กระดาษร่างแบบสเก็ตช์โหลหนึ่งถูกขยำจนยับยู่ยี่ กลิ้งหล่นระเกะระกะอยู่ใต้โต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ กลิ่นอับของกระดาษผสมกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดมาหลายชั่วโมงอบอวลอยู่ในห้องทำงานสตูดิโอส่วนตัวของเรย์ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงมาบนกระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยสูตรโครงสร้างผ้า มู้ดบอร์ด และเส้นด้ายสีแดงที่โยงใยยุ่งเหยิงราวกับสมองของเธอในนาทีนี้
“คำสั่งระงับ... บ้าเอ้ย!”
เรย์สบถลอดไรฟัน มือเรียวบางที่เคยตวัดปลายดินสอออกแบบชุดราตรีระดับพรีเมียร์ลีคด้วยความมั่นใจ ตอนนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เธอยังจำรอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาสมเพชเจือความเสียดายของตัวแทนบอร์ดบริหารคนนั้นได้แม่นยำ มันไม่ใช่แค่การสะดุดขาตัวเอง แต่มันคือการถูกผลักตกจากรันเวย์ความสูงสิบชั้นในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งดีไซเนอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงสองครั้งก่อนที่บานประตูไม้สีเข้มจะเปิดออก คริสติน่าก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างาม ชุดสูทสีเทาชาโคลเข้ารูปกับรองเท้าส้นสูงปรี๊ดทำให้ทุกย่างก้าวของเธอดูลึกล้ำและทรงพลัง ร่างเพรียวหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเรย์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าม้าที่ตัดตรงอย่างไร้ที่ติ กวาดมองความพินาศย่อยยับบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนมาสบตากับเรย์ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้
“เหม่อลอยไปก็ไม่ได้ช่วยให้โปรเจกต์ ‘Reborn Runway’ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้หรอกนะ เรย์” คริสติน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในห้องเบาบางลงถนัดตา
“ฉันไม่ได้เหม่อ…” เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มฉายแววเยาะหยันทั้งตัวเองและสถานการณ์ “ฉันแค่กำลังทบทวนว่า... ฉันพลาดตรงไหน หรือแท้จริงแล้ว... ผลงานของฉันมันห่วยแตกตั้งแต่แรกอย่างที่พวกบอร์ดบริหารมันตราหน้าไว้กันแน่”
คริสติน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาเพียงน้อยนิดที่หาได้ยากยิ่งจากบรรณาธิการบริหารผู้นี้ เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เรย์มากขึ้น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศลอยแตะจมูก เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง แม้ลึกๆ แล้ว ความมั่นใจที่เคยค้ำจุนตัวตนของเธอมาตลอดชีวิตกำลังสั่นคลอนจนแทบพังทลาย
“อย่าเอาความมั่นใจที่เคยเหยียบย่ำคนอื่นมาทิ้งขว้างเพียงเพราะความพ่ายแพ้ครั้งเดียว” คริสติน่าพูดเสียงต่ำ โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าสวยคมอยู่ห่างจากเรย์เพียงคืบ แววตาของเธอนิ่งสนิทจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ “ตารางงานของเธอถูกระงับ ชุดต้นแบบถูกยึดเข้าคลังกลาง... แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวตนของเธอต้องตายตามไปด้วย”
“เธอกำลังปลอบฉันเหรอ คริสติน่า?” เรย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มฝื่นเฝื่อน “แปลกดีแฮะ ปกติเธอต้องใช้โอกาสนี้เหยียบซ้ำแล้วบอกว่ารสนิยมของฉันมันล้าสมัยไม่ใช่หรือไง”
“ฉันไม่เคยบอกว่ารสนิยมของเธอแย่” คริสติน่าสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนเรย์ต้องชะงัก “แต่ปัญหาของเธอคือ ‘ความมั่นใจที่เปราะบางเกินไป’ เรย์... เธอเก่ง เธอดุดลัน เธอกล้าได้กล้าเสียในแบบที่ไม่มีใครกล้าทำ แต่วันนี้ พอเจอแรงกระแทกจากพวกคนแก่หัวโบราณในบอร์ด เธอกลับนั่งยอมจำนนให้ความสิ้นหวังกัดกินสมองเนี่ยนะ? น่าผิดหวังชะมัด”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจ เรย์รู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉานใหญ่ แต่แทนที่จะโกรธ เธอกลับนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความคับแค้นใจและความจริงอันเจ็บปวดที่คริสติน่าโยนใส่หน้า
“เธอไม่รู้หรอก…” เสียงของเรย์แผ่วลงเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววูบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เธอก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นบนตัก “เธอไม่รู้ว่าการทุ่มเททุกอย่าง—จิตวิญญาณ หยาดเหงื่อ และศักดิ์ศรีทั้งหมดลงไปในเสื้อผ้าแต่ละชุด แล้วถูกตัดสินว่ามันไร้ค่า... มันรู้สึกยังไง”
คริสติน่าเงียบไปครู่ใหญ่ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่กดดันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน มือเรียวสวยของบรรณาธิการสาวเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ปลายเรียวนิ้วเย็นเฉียบแตะลงบนหลังมือที่สั่นเทาของเรย์เบาๆ—สัมผัสที่แผ่วเบาแต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลในความรู้สึกของคนทั้งคู่
“ฉันรู้สิ...” คริสติน่ากระซิบแผ่วเบา ดวงตาที่เคยเยชาฉายแววเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม “...เรย์ เพราะฉันเคยยืนอยู่จุดเดียวกับเธอในวันที่สูญเสียทุกอย่างมาแล้วเหมือนกัน”
เรย์เงยหน้าขึ้นมองสบตาคริสติน่าอย่างไม่เชื่อสายตา ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแววตานั่น—แววตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและความดื้อรั้นที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา หัวใจของเรย์กระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ใต้ความเย่อหยิ่งกำลังพังทลายลง
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน คริสติน่าชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก เธอยืดตัวตรงกลับสู่บุคลิกภาพอันสมบูรณ์แบบทันที ขณะที่เรย์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าหูโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด
“ฮัลโหล!” เรย์กรอกเสียงใส่ปลายสายด้วยอารมณ์ที่ยังคุกกรุ่น
*(“คุณเรย์ครับ... รีบเปิดทีวีช่องแฟชั่นด่วนเลยครับตอนนี้!”)* เสียงเลขาฯ หนุ่มละล่ำละลักดังลอดออกมาด้วยความตื่นตระหนก *(“มีคนเอาดีไซน์ชุด ‘Reborn’ ของคุณไปแถลงข่าวเปิดตัวในฐานะผลงานคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ Rival แล้วครับ!”)*
เรย์เบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เธอกวาดสายตาไปที่คริสติน่าทันที ซึ่งในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปรดของดีไซเนอร์คู่ปรับตลอดกาลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ก่อนจะชูแท็บเล็ตในมือให้ทั้งคู่เห็นภาพการไลฟ์สดที่กำลังสั่นสะเทือนวงการแฟชั่นในขณะนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความพังพินาศและหัวใจที่สั่นคลอนของเรย์ในตอนนี้ แล้วมาลุยต่อในตอนหน้าด้วยกันค่ะ - ควีนบีทูโก
Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ•ตอนที่ 8
เมื่อความมั่นใจสั่นคลอน
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!