"ถอยออกไปให้หมดนะ! บอกแล้วไงว่าที่ดินผืนนี้ ป้ายประกาศชื่อเจ้าของมันฟ้องอยู่โต้งๆ ว่าเป็นของตระกูลเรา!"
เสียงแผดก้องของลุงสมชายดังทะลุผ่านม่านใบกะเพราป่าเข้ามา พร้อมกับเสียงย่ำเท้าหนักหน่วงของกลุ่มญาติจอมสูบเลือดสูบเลือดที่พากันยกโขยงมานับสิบชีวิต ใบหน้าของแต่ละคนเปี่ยมไปด้วยความโลภและรอยยิ้มเยาะเย้ยถนัดตา พวกเขาคิดว่ารินรดาเป็นเพียงผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไร้ที่พึ่ง และคงกำลังหวาดกลัวจนหัวหดอยู่หลังบ้านหลังน้อย
ทว่า... ความจริงกลับตาลปัตร
รินรดายังคงยืนนิ่งสงบ มือข้างหนึ่งถือตะกร้าไม้สานสำหรับเก็บยอดพืชในมิติ แววตาของเธอไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับมองกลุ่มคนเหล่านั้นราวกับกำลังมองฝูงแมลงวันที่บินมาตอมกองขยะ
"ตระกูลเรางั้นหรือครับ ลุงสมชาย?"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของพันธกานต์ที่ก้าวเท้าออกมาจากเงาไม้ใหญ่ กลิ่นอายความเป็นนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมารอบตัว จนทำให้กลุ่มคนที่กำลังกร่างอยู่เมื่อครู่ถึงกับชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ พันธกานต์ไม่ได้พกอาวุธ แต่สายตาที่คมกริบราวด์เหยี่ยวและใบหน้าเรียบตึงนั้น กลับทรงพลังยิ่งกว่าปืนไรเฟิลในมือ
"ไอ้...ไอ้พันธ! นี่มันเรื่องของครอบครัวเรา แกมายุ่งอะไรด้วย ที่ดินตรงนี้มันเคยเป็นของตาแก่...!" ลุงสมชายเสียงสั่นเล็กน้อยแต่ยังพยายามกลบเกลื่อนด้วยการะดเสียงขู่
"ที่ดินผืนนี้ ถูกซื้อขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีโฉนดระบุชัดเจนตั้งแต่วันที่ผมเซ็นสัญญาซื้อต่อจากเจ้าของเดิมแล้วครับ ถ้าพวกคุณยังไม่อยากข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ผมแนะนำให้เดินกลับทางเดิม... ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน"
คำพูดของพันธกานต์ราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกน รินรดาแอบอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าสามีหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนพูดเล่น ยิ่งเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมให้เธออย่างมั่นคง หัวใจดวงน้อยก็เกิดความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด
เมื่อเห็นว่าขู่ไม่สำเร็จและท่าไม่ดี กลุ่มญาติจอมกะFล่อนจึงเริ่มถอยร่น แต่ยังไม่วายทิ้งคำอาฆาตไว้ "ฝากไว้ก่อนเถอะนังริน แกกับไอ้ทหารบ้านี่จะต้องเสียใจ!"
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป รินรดาจึงหันมาสบตากับพันธกานต์ "ขอบคุณมากนะครับสำหรับเมื่อครู่"
"ไม่ต้องขอบคุณหัฒรอกครับ หน้าที่ของผมคือดูแลคนของผม... และดูแลไร่ของเรา" พันธกานต์ตอบเสียงนุ่ม แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนน่าใจหาย ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเรื่องเพื่อลดความตึงเครียด "ว่าแต่... เมื่อครู่คุณบอกว่าต้องการขยายพื้นที่สวนในมิติเพื่อรองรับอerder ลูกค้าใช่ไหมครับ? ให้ผมช่วยอะไรดีล่ะ"
รินรดาพยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้น งานนี้เธอไม่ได้แค่จะปลูกผักธรรมดา แต่เธอจะเนรมิต "สวนครัวมหัศจรรย์" ที่จะทำให้ตลาดอาหารในเมืองต้องสะเทือน
ทั้งสองเดินกลับเข้ามาในตัวบ้าน รินรดาใช้สมาธิเพ่งจิตเปิด "ประตูมิติ" แสงสีฟ้าอ่อนเรืองรองขึ้นเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวข้ามผ่านม่านอากาศเข้าสู่โลกภายในมิติที่กว้างใหญ่ไพศาล พื้นที่ด้านในเวลานี้เต็มไปด้วยแปลงผักสวนครัวนาน种ที่เจริญงอกงามอย่างรวดเร็วราวกับต้องมนต์สะกด กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและดินชื้นหลังฝนตกอบอวลไปทั่วบริเวณ
"นี่คือเหตุผลที่คุณเก็บเรื่องนี้เป็นความลับสินะครับ..." พันธกานต์กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความทึ่ง แม้เขาจะเป็นคนนิ่งขรึมและผ่านโลกมามาก แต่ภาพตรงหน้าก็ยังคงเกินสามัญสำนึกทั่วไปอยู่ดี
"ใช่ค่ะ... เอ่อ ใช่ครับ" รินรดาเกือบหลุดสรรพนามเดิมออกมาเพราะความคุ้นชิน "ในนี้เวลาเดินเร็วกว่าข้างนอกสามเท่า และดินก็อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการเพาะปลูกพืชหายาก ตอนนี้ออร์เดอร์กะเพราป่าและพริกหอมจากร้านอาหารในเมืองเพิ่มขึ้นสามเท่าตัว แปลงเดิมของเราจึงเริ่มไม่พอแล้วครับ"
"เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นเราต้องลงมือขยายพื้นที่แปลงปลูกทางทิศตะวันออก ที่ตรงนั้นดินร่วนซุยและได้รับแสงแดดพอดี" พันธกานต์พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนและรอยแผลเป็นจางๆ ที่บ่งบอกถึงความผ่านโลกมาอย่างโชคโชน เขาหยิบจอบขึ้นมาด้วยความทะมัดทะแมง
สองมือของนายหนุ่มบ้านไร่ลงมือขุดดินอย่างคล่องแคล่ว รินรดาไม่รอช้า เธอหยิบเมล็ดพันธุ์ "พริกขี้หนูสวนเทวดา" และ "โหระพามรกต" ออกมาจากคลังแสงในมิติ ทั้งสองช่วยกันทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยพลังงานความอบอุ่น เสียงหัวเราะเบาๆ และบทสนทนากระเซ้าเย้าแหย่ดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้งานหนักกลายเป็นเรื่องรื่นรมย์
ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง แปลงเกษตรขนาดใหญ่ถูกขยายออกไปจนกว้างขวาง รินรดารดน้ำด้วยน้ำทิพย์จากบ่อน้ำในมิติ เพียงพริบตาเดียว ยอดอ่อนของพืชผักก็แข่งกันชูช่อเขียวขจี ส่งกลิ่นหอมสดชื่นฟุ้งกระจายไปทั่วทิศทาง ความอุดมสมบูรณ์นี้คือเครื่องยืนยันว่าธุรกิจของพวกเขาจะต้องเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน
"เหนื่อยไหมครับ?" พันธกานต์เดินเข้ามาใกล้ ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อบนหน้าผากให้รินรดาอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้เชฟสาวถึงกับใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยเลยครับ สนุกเสียอีก" รินรดาหลบตาแก้เขิน
"ถ้าอย่างนั้น... เพื่อเป็นการฉลองที่เราขยายสวนสำเร็จ และสั่งสอนพวกตัวน่ารำคาญไปในตัว ผมว่าเราควรทำเมนูเด็ดมื้อค่ำกันสักหน่อยดีไหมครับ" พันธกานต์ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
รินรดาตาเป็นประกายทันที "ดีเลยครับ! วัตถุดิบในมิตินี้พร้อมที่สุด ผมจะทำ 'ผัดกะเพราเนื้อวากьюป่ากับไข่ดาวกรอบ' สูตรลับเฉพาะตัวรับรองว่ากลิ่นหอมต้องลอยไปถึงบ้านไอ้พวกญาติจอมโลภนั่นแน่ๆ"
ว่าแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันเก็บเกี่ยวใบกะเพราป่าและพริกสดๆ จากแปลงใหม่ กลิ่นหอมฉุนของใบกะเพราสดเตะจมูกทันทีที่ถูกเด็ดออกจากก้าน รินรดาลุกขึ้นเตรียมตั้งกระทะเหล็กใบเก่งบนเตาถ่าน กลิ่นพริกกระเทือนโขลกหยาบๆ ผัดคลุกเคล้ากับเนื้อวัวนุ่มละมุนลิ้นและใบกะเพราป่าส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้านและลามเลยไปถึงรั้วบ้านข้างเคียง
ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะตักผัดกะเพราสีสันน่ากินใส่จานเพื่อเตรียมเสิร์ฟ เสียงเคาะประตูกรั้วบ้านด้านหน้าก็ดังขึ้นรัวๆ ด้วยความเร่งรีบ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่มีความสำคัญต่อปมในอดีตกำลังยืนรออยู่...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ
กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน•ตอนที่ 8
สวนครัวมหัศจรรย์
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!