เสียงกระแทกของแฟ้มหนังสีดำราคาแพงลงบนโต๊ะกระจกใสใจกลางห้องประชุมใหญ่ ดังสะท้อนก้องจนพนักงานฝึกหัดที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว บรรยากาศอึมครึมที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของแรงปะทะ—ระหว่างบรรณาธิการบริหารสาวผู้ควบคุมอาณาจักรแฟชั่นด้วยสายตาคมกริบดั่งใบมีด กับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ไฟแรงที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายอย่างไร้ความเกรงกลัว
"เกมพลิกงั้นเหรอคะคุณมาร์ค? หึ... สำหรับฉัน มันไม่ใช่เกมพลิก แต่มันคือการขุดหลุมฝังศพตัวเองของคนที่ไร้รสนต่างหาก"
คริสติน่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังพอกระชากวิญญาณคนฟัง เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนพนักพิงเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉียบกลับคมกริบราวกับพร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า ชุดสูทสีชาครีมเข้ารูปขับเน้นรูปร่างระหงและท่าทีที่เย่อหยิ่งโดยธรรมชาติ ทำให้เธอทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ
ยกเว้น... เรย์
ดีไซเนอร์สาวในชุดเสื้อเชิร์ตผ้าไหมสีดำปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไม่ใส่ใจ ปรายตามองร่างระหงตรงข้ามด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยความหยามเหยียดอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะประชุม พร้อมกับวางแท็บเล็ตในมือกระแทกตามลงไปบ้าง แรงสั่นสะเทือนทำเอาแก้วกาแฟเซรามิกบนโต๊ะกระฉอกเล็กน้อย
"ปากจัดและมั่นหน้าไม่เปลี่ยนเลยนะคะ บ.ก. คริสติน่า" เรย์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ โน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน "รสนิยมล้าสมัยที่เอาแต่ยึดติดกับความเนี๊ยบแบบไร้จิตวิญญาณ ยุคนี้เขาไปถึงไหนต่อไหนแล้วค่ะคุณพี่ ถ้าคอลเลกชันนี้ยังต้องรอให้คุณมานั่งคัดออกตามมาตรฐานไดโนเสาร์เต่าล้านปีของนิตยสารคุณล่ะก็... ฉันบอกได้เลยว่าแบรนด์นี้เตรียมตัวเจ๊งไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่ทันเดินรันเวย์"
พรึบ!
พนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดรีบก้าวถอยหลังไปอีกสามก้าวโดยอัตโนมัติ รัศมีอัมโลหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวของหญิงสาวทั้งสองคน รุนแรงจนราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บๆ อยู่ในอากาศ เรย์กับคริสติน่าไม่เคยถูกกัน—นั่นคือความจริงที่คนทั้งวงการแฟชั่นรู้ดี แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทั้งคู่จะระเบิดอารมณ์ใส่กันกลางที่แจ้งแบบไร้ซึ่งหน้ากากมารยาทสังคมเช่นนี้
คริสติน่าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ รังสีอำมหิตในดวงตาคู่สวยวับวับขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปเหลือเพียงความเยือกเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่า เธอไม่โวยวาย ไม่ขึ้นเสียง แต่วิธีการพูดของเธอกลับเจ็บแสบชนิดที่แทงทะลุเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
"ความมั่นใจที่ล้นปรี่จนเกินสมองคิด แบบที่เธอเรียกว่า 'ความกล้าหาญ' น่ะเรย์ มันเป็นแค่ข้อแก้ตัวของเด็กสาวไร้ประสบการณ์ที่พยายามกลบเกลื่อนความอ่อนด้อยของฝีมือ ชุดที่เธอออกแบบมาให้หุ่นไม้ก้านยาวใส่บนรันเวย์ครั้งก่อน มันดูเหมือนผ้าขี้ริ้วราคาแพงที่ถูกตัดเย็บด้วยความโกรธแค้นมากกว่าจะเป็นงานศิลปะ แฟชั่นไม่ใช่พื้นที่สำหรับระบายปมในวัยเด็กของเธอนะจ๊ะ... ถ้าอยากทำศิลปะบำบัดจิตใจ กรุณากลับไปห้องใต้ดินของเธอแล้วอย่าเอาขยะพวกนี้มาปนเปื้อนบนหน้ากระดาษนิตยสารของฉัน"
เปรี้ยง!
คำพูดนั้นทำเอาเรย์หน้าชาดล ปมในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความหยิ่งทะนงถูกมือคู่สวยขยี้เข้าอย่างจัง เรย์กัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลุกโชนด้วยไฟโทสะ มือเรียวที่กำหมัดแน่นสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ เธอก้าวเข้าประชิดตัวคริสติน่าในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคริสติน่าลอยเข้าแตะจมูก แต่เวลานี้มันไม่ได้ทำให้หวั่นไหว มีเพียงความแค้นที่สุมอก
"ปากดีแบบนี้ระวังจะกลืนน้ำลายตัวเองนะคะคุณคริสติน่า" เรย์กระซิบเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "คนที่เก่งแต่ชี้นิ้วสั่งแล้วนั่งรอรับความสำเร็จจากผลงานคนอื่นอย่างคุณ ไม่มีทางเข้าใจหรอกว่ากว่าจะหยาดหยดเหงื่อออกมาเป็นชุดแต่ละชุด มันต้องใช้หัวใจและความเจ็บปวดขนาดไหน... อย่ามาดูถูกผลงานของฉัน!"
"ฉันไม่ได้ดูถูกผลงานของเธอ..." คริสติน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเธอทำให้ต้องก้มมองเรย์ลงมาเล็กน้อย ทว่าแววตาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับฉายแววท้าทายและลุ่มลึกจนยากจะคาดเดา ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะปกเสื้อเชิร์ตของเรย์ที่ยับยั้งเล็กน้อยอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะปัดออกเบาๆ เชิงตำหนิ "ฉันแค่วิจารณ์มันตามความจริง... บนฐานะของคนที่เคยเห็นคนอวดดีแบบเธอ ดับอนาถบนรันเวย์มานักต่อนักแล้ว"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงฉับพลัน เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับเป็นพยานในสมรภูมิรบขนาดย่อม เรย์จ้องมองใบหน้างดงามที่เรียบนิ่งไร้ความรู้สึกนั้น หัวใจเต้นระรัวด้วยความเคียดแค้นและความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธอปฏิเสธมาตลอด—ความปรารถนาที่จะเอาชนะผู้หญิงคนนี้ให้ได้... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
ทว่า... ก่อนที่เรย์จะทันได้งัดประโยคเด็ดไหนมาโต้กลับ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกเปิดผางออกอย่างไร้สัญญาณเตือน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งเครือแฟชั่นระดับโลก—ผู้ซึ่งควรจะอยู่ที่ปารีสในเวลานี้—ปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือถือสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดค้างไว้ และรอยยิ้มแปลกประหลาดที่ทำให้ทั้งห้องต้องหยุดชะงัก
"หยุดสงครามน้ำลายกันก่อนเถอะครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางสายตานับสิบที่หันไปมองเป็นตาเดียว "เพราะตอนนี้... ข่าวฉาวเรื่องดีไซน์ที่พวกคุณกำลังเถียงกันอยู่ มันหลุดออกไปสู่นอกบริษัทแล้ว และหุ้นของบริษัทกำลังพุ่งกระฉูดสวนทางกับความหายนะที่เราคาดไว้..."
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและร่วมอินไปกับความแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ - ควีนบีทูโก
Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ•ตอนที่ 5
สงครามน้ำลาย
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!