"ออกไปก่อนค่ะ! ขอความกรุณาญาติผู้ป่วยรอข้างนอกสักครู่!"
เสียงพยาบาลวิชาชีพสาวใหญ่เอ่ยตักเตือนด้วยความร้อนรน พร้อมกับดันตัวพิมพ์ถอยหลังออกห่างจากเตียงผู้ป่วย ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในห้องพักฟื้น V.I.P. ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ร่างสูงใหญ่ของธันวานอนทรุดอยู่กับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ สีหน้าของกัปตันทีมบาสเกตบอลหนุ่มซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับจากความเจ็บปวดที่หัวไหล่ขวา—จุดสำคัญที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมาหมาดๆ
พิมพ์ยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้ความวุ่นวายรอบตัวไหลผ่านไปเหมือนภาพสโลว์โมชั่น ในมือของเธอยังคงกำซองจดหมายสีครีมที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาจากลิ้นชักข้างเตียงเอาไว้แน่น ตัวอักษรลายมือคุ้นเคยบนหน้าซองที่จ่าหน้าถึง "ธันวา" เปรียบเสมือนค้อนเหล็กอันใหญ่ที่ทุบลงกลางใจเธออย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จดหมายรัก หรือจดหมายสารภาพความรู้สึกอย่างที่หัวใจโง่ๆ ของเธอเคยแอบวาดหวังไว้... แต่มันคือจดหมายตอบรับทุนการศึกษาต่อปริญญาโทด้านกีฬาที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งกำหนดวันเดินทางคือเดือนหน้า
เดือนหน้า... ช่วงเวลาที่การแข่งขันระดับมหาวิทยาลัยกำลังจะเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศพอดี
"คุณธันวาคะ! เจ็บมากไหมคะเนี่ย ทำไมถึงใจร้อนแบบนี้ หัวไหล่เพิ่งจะขยับได้เมื่อวานซืนเองนะ!" พยาบาลสาวบ่นกระปอดกระแปดยามช่วยกันพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นมานอนบนเตียงอีกครั้ง ธันวานิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ดวงตาคมกริบกลับไม่ได้มองไปที่แผลของตัวเองเลย เขากวาดสายตามองหาใครบางคนอย่างลนลาน จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร่างบางซึ่งยืนอยู่มุมห้อง
"พิมพ์..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับคนใกล้หมดแรง
พิมพ์ไม่ได้ขยับตัวเข้าไปหา เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วที่กำซองจดหมายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ความรู้สึกหลากหลายตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งความตกใจ ความเสียใจ และความรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้ตายใจ
"คุณพยาบาลออกไปก่อนได้ไหมครับ... ผม... ผมขอคุยกับพิมพ์ตามลำพัง" ธันวาพยายามเปล่งเสียงร้องขอ แม้ลมหายใจจะหอบสะท้าน
พยาบาลสาวมองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยแววตาเข้าใจยาก ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินเลี่ยงออกไปปิดประตูห้องให้สนิท เพื่อคืนความเป็นส่วนตัวให้กับคนทั้งคู่
บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นกลับมาเงียบงันอีกครั้ง เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอย่างชัดเจน
"พิมพ์ครับ... ฟังผมก่อนนะ" ธันวาฝืนขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงช้าๆ แม้ใบหน้าจะยังคงบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัด เขายื่นมือซ้ายที่ใช้งานได้ปกติออกไปข้างหน้า ราวกับต้องการไขว่คว้าอะไรบางอย่างที่กำลังจะหลุดลอย "มัน... มันไม่ใช่แบบที่พิมพ์กำลังคิด"
"แล้วมันคือแบบไหนล่ะธันวา?" พิมพ์เป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และสั่นเครือเล็กน้อยจนน่าใจหาย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยาดน้ำตาที่เคยรื้อขอบตาเมื่อครู่ถูกกักเก็บไว้ด้วยความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ "จดหมายนี่... ส่งมาถึงตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วใช่ไหม? วันที่คุณบอกฉันว่าคุณจะอยู่สู้เพื่อทีม จะอยู่พาคณะเราคว้าแชมป์... วันนั้น คุณรู้อยเรื่องนี้รึยัง?"
ธันวาชะงัก ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเงียบที่ตอบกลับมาคือคำสารภาพที่ชัดเจนที่สุด
"นายโกหกฉัน..." พิมพ์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าเวทนาที่สุดในชีวิตของเธอ "นายปล่อยให้ฉันดีใจ ปล่อยให้ฉันเป็นห่วง ปล่อยให้ฉันคอยวิ่งวุ่นดูแลนายหลังผ่าตัด ปล่อยให้ฉันคิดไปเองว่า... ว่าเรากำลังจะมีอนาคตร่วมกัน ทั้งที่ความจริงแล้ว นายกำลังจะบินหนีหายไปอีกซีกโลกหนึ่งโดยที่ไม่เคยคิดจะบอกฉันเลยสักคำ!"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะพิมพ์!" ธันวาตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะนิหน้าด้วยความเจ็บแปลบที่หัวไหล่ขวา เขาพยายามขยับตัวลงจากเตียงอีกครั้ง แต่คราวนี้พิมพ์รีบก้าวเข้ามาห้ามด้วยความตกใจ
"อย่าขยับนะ!" เธอเผลอตะคอกใส่เขาเป็นครั้งแรกในชีวิต น้ำตาที่อดกลั้นไว้หยดเผาะลงบนหลังมือ "นายอยากเจ็บตัวนักหรือไง? อยากพิสูจน์อะไรอีก? นายคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาจากไหน ถึงแบกทุกอย่างไว้คนเดียว ทั้งเรื่องทีมบาส ทั้งความคาดหวังของพ่อแม่... และตอนนี้ก็เรื่องอนาคตของนายเอง นายเคยแคร์ความรู้สึกของคนข้างหลังบ้างไหมธันวา!"
น้ำตาของพิมพ์ไม่ได้ทำให้ธันวารู้สึกโกรธเลยสักนิด ตรงกันข้าม หัวใจของกัปตันหนุ่มกลับเจ็บปวดราวกับถูกบดขยี้ เขาเอื้อมมือซ้ายคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ ออกแรงดึงเข้าหาตัวช้าๆ จนร่างบางต้องโน้มตัวลงมาใกล้เตียง
"ที่ผมไม่บอก... ไม่ใช่เพราะผมไม่แคร์พิมพ์นะ" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาคมคายคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด วิงวอน และความรักที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด "พิมพ์ก็รู้ว่าพ่อผมท่านคาดหวังกับผมแค่ไหน ทุนนี้ท่านเป็นคนจัดการยื่นเรื่องให้ตั้งแต่ก่อนผมผ่าตัดซะอีก ท่านอยากให้ผมไปเรียนต่อปริญญาโทที่นั่นทันทีที่เรียนจบปริญญาตรี... แต่ผมปฏิเสธท่านไปแล้ว"
พิมพ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึก "นาย... ปฏิเสธพ่อตัวเองงั้นเหรอ?"
"ใช่ ผมปฏิเสธ" ธันวายอมรับเสียงเครือ นิ้วโป้งเกลี่ยหลังมือของพิมพ์เบาๆ อย่างทะนุถนอม "เพราะผมไม่อยากไป ผมอยากอยู่ที่นี่... อยากเล่นบาสเกตบอลที่ผมรัก อยากอยู่ช่วยทีมมหาวิทยาลัยคว้าแชมป์ และที่สำคัญที่สุด... ผมอยากอยู่กับพิมพ์ ผมไม่อยากไปไหนทั้งนั้นถ้าที่นั่นไม่มีพิมพ์อยู่ด้วย"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาจากปากของชายหนุ่ม ทำเอาพิมพ์พูดไม่ออก เธอยืนนิ่งงัน หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสนและตื้นตันใจอย่างประหลาด
"แล้ว... แล้วจดหมายนี่ล่ะ?" พิมพ์ก้มลงมองซองจดหมายในมืออีกครั้ง "ทำไมมันถึงยังมาอยู่ที่นี่ ถ้าพ่อนายจัดการ นายก็ควรจะปฏิเสธไปตั้งนานแล้วไม่ใช่รึไง"
ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อยราวกับคนแบกโลกไว้ทั้งใบ "ก็เพราะว่า... หลังจากที่ผมผ่าตัดไหล่ครั้งนี้หมอบอกว่าโอกาสที่ผมจะกลับมาเล่นบาสในระดับอาชีพได้มันมีแค่ 50-50 พ่อผมเลยโมโหมาก ท่านบอกว่าถ้าผมไม่ยอมไปเรียนต่อตามแผนที่วางไว้ ท่านก็จะตัดหางปล่อยวัดผม จะไม่สนับสนุนเรื่องทีมบาสมหาวิทยาลัยอีกต่อไป และ..." เขากลืนก้อนสะอื้นลงคอ "และท่านบอกว่าจะให้เกรทเป็นคนบินไปเรียนต่อทุนนี้แทนผม"
"เกรทเหรอ?" พิมพ์ทวนชื่อคู่อริตัวฉกาจของธันวาด้วยความตกใจ
"ใช่" ธันวาพยักหน้าช้าๆ แววตาฉายแววเจ็บใจและกังวลใจอย่างปิดไม่มิด "เกรทมันคอยจ้องจะแย่งทุกอย่างไปจากผมอยู่แล้ว ทั้งตำแหน่งกัปตันทีม ทั้งการยอมรับจากโค้ช... และถ้ามันได้ทุนนี้ไป มันก็จะชนะผมในทุกๆ ทาง พ่อผมถึงส่งจดหมายฉบับนี้มาให้ผมคิดทบทวนดูอีกครั้งบนเตียงคนไข้... ว่าผมจะเลือกอนาคตของตัวเอง หรือจะเลือกทิ้งทุกอย่างเพื่อรั้งพิมพ์ไว้ข้างๆ"
ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความโกรธ หากแต่เป็นความเงียบที่หนักอึ้งด้วยทางเลือกอันโหดร้ายของชีวิตวัยรุ่น
พิมพ์มองหน้าผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่ม คนที่มักจะส่งยิ้มสดใสและมอบพลังงานบวกให้คนรอบข้างเสมอ แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มกว้างและท่าทีที่ดูมั่นใจนั้น ธันวาต้องแบกรับความกดดันมหาศาลจากครอบครัวไว้มากแค่ไหน หัวไหล่ขวาที่เคยใช้ชู้ตลูกบาสลงห่วงเพื่อชัยชนะ บัดนี้กลับมีผ้าพันแผลสีขาวพันไว้อย่างหนาแน่น เป็นเครื่องเตือนใจว่าความฝันบนคอร์ทบาสของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
มือเรียวของพิมพ์ที่ถูกกุมไว้ค่อยๆ พลิกกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือหนาของธันวาแน่นขึ้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก Pเพื่อเรียกความเข้มแข็งทั้งหมดที่มี
"ธันวา..." พิมพ์เอמהเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมา "นายเคยบอกฉันเสมอใช่ไหม ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายจะเผชิญหน้ากับมันด้วยกันกับฉัน"
ธันวาพยักหน้ารับช้าๆ ดวงตาคู่คมเริ่มมีหยดน้ำตาคลอหน่วยอย่างสุดกลั้น
"ถ้างั้น... ครั้งนี้ก็เหมือนกัน" พิมพ์ระบายยิ้มจางๆ ออกมาที่มุมปาก แม้ขอบตาจะร้อนผ่าว "นายไม่ต้องเลือกหรอกธันวา... นายไม่ต้องเลือกระหว่างความฝันกับฉัน เพราะถ้าเกรทมันอยากได้ทุนนั้นนัก ก็ปล่อยให้มันเอาไปสิ! ส่วนเรื่องนาย..." เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง "นายมีหน้าที่รักษาตัวให้หายดี กลับมาแข็งแรง แล้วใช้สองมือนี้... พาคณะของเราคว้าแชมป์ให้ได้ ส่วนเรื่องอนาคตหลังจากนั้น เราค่อยมาคิดหาทางออกไปด้วยกัน... ดีไหม?"
คำพูดของพิมพ์เปรียบเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในความมืดมิด ธันวารู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก รอยยิ้มกว้างที่คุ้นเคยเริ่มระบายกลับขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง แม้จะมีหยดน้ำตาไหลรินลงมาตามแก้มอย่างไม่อายใครก็ตาม
"ขอบคุณนะพิมพ์... ขอบคุณที่เข้าใจผม" ธันวาขยับตัวเข้าหาเธออย่างลืมตัว หมายจะดึงร่างบางเข้ามากอดให้หายคิดถึง แต่ความเจ็บแปลบที่หัวไหล่ก็แล่นริ้วขึ้นมาจนเขาต้องนิหน้าซีด
"บอกให้หยุดขยับไงเล่าตาบ้า!" พิมพ์รีบยื่นมือไปประคองไหล่เขาไว้อย่างตื่นตระหนก ใบหน้าหวานงอลงด้วยความดุ "ถ้าแผลปริขึ้นมาอีกรอบ ฉันจะไม่มาเฝ้าไข้นายอีกแล้วนะ!"
"ครับๆ ผมไม่ขยับแล้วครับคุณแฟน" ธันวายอมจำนนแต่โดยดี พร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ แม้จะยังเจ็บแผลอยู่ก็ตาม บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นและไอรักที่โอบล้อมคนทั้งคู่ไว้
ทว่า... ในจังหวะที่มือของพิมพ์กำลังเอื้อมไปจัดหมอนให้ธันวาให้นอนสบายขึ้นนั้นเอง
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ โดยไม่ต้องรอให้หันไปมอง ภาพสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ข้างเตียงก็เผยให้เห็นใบหน้ากวนประสาทของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในเวลานี้
"อ้าว... ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวาน..." เกรทส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ พร้อมกับวางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยท่าทีสบายๆ "พอดีผมแวะเอาเอกสารสำคัญจากภาควิชามาให้กัปตันทีมของเราซะหน่อย... ว่าแต่ ธันวา นายตัดสินใจเรื่องจดหมายทุนนั่นหรือยังวะ? เพราะถ้าชักช้า พ่อแกคงยกสิทธิ์นั้นให้ฉันบินไปแทนแบบถาวรแน่ๆ นะเพื่อน"
พิมพ์ตัวแข็งทื่อทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น เธอค่อยๆ หันขวับกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาตกตะลึง ขณะที่ธันวากำหมัดแน่น ใบหน้าหล่อเหลากลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ" ตอนที่ 42 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 42
ช่วงเวลาที่ใกล้ชิด
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!