลุงสมชายและป้าสำลีถึงกับผะ2ถอยหลังไปคนละก้าวด้วยความหวาดกลัว
พันธกานต์หันกลับมามองรินรดาแวบหนึ่ง ส่งรอยยิ้มอบอุ่นที่ไร้ความดุดันให้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
"นั่งกินข้าวต่อเถอะครับ... คนพวกนี้ เดี๋ยวผมจัดการเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ
กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน•ตอนที่ 9
รอยยิ้มแรกของนายทหาร
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!