ขอโทษที... พอดีฉันหย่าขาดจากความรักของคุณแล้ว•ตอนที่ 2

ชีวิตที่เริ่มต้นใหม่โดยไม่มีเขา

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
"แม่ครับ... ตรงนี้ไม่มีใครรู้จักเราแล้วใช่ไหมครับ?" คำถามของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องชุดหรูใจกลางมหานครกรุงเทพฯ รินรดาวางจานเซรามิกใบเล็กในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เธอนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าลูกชาย ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววโศกเศร้าในอดีต บัดนี้กลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งกว่าเดิม "ไม่มีใครรู้จักเราที่นี่หรอกค่ะมินท์... เริ่มต้นใหม่ของเราสองคน เริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีนี้" รินรดาบอกพลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของลูกชายเบาๆ น้องมินท์พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แม้ในวัยเพียงเท่านี้ เขาจะสัมผัสได้ถึงความนิ่งสงบที่แผ่ออกมาจากมารดา แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับมีความฉลาดเฉลียวเกินวัย มันเป็นนัยน์ตาที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกไหวทุกครั้งที่เผลอมอง... นัยน์ตาที่ถอดแบบมาจากชายผู้เป็นเจ้าของคำสาปในชีวิตเก่าของเธอ—คีริน ตลอดสามปีที่ผ่านมา ชีวิตของเธอเปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้น การหนีจากคีรินไม่ใช่แค่การหย่าร้างทางนิตินัย แต่คือการกระชากวิญญาณตัวเองออกมาจากกรงทองที่เขาขังเธอไว้ด้วยความเฉยเมย เธอสูญเสียความมั่นใจ สูญเสียตัวตน และเกือบจะสูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปในวันที่ความรักของเขากลายเป็นเพียงธุลี "คุณแม่ครับ ลุงศิลาบอกว่าจะพาไปสวนสัตว์วันเสาร์นี้ ลุงศิลาใจดีจังเลยนะครับ" มินท์พูดด้วยน้ำเสียงสดใสพลางตักพุดดิ้งเข้าปาก รินรดายิ้มบางๆ ศิลา... นักธุรกิจหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาในชีวิตเธอในวันที่เธอแตกสลายจนเกือบไม่เหลือชิ้นดี เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อครอบครอง แต่เข้ามาเพื่อเยียวยา เขาให้พื้นที่ ให้เกียรติ และไม่เคยตั้งคำถามถึงที่มาของรอยแผลเป็นในใจเธอ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเธอยังไม่พร้อมจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดเคียงข้างเหมือนหอคอยที่คอยกำบังพายุ เธอลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองลงไปยังเบื้องล่างที่แสงไฟจากตึกระฟ้าส่องสว่างดั่งดวงดาวบนดิน เมืองที่กว้างใหญ่แห่งนี้จะเป็นหลุมฝังกลบความทรงจำเก่าๆ ของเธอ... รินรดาสัญญากับตัวเองว่าเธอจะไม่ยอมให้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอได้พบกับเหตุผลที่ทำให้เขามีวันนี้อีกต่อไป ในขณะที่ภายในห้องกำลังอบอวลไปด้วยไออุ่นของแม่ลูก ที่ล็อบบี้ของอาคารหรูแห่งเดียวกันนั้น รถหรูคันสีดำสนิทเพิ่งจะจอดเทียบท่าอย่างสง่างาม ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในสูทสั่งตัดราคาแพงระยับก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเย่อหยิ่งทว่าแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ปกปิดไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย คีรินเดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ สายตาของเขาจดจ้องไปยังเอกสารในมือด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ผมมาติดต่อเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ห้องเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดครับ พอดีทางบริษัทได้รับแจ้งว่าเจ้าของเดิมเพิ่งย้ายออกไปเมื่อสองวันก่อน" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นจนพนักงานสาวอดไม่ได้ที่จะใจสั่น "ได้ค่ะท่านประธาน เชิญทางนี้ค่ะ" พนักงานตอบรับอย่างนอบน้อม คีรินเดินตามพนักงานเข้าไปในลิฟต์แก้ว สายตาของเขามองผ่านกระจกสะท้อนเงาตัวเอง... เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อพักผ่อน แต่มาเพื่อจัดการมรดกที่เป็นเศษซากแห่งอดีตที่เขาเคยละทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ในใจลึกๆ ของเขามันว่างเปล่าจนน่ากลัว ราวกับมีบางอย่างหายไปจากชีวิตโดยที่เขาเองก็หาคำตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร ลิฟต์หยุดนิ่งที่ชั้น 28 ประตูเปิดออกพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่อบอวลอยู่ในอากาศ คีรินชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นนี้... กลิ่นที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาสั่นไหวอย่างประหลาด เขาเดินออกมาตามโถงทางเดินจนถึงหน้าห้องที่เขาต้องมาตรวจสอบ ในจังหวะที่เขากำลังจะกดกริ่ง ประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยที่ดังลอดออกมา "คุณแม่ครับ! มินท์จะเอาหุ่นยนต์ตัวนี้ไปโชว์ลุงศิลา!" รินรดาเดินจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากห้อง โดยที่เธอยังไม่ได้หันมามองคนแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า ประตูบานนั้นปิดลงเกือบสนิท ทว่าคีรินกลับทำสิ่งที่ไม่คาดคิด เขาขยับตัวตามสัญชาตญาณ ร่างสูงหยุดกะทันหันเมื่อสายตาปะทะเข้ากับแผ่นหลังของหญิงสาวที่คุ้นตาอย่างประหลาด รินรดาชะงักเมื่อเห็นเงามืดทอดทับลงมาบนพื้น เธอค่อยๆ หันกลับมา... ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในเสี้ยววินาทีที่เวลาดูเหมือนจะหยุดหมุน ความตกใจในแววตาของรินรดาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในทันที ในขณะที่คีรินเบิกตากว้าง ลมหายใจของเขาขาดห้วงเมื่อมองเลยผ่านรินรดาไปเห็นเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดหุ่นยนต์ไว้แน่น ใบหน้านั้น... ดวงตานั้น... มันเหมือนกับเงาสะท้อนในกระจกของเขาเมื่อวัยเยาว์ไม่มีผิดเพี้ยน "คุณ..." คีรินเค้นเสียงออกมาได้เพียงคำเดียว รินรดากระชับมือน้อยของลูกชายแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือดที่หลังมือ เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเชิดหน้าขึ้นมองอดีตสามีด้วยสายตาที่ไม่มีความอาวรณ์เหลืออยู่อีกต่อไป "ลาก่อนค่ะ... คีริน" เธอก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไร้ความลังเล ทิ้งให้คีรินยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตูที่เพิ่งปิดลง พร้อมกับความจริงที่กระแทกเข้ากลางใจจนสั่นสะท้าน เขามองตามร่างนั้นไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย... ความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้นในอก มันคือความหวาดกลัว... หรือการเริ่มต้นของการชดใช้ที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาในบทนี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ มิดไนท์คิส
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีฉันหย่าขาดจากความรักของคุณแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%