Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 44

ความคาดหวังของพ่อ

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีดังสนั่นจนกรอบรูปครอบครัวสั่นสะเทือน ธันวายืนนิ่ง ขาข้างหนึ่งยังคงก้าวค้างไว้ครึ่งหนึ่งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็น กลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นอายความเครียดที่ลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของบิดา ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องดวลจุดโทษในช่วงท้ายควอเตอร์สุดท้ายของการแข่งขันชิงแชมป์มหาวิทยาลัย "แกจะเอาเวลาอนาคตของตัวเองไปทิ้งไว้กับลูกกลมๆ หนังสังเคราะห์พรรค์นั้นอีกนานแค่ไหน ธันวา" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของท่านก้องกังวานขึ้น มันไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือคำพิพากษาจากชายผู้เป็นเสาหลักของบ้าน ผู้ซึ่งมองโลกผ่านตัวเลข งบดุล และความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น ธันวากลืนก้อนความขมฝืดลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่คุ้นเคยกับการจับลูกบาสเกตบอลและคอยควบคุมจังหวะเกมรุกของทีม บัดนี้กลับกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เขาพยายามรักษาความสงบและรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองไว้ แม้ว่าในอกข้างซ้ายจะรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็กก็ตาม "บาสเกตบอลไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ นะครับพ่อ... มันคือความรับผิดชอบ คือทีม คือความฝันที่ผม..." "ความฝันกินไม่ได้หรอกธันวา!" คุณกิตติขัดขึ้นทันควัน สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองบุตรชายด้วยความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง "บริษัทของเรากำลังจะควบรวมกิจการในอีกหقเดือนข้างหน้า ฉันวางตัวแกไว้ในตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ แต่ดูสภาพแกตอนนี้สิ หน้าตาเนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำ กลับบ้านดึกดื่นทุกวันเพราะมัวแต่ไปวิ่งไล่แย่งลูกบอลกับเด็กเหลือขอพวกนั้น มันคุ้มกันตรงไหนวะ" คำว่า 'เด็กเหลือขอ' กระแทกใจกธันวาเข้าอย่างจัง ภาพของเพื่อนร่วมทีมที่ฝึกซ้อมกันจนหยดสุดท้าย ภาพของเหงื่อที่ไหลไคลย้อยด้วยความพยายามร่วมกันผุดขึ้นมาในหัว ธันวาเงยหน้าขึ้น สบตากับบิดาตรงๆ ดวงตาคมเข้มฉายแววความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน "เพื่อนๆ ของผมไม่ใช่เด็กเหลือขอครับ พวกเขาคือคนที่สู้เพื่อเป้าหมายเดียวกันกับผม และผมก็ทำเกรดเฉลี่ยได้ตามมาตรฐานที่พ่อต้องการมาตลอด ไม่เคยต่ำกว่าสามจุดห้าด้วยซ้ำ ทำไมพ่อถึงมองว่าการที่ผมมีแพสชันกับกีฬา มันจะต้องขัดแย้งกับการเป็นนักธุรกิจที่ดีด้วยล่ะครับ" "เพราะคนเป็นผู้นำเขาไม่เอาเวลาไปทุ่มเทกับเรื่องไร้สาระแบบนั้น!" คุณกิตติลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือตู้โต๊ะทำงานซ้ำอีกครั้ง "แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าช่วงนี้แกเสียสมาธิไปกับเรื่องอะไร... เรื่องเด็กผู้หญิงคณะอักษรฯ คนนั้นใช่ไหม ที่ทำให้แกไขว้เขินจนเกือบทำโปรเจกต์กลุ่มพังเมื่ออาทิตย์ก่อน" หัวใจของธันวากระตุกวูบ ชื่อของพิมพ์ลอยเข้ามาในห้วงความคิดทันที การลากเอาพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทำให้ความอดทนเส้นสุดท้ายของเขาขาดผึ่ง "อย่าดึงพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องนะครับพ่อ พิมพ์ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย เธอเป็นคนที่ดีมาก และเธอก็สนับสนุนผมในทุกๆ เรื่อง..." "สนับสนุนให้แกเสียอนาคตนะสิ!" คุณกิตติสวนกลับเสียงดังลั่นห้อง "ตระกูลของเราไม่เคยมีประวัติเสียหายเรื่องการไขว้เขวจากเป้าหมาย ฉันให้เวลาแกคิดทบทวนดูให้ดี... เลิกเล่นบาสเกตบอลซะ ถอนตัวจากการเป็นกัปตันทีม แล้วเตรียมตัวไปดูงานที่สาขาสิงคโปร์ในช่วงปิดเทอมนี้ ถ้าแกยังดึงดันจะทำตัวเป็นเด็กอมมือที่เอาแต่เล่นสนุกอยู่แบบนี้ ก็เตรียมตัวดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับชมรมบาสเกตบอลของแกได้เลย เพราะฉันสามารถถอนสอนสนับสนุนงบประมาณทั้งหมดได้ในพริบตาเดียว!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที คำขู่สุดท้ายเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่เข้าตรงปลายคางของธันวาอย่างจัง มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเขาคนเดียวอีกต่อไป แต่มันคืออนาคตของเพื่อนร่วมทีมทุกคน คือหยาดเหงื่อและความฝันของทุกคนในชมรมที่ถูกนำมาใช้เป็นตัวประกัน ธันวายืนตัวชา มือที่เคยกำแน่นคลายออกช้าๆ รอยยิ้มสดใสที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เขารู้จักพ่อของเขาดี คำพูดของคุณกิตติไม่เคยเป็นเพียงแค่คำขู่เล่นๆ ท่านทำจริงและทำได้เด็ดขาดเสมอ "พ่อกำลังบังคับให้ผมเลือก..." ธันวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความเจ็บปวดฉายชัดผ่านน้ำเสียงที่สั่นระริกเล็กน้อย "ระหว่างความฝันของผม... กับความสุขของคนที่ผมรัก" "ฉันไม่ได้บังคับให้แกเลือก แต่ฉันกำลังตาสว่างให้แกต่างหาก" คุณกิตตินั่งลงที่เดิม สีหน้าเรียบเฉยราดรดความรู้สึกของลูกชายให้เย็นเฉียบลงเรื่อยๆ "ออกไปได้แล้ว ไปคิดดูให้ดีว่าอะไรสำคัญกว่ากันระหว่างอนาคตจริง ๆ กับภาพลวงตาในสนามบาสนั่น" ธันวาหมุนตัวเดินหันหลังให้ผู้เป็นพ่อ ก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงานด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านพรมราคาแพงช่างยาวนานและเปล่าเปลี่ยว เสียงประตูปิดลงเบาๆ ด้านหลัง แต่เสียงคำกรามและการยื่นคำขาดของผู้เป็นพ่อยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทไม่ยอมจางหาย เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่สุมอยู่เต็มอก ดวงตาคมกริมมองตรงไปที่ปลายทางเดินยาวเหยียด แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบกับใบหน้าด้านข้างที่ดูเคร่งเครียดและจริงจังกว่าทุกครั้งในชีวิตของนักกีฬาหนุ่มอารมณ์ดีอย่างเขา โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตสั่นครืดขึ้นมาเบาๆ ธันวาหยิบมันขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้หัวใจที่กำลังหนقอึ้งอุ่นวาบขึ้นมาเล็กน้อย... *'พิมพ์'* ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นว่า: *"ซ้อมเสร็จแล้วใช่ไหมคะ? พิมพ์รออยู่ตรงม้าหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีนะ วันนี้มีขนมปังฝีมือแม่มาฝากด้วย รีบมานะกัปตัน"* รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของธันวาอย่างฝืนๆ ความอบอุ่นจากข้อความนั้นปะทะกับความเย็นชาจากคำสั่งของพ่อในห้องทำงานเมื่อครู่ สร้างความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในจิตใจของเขา เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนนิ้วเรียวยาวขึ้นข้อขาว ธันวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมเศษ 1 ของพลังใจที่เหลืออยู่ เขาเดินลงจากตึกบริหารมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบ แต่ในระหว่างที่กำลังเลี้ยวโค้งผ่านตึกคณะอักษรศาสตร์เพื่อไปยังสวนหย่อมใต้ต้นจามจุรี สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นเคยของใครบางคนกำลังยืนดักรอพิมพ์อยู่ก่อนแล้ว เกรท... คู่ปรับตัวฉกาจของเขากำลังยืนยิ้มกริ่มถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ยื่นให้พิมพ์ โดยที่หญิงสาวกำลังยืนทำหน้าลำบากใจและพยายามถอยหลังหนีอย่างเห็นได้ชัด ธันวาชะงักฝีเท้าลงทันที สมองประมวลผลเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเร็วสูง ในขณะที่ปัญหาเรื่องพ่อยังไม่ทันคลี่คลาย ปัญหาหัวใจกำลังจะระเบิดขึ้นต่อหน้าต่อตา และในจังหวะที่เกรทกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของพิมพ์เพื่อบังคับให้รับช่อดอกไม้... ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%