“ถอดรองเท้าส้นสูงคู่ละหมื่นห้านั่นทิ้งซะ แล้วหันมามองหน้าฉัน... อย่าใช้ความเงียบมาเป็นเกราะกำบังตอนที่ฉันกำลังถามเรื่องเอลีน่า!”
เสียงของเรย์กรีดผ่านความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของบรรณาธิการบริหารชั้นบนสุด คริสติน่าไม่ได้ตอบโต้ทันที เธอเพียงแค่นิ่งค้างอยู่ตรงหน้าบานกระจกบานยักษ์ที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างดูเหมือนเศษเพชรที่แตกกระจาย ไม่ต่างจากความมั่นใจที่กำลังร้าวรานของเธอในวินาทีนี้
คริสติน่าค่อยๆ หมุนตัวกลับมา ใบหน้าไร้ความรู้สึกที่เคยเป็นดั่งหน้ากากเหล็กกล้าบัดนี้กลับมีรอยร้าวเล็กๆ ที่เรย์สังเกตเห็นได้ชัด สายตาของอีกฝ่ายไม่ได้ดุดันเหมือนทุกครั้ง แต่มันเลื่อนลอย ราวกับว่าจิตวิญญาณของเธอกำลังหลุดลอยไปอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล
“เธอรู้จักคำว่า ‘ทางเลือก’ จริงๆ หรือเปล่า เรย์?” คริสติน่าถามกลับ น้ำเสียงสั่นพร่าเพียงเล็กน้อยแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน “ในโลกที่ฉันอยู่ ไม่มีคำว่าทางเลือกหรอก มีแต่คำว่า ‘สิ่งที่ต้องทำ’ เพื่อให้ได้อยู่รอดบนกองซากปรักหักพังของความคาดหวังที่ครอบครัวโยนใส่หน้าฉัน”
เรย์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นของความอึดอัดใจ “ครอบครัว? อย่าเอาคำว่าครอบครัวมาอ้างเพื่อปิดบังความผิดพลาดที่เธอกำลังทำกับฉัน คริสติน่า เราตกลงกันแล้วว่ารันเวย์นี้จะเป็นการตัดสินชะตาของฉัน ไม่ใช่เครื่องมือให้เอลีน่าเอาไปใช้ทำลายคนอื่น!”
คริสติน่าแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการร้องไห้ เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ปล่อยให้ร่างที่เคยดูสง่างามดุจราชินีทิ้งตัวลงอย่างหมดสภาพ “พ่อฉันไม่เคยเห็นฉันเป็นลูกสาว เขาเห็นเพียงแต่ ‘สินทรัพย์’ ที่ต้องขัดเกลาให้เงางามที่สุดเพื่อการขยายอาณาจักร... เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องเนี้ยบ ต้องเป๊ะ ต้องไร้ที่ติในทุกย่างก้าว?”
เรย์ชะงักฝีเท้า ความโกรธเกรี้ยวที่เคยพุ่งพล่านในอกเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสัยใคร่รู้ที่บีบคั้นหัวใจ
“เพราะถ้าฉันพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... เขาจะเขี่ยฉันทิ้งเหมือนขยะ” คริสติน่าพูดพลางหยิบกรอบรูปเล็กๆ บนโต๊ะขึ้นมามอง มันเป็นรูปถ่ายเก่าๆ ที่ซีดจางของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดราตรีสีขาวที่ดูเปราะบาง “พี่สาวฉันหายไปจากชีวิตเพราะเธอทนแรงกดดันจากเขาไม่ไหว เธอเลือกที่จะหนีไปไกลจนไม่มีวันหวนกลับ ทิ้งให้ฉันต้องกลายเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตคอยรับหน้าแทนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จที่ฉันไม่เคยภูมิใจ หรือความพ่ายแพ้ที่ฉันไม่ได้เป็นคนก่อ”
เรย์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ความปากจัดที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เธอเห็นภาพคริสติน่าที่ไม่ได้เป็นเพียงบก.บริหารผู้เย่อหยิ่ง แต่เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในห้องที่ไร้ทางออก โดยมีโซ่ตรวนชื่อว่า ‘ตระกูล’ ล่ามขาเอาไว้
“คริสติน่า...” เรย์พึมพำ น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
“เอลีน่ารู้เรื่องนี้ดี” คริสติน่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยคมปลาบกลับมีน้ำตาคลอหน่วย “เธอถือไพ่ใบนี้ไว้แน่น เธอรู้ว่าถ้าฉันขัดขืนเธอเพียงนิดเดียว เธอจะแฉเรื่องราวที่ฉันพยายามปิดบังมาตลอดชีวิต... ฉันไม่ได้หักหลังเธอ เรย์ ฉันแค่ไม่มีทางเลือกอื่นที่จะปกป้องตัวเอง”
เรย์ทรุดเข่าลงตรงหน้าอีกฝ่าย มือเรียวเอื้อมไปแตะข้อมือของคริสติน่าอย่างแผ่วเบา ความเย็นเยียบจากผิวหนังของอีกคนทำให้เรย์ใจหาย เธอไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้ชุดสูทราคาแพงและการวางมาดดุจน้ำแข็งนี้ จะมีความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจอยู่ลึกซึ้งขนาดนี้
“เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ” เรย์กระซิบพลางเงยหน้ามองคนตรงหน้า สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีกั้นกลาง ไม่มีการชิงดีชิงเด่น ไม่มีคำโกหก มีเพียงความเปราะบางที่สะท้อนเงาของกันและกัน
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดูเหมือนจะเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ฟังดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจทำให้คริสติน่าสะดุ้งสุดตัว ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ขัดจังหวะช่วงเวลาซึ้งๆ หรือเปล่าคะ?”
เอลีน่ายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มที่มุมปากของเธอทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นเยือกขึ้นฉับพลัน ในมือของเธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี
“พอดีฉันเพิ่งได้รับข่าวดีเกี่ยวกับ ‘อนาคต’ ของคุณทั้งคู่... สนใจจะฟังก่อนที่รันเวย์ในวันพรุ่งนี้จะล่มไม่เป็นท่าไหมคะ?”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเปราะบางไปกับควีนบีทูโกนะคะ
Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ•ตอนที่ 14
ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!