เสียงล็อกสลักประตูด้านนอกดัง *‘คลิก’* ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวห่างออกไปจนกลืนหายไปกับความโกลาหลของฟร้อนต์โชว์รูม คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดว่า… พวกเธอกำลังติดอยู่ข้างในนี้
ห้องลองชุดวีไอพีของ *Maison de Rêve* กว้างขวางราวกับห้องชุดย่อมๆ ผนังกรุกระจกเงาบานใหญ่จรดเพดานสะท้อนภาพเงาสลัวจากไฟดาวน์ไลท์สีนวลตา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้จันทน์หอมฟุ้งจนเกือบจะอึดอัด แต่สิ่งที่กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้งยิ่งกว่ากลิ่นอายความหรูหรา กลับเป็นสายตาคู่คมที่กำลังจ้องตรงมา
เรย์สะบัดไหล่ หลุดจากการกุมมือเชิงบังคับของคริสติน่าเมื่อครู่ เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลอดริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเบอร์กันดี เธอหันหลังให้ร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หน้าบานประตูพยายามบิดกลอนอีกครั้ง แต่มันไร้ประโยชน์—กลอนอิเล็กทรอนิกส์ถูกบล็อกรหัสจากระบบส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว
"เลิกพยายามเถอะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดังขึ้นจากด้านหลัง คริสติน่ายังคงยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของบรรณาธิการบริหารผู้กุมอำนาจเหนือรันเวย์ "นายแพทย์กรวิชญ์ ตั้งใจขังเราไว้ที่นี่... เขาอยากให้เราเคลียร์เรื่องเมื่อสามปีก่อนให้จบ ซึ่งฉันเองก็คิดว่า ถึงเวลาที่เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องสักที"
เรย์หมุนตัวกลับขวับ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ความทรงจำสีเทาเมื่อสามปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวจนหน้ามืด รอยแผลเป็นที่เธอพยายามกลบฝังด้วยความสำเร็จและคราบน้ำตา กำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งโดยคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"เคลียร์เหรอ? คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำนี้ คริสติน่า" เรย์ก้าวเท้าเข้าไปประชิด ระยะห่างระหว่างเธอกับหญิงสาวรุ่นพี่ลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความเย่อหยิ่งที่อีกฝ่ายพยายามสร้างขึ้นมาตลอด ถูกแรงกดดันจากความแค้นตีกลับจนสั่นคลอน "คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติถอดชื่อฉันออกจากคอลเลกชันจบการศึกษา คุณเป็นคนหันหลังให้ตอนที่ฉันต้องการพยานมากที่สุด... และตอนนี้ คุณยังกล้ามาทำหน้าซื่อตาใสบอกว่า *'ถึงเวลาคุยกัน'* งั้นเหรอ!"
คริสติน่าไม่ถอยหนี เธอยังคงยืนนิ่งรับแรงปะทะ สายตาคู่สวยที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ลึกเกินกว่าใครจะคาดเดา
"เธอคิดจริงๆ เหรอว่าฉันอยากทำแบบนั้น?" คริสติน่าเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง "เรย์... เธอเห็นฉันเป็นแค่ปีศาจกระหายอำนาจที่เหยียบย่ำคนอื่นเพื่อความสะใจรึไง? ถ้าวันนั้นฉันไม่เซ็นชื่อเธออก... ผลลัพธ์มันจะไม่ใช่แค่การถูกพักการเรียนปีเดียว แต่งานดีไซน์ทั้งหมดของเธอจะถูกฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ และอนาคตในวงการแฟชั่นของเธอจะดับสนิทไปตลอดกาล!"
เรย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดนั้นพุ่งชนความรู้สึกจนเธอเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวแผ่นหลังชนเข้ากับกระจกเย็นเฉียบ
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?" เรย์เสียงสั่น เธอกัดริมฝีปากแน่นพยายามควบคุมความสั่นเทาของเสียงตัวเอง "อย่ามาโกหกเพื่อเอาตัวรอดน่าคริสติน่า! หลักฐานทุกอย่างในวันนั้นมันชี้มาที่ฉัน ว่าฉันขโมยแพทเทิร์นของห้องเสื้อ L'Aura!"
"และเธอก็เชื่อสนิทใจเลยสินะว่าตัวเองโง่เง่าขนาดนั้น?" คริสติน่าก้าวเข้ามาประชิด ร่างเพรียวในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปยืนห่างจากเรย์เพียงคืบเดียว จนเรย์ได้กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่คุ้นเคย—กลิ่นที่เธอเคยซุกซบยามอ่อนล้าเมื่อครั้งที่เรายังเรียกกันว่า 'คนรัก'
มือเรียวยาวของบรรณาธิการสาวเอื้อมขึ้นมา วางทابลงบนกระจกใสข้างศีรษะของเรย์ กักขังร่างเล็กกว่าไว้ในวงแขนอย่างจงใจ ปลายนิ้วของคริสติน่าสั่นน้อยๆ ยามที่เลื่อนเข้าไปใกล้กรอบหน้าของเรย์ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานสามปี
"คนที่ขโมยแพทเทิร์น ไม่ใช่เธอ... และไม่ใช่ฉัน" คริสติน่ากระซิบแผ่วเบา ชิดริมใบหูของเรย์จนความอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้ม "แต่เป็นคนใกล้ตัวที่สุด คนที่เธอกำลังร่วมงานด้วยอยู่ในตอนนี้ต่างหาก... *กรณ์*"
ชื่อนั้นกระแทกเข้ากลางใจเรย์ราวกับถูกค้อนทุบซ้ำ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน เสียงอื้ออึงจากภายนอกห้องลองชุดเงียบหายไปในพริบตา สมองของเธอประมวลผลย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ทั้งหมด ภาพของกรณ์—สไตลิสต์หนุ่มมือทองผู้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในโปรเจกต์นี้ซ้อนทับขึ้นมาในหัว
"ไม่... เป็นไปไม่ได้" เรย์พึมพำ มือเรียวเล็กยกขึ้นดันไหล่คริสติน่าออกเบาๆ แม้แรงนั้นจะเบาราวกับแมวข่วน "คุณกำลังจะบอกว่ากรณ์เป็นคน... แล้วทำไมคุณถึงเพิ่งมาบอกฉันตอนนี้? ทำไมปล่อยให้ฉันเกลียดคุณมาตลอดสามปีเต็ม!"
"เพราะถ้าฉันบอกเธอในวันนั้น..." คริสติน่าขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน แววตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์ราวกับจะสลักความจริงลงไปในใจ "เธอจะไม่มีวันยอมก้าวถอยหลังเพื่อรักษาตัวรอด เธอเป็นคนประเภทพุ่งชนแม้ว่าไฟจะเผาตัวเอง... เรย์ เธอมันดื้อรั้นเกินกว่าจะฟังคำเตือน ฉันต้องยอมเป็นคนใจร้ายในสายตาเธอ ก็เพื่อให้เธอยังมีชีวิตรอดในวงการนี้ต่อได้!"
หัวใจของเรย์เต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวที่เคยแผดเผาเมื่อครู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสับสนและคลื่นความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ กลิ่นอายความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับพันวันกำลังละลายกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นอย่างยากลำบาก
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนอยู่เหนือกว่า ปลายจมูกของพวกเธอแทบจะสัมผัสกันได้ในความเงียบงันของห้องลองชุด คริสติน่าไม่ได้ถอยหนี นัยน์ตาคู่คมคู่นั้นฉายแวววอนขอ—เป็นแววตาที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดสามปีที่ผ่านมา
บรรยากาศระหว่างพวกเธอกลายเป็นความตึงเครียดรูปแบบใหม่—ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้ เรย์เม้มปากแน่น หัวใจพองโตและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน มือที่เคยกำแน่นผ่อนคลายลง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจยกมือขึ้นแตะที่ปกเสื้อสูทของคริสติน่าอย่างลังเล
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเรย์จะได้สัมผัสกับเนื้อผ้า...
เสียงเคาะประตูดัง *‘ก๊อกๆ’* สามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของกรณ์ที่ลอดผ่านเข้ามาจากด้านนอกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง—
*"คริสติน่า... เรย์... ออกมาเถอะครับ เกมพลิกแล้วล่ะ"*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแซ่บและปมร้อนๆ ในตอนนี้นะคะ รี้ดที่รักของควีนบีทูโก!
Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ•ตอนที่ 4
ห้องลองชุดแห่งความลับ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!