Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 43

ครอบครัวธันวา

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"ถ้าเธอคิดจะเดินถอยหลังตอนนี้ ผมคงต้องบอกว่า... ไม่มีทางแล้วนะครับพิมพ์" เสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นของธันวาดังลอดผ่านไรฟัน เขายืนบังร่างเพรียวบางของพิมพ์ไว้มิดชิดราวกับโล่ห์มนุษย์ แผ่นหลังกว้างที่เคยอบอุ่นและให้ความรู้สึกปลอดภัยเสมอในยามนี้กลับตึงเครียดจนสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว แววตาของกัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องรอยยิ้มสดใสและพลังงานบวกอันล้นเหลือ ในตอนนี้กลับทอประกายความแข็งกร้าวและดื้อรั้นอย่างที่พิมพ์ไม่เคยเห็นมาก่อน ตรงหน้าของพวกเขาทั้งคู่ คือชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเข้ารูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าคมคายที่มีร่องรอยแห่งกาลเวลาถอดแบบพิมพ์มากับธันวาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าดวงตาทรงอำนาจคู่นั้นกลับเย็นชาและเฉียบคมเสียจนคนที่สบตาด้วยต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ท่านประธานธนnrit หรือ "คุณพ่อ" ของธันวา นั่นเอง พิมพ์ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวจนดังอื้ออึงอยู่ในหู ความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับครอบครัวที่กดดันและคาดหวังในกรอบอันเข้มงวดไหลย้อนกลับมาทับถม สัมผัสเย็นเฉียบแล่นริ้วไปตามปลายมือปลายเท้า เธอกำชายเสื้อสเวตเตอร์ของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ ความคิดที่จะขอตัวกลับหอพักผุดขึ้นมาในหัวเป็นร้อยๆ รอบ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นมือหนาของธันวาที่กำหมัดแนบข้างลำตัวจนเส้นเลือดปูดโปน เธอก็รู้ทันทีว่า... เธอหนีไม่ได้ และเธอ *ไม่ควร* หนี "พ่อครับ..." ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก น้ำเสียงของเขาพยายามรักษาความสุภาพไว้ตามมารยาท แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งกร้าวที่พร้อมจะปะทะ "ผมบอกแล้วว่าเราจะคุยกันเรื่องนี้ที่บ้าน ไม่ใช่ที่นี่ และที่สำคัญ... พิมพ์ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องความขัดแย้งของเรา" คุณธนกฤตปรายตามองบุตรชายเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ดวงตาสีนิลคู่นั้นจะเลื่อนมาหยุดอยู่ที่พิมพ์ รังสีความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้บริหารระดับสูงคนนี้โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ มันเป็นการประเมินค่ามนุษย์ด้วยสายตาที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเศษฝุ่น "ผู้หญิงคนนี้สินะ... ที่ทำให้กัปตันทีมบาสเกตบอลอนาคตไกลอย่างลูก เสียสมาธิจากการฝึกซ้อมและการแข่งขันสำคัญ จนเกือบพลาดโควตาศึกษาต่อปริญญาโท" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความปรานี ทว่าเรียบเรื่อยจนน่ากลัว "เธอใช้มารยาอะไรล่อลวงลูกชายฉันล่ะ แม่เด็กคณะอักษรศาสตร์" *เพล้ง!* เหมือนมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ในอกของพิมพ์ คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีด มันไม่ใช่แค่การดูถูกตัวเธอ แต่เป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเลือดเย็น ร่างกายของเธอสั่นเทาไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความโกรธและน้อยเนื้อต่ำใจที่พุ่งพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ แต่ก่อนที่พิมพ์จะได้อ้าปากโต้ ร่างสูงใหญ่ของธันวาก็ขยับก้าวมาบังเธอให้พ้นจากรัศมีสายตานั้นทันที แรงกดดันทั้งหมดถูกกระชากกลับไปที่ตัวเขา ธันวาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับบิดาบังเกิดเกล้าอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาคู่คมฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว "หยุดพูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้สักทีเถอะครับพ่อ!" ธันวาตะคอกกลับเสียงดังลั่น ลืมสิ้นซึ่งความเคารพที่สั่งสมมาตลอดชีวิต "พิมพ์ไม่เคยทำอะไรอย่างที่พ่อพูด! มีแต่ผมเอง... มีแต่ผมที่วิ่งตามตื๊อเขา มีแต่ผมที่อยากให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในชีวิต! ถ้าพ่อจะเกลียด จะโกรธ หรือจะลงโทษอะไร ก็มาลงที่ผมคนเดียว ไม่ใช่มาลงที่พิมพ์!" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ผู้คนในบริเวณมหาวิทยาลัยที่เดินผ่านไปมาต่างพากันชะלוกฝีเท้าและหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความตกใจ ไม่มีใครเคยเห็นธันวา ผู้ชายที่ร่าเริงและเป็นที่รักของทุกคน ระเบิดอารมณ์ใส่ใครได้รุนแรงขนาดนี้มาก่อน คุณธนกฤตขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคร่ำเคร่งขึ้นด้วยความไม่พอใจที่บุตรชายกล้าขึ้นเสียงใส่ต่อหน้าธารกำนัล ทว่าแววตาของท่านกลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของลูกชาย "แกกล้าขึ้นเสียงใส่ฉัน เพื่อผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ ธันวา?" คุณธนกฤตเค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น "แกกำลังทำลายอนาคตที่ฉันปูทางไว้ให้แกทั้งหมด แค่เพราะเด็กผู้หญิงคนเดียวที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเนี่ยนะ" "พอเถอะค่ะ..." เสียงหวานที่สั่นเครือเล็กน้อยเอ่ยแทรกขึ้น ทำเอาทั้งสองพ่อลูกชะงัก ธันวาหันขวับกลับมามองพิมพ์ด้วยความตกใจและเป็นห่วงเป็นใยระคนกัน ทว่าสิ่งที่เขาเห็นในดวงตากลมโตคู่สวยนั้น ไม่ใช่ความหวาดกลัวหรือความอ่อนแออย่างที่เขากลัว พิมพ์สูดลมหายใจเข้าลึก 3 วินาที เพื่อรวบรวมเศษ 1 ส่วน 10 ของความกล้าหาญทั้งหมดในชีวิต เธอก้าวเท้าพ้นจากเงาแผ่นหลังของธันวา ยืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย แม้ขาทั้งสองข้างจะยังสั่นเทาอยู่บ้างก็ตาม เธอสบตากับคุณธนกฤตตรงๆ อย่างไม่หลบเลี่ยง "ท่านประธาน... เอ้ย ขอประทานโทษด้วยนะคะคุณ叔叔 (คุณอา)" พิมพ์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวเป็นกลองศึก "หนูเข้าใจดีค่ะว่าในมุมมองของนักธุรกิจระดับคุณอา การเลือกคบใครสักคนต้องมองถึงผลประโยชน์และความเหมาะสมที่คู่ควร แต่หนูอยากจะเรียนให้คุณอาทราบตรงนี้เลยนะคะว่า... หนูไม่ได้มาเกาะแกะลูกชายของคุณอา และหนูก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียการเสียงานอย่างที่คุณอาเข้าใจผิด" ธันวากลั้นหายใจ หัวใจของเขาหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขากลัวเหลือเกินว่าพิมพ์จะทนแรงกดดันไม่ไหวและขอเลิกรากันไปตรงนี้ "หนูเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งค่ะ" พิมพ์พูดต่อ น้ำเสียงเริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความกลัวถูกแทนที่ด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง "หนูอาจจะไม่ได้มีนามสกุลดังค้ำคอ หรือมีทรัพย์สินเงินทองมากมายเท่าครอบครัวคุณอา แต่หนูก็มีศักดิ์ศรี และหนูก็รักธันวาในแบบที่เขาเป็น... ไม่ใช่ในฐานะกัปตันทีมบาสเกตบอลชื่อดัง หรือทายาทตระกูลใหญ่ แต่รักในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่อ่อนโยน จริงใจ และปกป้องหนูด้วยหัวใจทั้งหมดที่เขามี" คำพูดที่ออกมาจากใจจริงของพิมพ์ ทรงพลังราวกับค้อนทุบลงกลางใจของทุกคนที่ได้ยิน ธันวาถึงกับเบิกตากว้าง ความรู้สึกตื้นตันใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกที่คอหอย ขอบตาร้อนผ่าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่ดูบอบบางและเรียบร้อยคนนี้ จะมีหัวใจที่กล้าหาญและยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ คุณธนกฤตนิ่งเงียบไป ท่านจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ร่องรอยความดูแคลนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจแกมทึ่งลึกๆ "ปากกล้าดีนี่..." คุณธนกฤตเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะยังคงความเย่อหยิ่งไว้ตามนิสัย "แต่ความรักอย่างเดียวมันกินไม่ได้หรอกนะแม่หนู โลกความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่าที่เด็กกะโปโลอย่างเธอคิดไว้เยอะ" "โลกอาจจะโหดร้ายค่ะคุณอา..." พิมพ์ตอบกลับทันควัน รอยยิ้มบางเบาแต่เด็ดเดี่ยวปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แต่หนูเชื่อว่า... ถ้าเราจับมือกันแน่นพอ ไม่มีกำแพงไหนในโลกหรอกค่ะที่พังทลายไม่ได้" สิ้นคำพูดของพิมพ์ ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นอีกครั้ง ธันวารีบฉวยโอกาสนี้เอื้อมมือไปคว้ามือเรียวบางของพิมพ์มาประสานเข้ากับมือหนาของเขาแน่น อุณหภูมิจากฝ่ามือที่ส่งผ่านถึงกันและกัน คือเครื่องยืนยันว่าพวกเขาจะไม่ปล่อยมือจากกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม คุณธนกฤตมองการกระทำนั้น ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นของเลือดร้อนในตัวลูกชาย ท่านส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งธันวาและพิมพ์ต้องชะงักงัน "ถ้าแน่จริง... เย็นนี้ก็มาพิสูจน์ให้ฉันเห็นที่บ้านธนกฤตสิ ว่าเธอ 'คู่ควร' จะยืนเคียงข้างลูกชายฉันจริงอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า" พูดจบ คุณธนกฤตก็หันหลังกลับเดินขึ้นรถยนต์หรูคันยาวที่จอดรออยู่ท่า ปล่อยให้ธันวาและพิมพ์ยืนเคว้งคว้างอยู่กลางลานจอดรถ พิมพ์หันขวับมามองหน้าธันวาด้วยความตื่นตระหนก "ตะ... ธันวา นี่หมายความว่า..." "ใช่ครับ..." ธันวาหันมามองหน้าพิมพ์ รอยยิ้มโล่งใจระคนความกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "พ่อเปิดทางให้แล้ว... แต่เป็นประตูสู่นรกหรือสวรรค์ อันนี้เราต้องไปลุ้นกันเอาเอง" ธันวากระชับมือที่กุมกันไว้ให้แน่นขึ้น เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ กลับมาเป็นกัปตันทีมบาสผู้พร้อมเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคเพื่อปกป้องคนที่เขารักอีกครั้ง "พร้อมไป 'บ้านธนกฤต' กับผมไหมครับ พิมพ์?" พิมพ์มองรอยยิ้มนั้น แม้ในใจจะหวาดหวั่นพรั่นพรึงกับชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความจริงใจของคนตรงข้าม เธอก็พยักหน้ารับช้าๆ อย่างเด็ดเดี่ยว รถยนต์หรูของคุณธนกฤตเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง ขณะที่ธันวาพาพิมพ์ก้าวขึ้นรถแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลธนกฤต การเดินทางที่เต็มไปด้วยความกดดันกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... มีสิ่งผิดปกติบางอย่างกำลังรอต้อนรับพวกเขาอยู่ที่ปลายทาง ทว่า ในขณะที่รถแท็กซี่กำลังเลี้ยวออกจากประตูมหาวิทยาลัย โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่พอกดรับ... เสียงปลายสายที่กระซิบแผ่วเบากลับทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบลงในทันที *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของธันวาและพิมพ์มาจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%