“ถ้าคุณจะพูดแค่เรื่องไร้สาระเพื่อถ่วงเวลา ก็ช่วยกรุณาไสหัวออกไปจากสตูดิโอของฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ความอดทนของฉันจะหมดลง”
เรย์กระแทกแฟ้มหนังสีดำลงบนโต๊ะกระจก เสียงดังสนั่นจนแม้แต่ความเงียบในห้องที่เคยอึดอัดก็ยังสั่นสะเทือน ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวของดีไซเนอร์สาวจ้องมองชายตรงหน้าที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง เขาคือคนเดียวที่กุมความลับเรื่องคอลเลกชันที่ถูกขโมยไปขายให้กับคู่แข่ง แต่น่าขันที่คนอย่างเขาไม่เคยมีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง
“ผม…ผมทำไปเพราะจำเป็น เรย์ คุณก็รู้ว่าในวงการนี้ใครไม่กินคนอื่นก็ถูกเขากิน” ชายผู้นั้นพยายามหลบสายตา มือที่กำแก้ววิสกี้สั่นระริกจนของเหลวสีอำพันกระฉอกเปื้อนสูทราคาแพงของเขา
เรย์แค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “คำแก้ตัวของพวกขี้แพ้ อย่าเอาตรรกะเน่าๆ ของคุณมาใช้กับฉัน บอกชื่อคนที่สั่งการคุณมา… ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้ชีวิตที่เหลือของคุณในวงการนี้ ไม่ต่างอะไรกับขยะที่รอวันถูกกำจัด”
ประตูห้องทำงานถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะ คริสติน่าก้าวเข้ามาในชุดสูทสีขาวเนี้ยบกริบ รองเท้าส้นสูงของเธอสร้างจังหวะเสียงที่น่าเกรงขามในทุกย่างก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเธออบอวลไปทั่วห้อง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาเรย์มากกว่านั้น คือแฟลชไดร์ฟสีเงินในมือเรียวสวยของบรรณาธิการบริหารผู้นี้
“เขาไม่กล้าบอกคุณหรอกเรย์ เพราะคนบงการไม่ใช่คนระดับเดียวกับที่เขาสามารถทรยศได้ง่ายๆ” คริสติน่าเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเฉียบขาดที่กรีดลึกเข้าไปในบรรยากาศ
เรย์หันขวับไปมองผู้หญิงที่เธอทั้งรักทั้งเกลียดในเวลาเดียวกัน “คริสติน่า? นี่เธอไปเอาอะไรมา…”
“หลักฐานที่ทำให้คนทั้งวงการต้องสั่นสะเทือน” คริสติน่าเดินไปหยุดข้างๆ เรย์ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอทำให้เรย์ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่เวลาที่จะมาหวั่นไหวกับความรู้สึกส่วนตัว คริสติน่าเลื่อนแฟลชไดร์ฟมาวางบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง ก่อนจะเหลือบสายตาไปทางชายที่นั่งตัวลีบอยู่บนโซฟา “ออกไปได้แล้ว ถ้ายังอยากให้ฉันปิดปากเรื่องบัญชีลับที่คุณแอบยักยอกเงินของบริษัทไว้”
ชายคนนั้นรีบลุกพรวดพราดและวิ่งออกจากห้องไปแทบไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กดดันมากกว่าเดิม
“เธอทำแบบนี้ทำไม?” เรย์ถาม เสียงเริ่มสั่นด้วยความโกรธที่ปนเปไปกับความสับสน “เธอเป็นบรรณาธิการบริหาร เธอควรจะอยู่ข้างคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการไม่ใช่เหรอ หรือนี่เป็นแค่เกมใหม่ที่เธอจะเอาไว้ปั่นหัวฉัน”
คริสติน่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับเรย์ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาคู่สวยของคริสติน่าที่มักจะเย็นชาเสมอ บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง “ถ้าฉันบอกว่าฉันยอมแลกตำแหน่งของตัวเอง เพียงเพื่อจะทำลายระบบเน่าเฟะที่ทำร้ายเธอ... เธอจะเชื่อไหมเรย์?”
เรย์นิ่งอึ้ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เธอเห็นความจริงใจบางอย่างในแววตาของคริสติน่า แววตาที่ไม่ได้มีไว้เพื่อการแสดงละครเหมือนที่ผ่านๆ มา เรย์หยิบแฟลชไดร์ฟขึ้นมา ความเย็นของโลหะสัมผัสกับฝ่ามือ แต่ความร้อนแรงของสิ่งที่อยู่ภายในนั้นอาจแผดเผาทุกอย่างให้วอดวายได้ในทันทีที่เธอเปิดมัน
“เปิดดูสิ” คริสติน่ากระซิบ “คนบงการไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นคนที่เธอเคยเรียกว่า ‘แม่บุญธรรม’ มาตลอดสิบปี”
เรย์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน คำว่า ‘แม่บุญธรรม’ ดังก้องในหัว ความทรงจำเก่าๆ ตั้งแต่สมัยที่เธอเป็นเพียงดีไซเนอร์ฝึกหัดจนถึงวันที่เธอได้ขึ้นเป็นดีไซเนอร์แถวหน้าไหลย้อนกลับมาเหมือนเขื่อนแตก เธอไม่เคยคิดว่าผู้หญิงที่คอยสนับสนุนเธอมาตลอด จะกลายเป็นคนเดียวกับที่แทงข้างหลังเธออย่างเลือดเย็นที่สุด
เรย์เสียบแฟลชไดร์ฟเข้ากับคอมพิวเตอร์ นิ้วของเธอสั่นขณะกดเปิดไฟล์วิดีโอหลักฐาน ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือการสนทนาลับๆ ในห้องทำงานส่วนตัวของแม่บุญธรรมของเธอที่กำลังหัวเราะเยาะความผิดพลาดของเรย์ พร้อมกับตกลงราคาขายลิขสิทธิ์ดีไซน์เนคไทและเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่ให้กับแบรนด์คู่แข่ง
“เธอเห็นหรือยังเรย์? ทุกสิ่งที่เธอสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ถูกเอาไปตีค่าเป็นเพียงตัวเลขในบัญชีของคนที่คุณไว้ใจที่สุด” คริสติน่าเอื้อมมือมาแตะไหล่ของเรย์เบาๆ สัมผัสที่ปลอบประโลมแต่หนักแน่น
เรย์กำหมัดแน่น เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม ความโกรธแค้นเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอหันไปมองคริสติน่า สายตาของเธอมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง
“ฉันจะไม่ยอมให้มันจบแค่นี้ คริสติน่า” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว “ในเมื่อพวกเขาสอนให้ฉันเป็นดีไซเนอร์ที่เก่งที่สุด ฉันก็จะใช้ทักษะเดียวกันนี้แหละ... วางกับดักเพื่อฝังพวกเขาทั้งเป็น”
คริสติน่ายิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้มีความเหยียดหยาม แต่เป็นยิ้มของพันธมิตรที่พร้อมจะร่วมรบ “ฉันมีแผนการที่จะปล่อยคลิปนี้ในงานกาล่าแฟชั่นโชว์คืนวันพรุ่งนี้ต่อหน้าสื่อมวลชนทั่วประเทศ คุณพร้อมจะทำลายชื่อเสียงของทุกคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดนี้ไปพร้อมกับฉันไหม?”
เรย์จ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงฉายภาพการหักหลังซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะหันไปประสานสายตากับคริสติน่า แล้วเอ่ยประโยคที่ตัดสินอนาคตของทั้งคู่ “จัดไป... งานกาล่าคืนพรุ่งนี้ จะเป็นเวทีรันเวย์สุดท้ายที่พวกเขาจะได้เฉิดฉาย เพราะฉันจะทำให้มันเป็นรันเวย์แห่งหายนะที่ไม่มีวันลืม”
ทว่าในวินาทีที่เรย์กำลังจะกดบันทึกไฟล์เพื่อเตรียมส่งต่อให้สำนักข่าว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เรย์คุ้นเคยดีก็ดังขึ้นหน้าประตูห้องทำงาน เสียงไขกุญแจดัง ‘กริ๊ก’ พร้อมกับที่ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของแม่บุญธรรมที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษในมือถือแก้วไวน์แดงสดเหมือนสีเลือด พร้อมคำพูดที่ทำให้เรย์และคริสติน่าถึงกับหน้าถอดสี
“แหม... ดูเหมือนพวกหนูจะกำลังมีความสุขกับการดูหนังเรื่องโปรดของแม่กันอยู่สินะ แต่น่าเสียดายที่แม่ลืมบอกไปว่า... ไฟล์ที่พวกหนูกำลังดูกันอยู่น่ะ มันเป็นแค่เวอร์ชันที่แม่ตั้งใจตัดต่อมาให้ดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
ควีนบีทูโก
Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ•ตอนที่ 33
เปิดโปงเบื้องหลัง
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!