“ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาระแวงแบบนั้น ผมว่าเราคงถึงที่หมายตอนพระอาทิตย์ตกดินพอดีครับ”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังแล่นอยู่บนถนนสายเลี่ยงเมือง พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อยจากภวังค์ความคิด เธอละสายตาจากกระจกมองข้างที่สะท้อนภาพใบหน้าตัวเองที่ดูซีดเซียว ก่อนจะหันมามองคนขับที่วันนี้อยู่ในชุดลำลองเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวสะอาดตา ตัดกับผิวสีแทนสุขภาพดีที่ดูขัดกับภาพลักษณ์นักกีฬาที่เธอเคยเกลียดชัง
ความทรงจำจากคำพูดของเกรทเมื่อวานยังคงฝังอยู่ในหัว—*‘ระวังตัวไว้ให้ดีนะพิมพ์ ธันวามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็นหรอก’*—มันเหมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงความไว้ใจอันน้อยนิดที่เธอกำลังจะมอบให้เขา
“ฉันแค่ง่วงครับ... ไม่ได้คิดอะไร” พิมพ์ตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาท่าทีให้นิ่งที่สุด
ธันวาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ดูอบอุ่นจนน่าหมั่นไส้ในสายตาพิมพ์ เขาเอื้อมมือไปปรับแอร์ให้เบาลงก่อนจะหันมาสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที “ง่วงหรือกังวลครับ? ถ้าคุณไม่สบายใจ บอกผมตรงๆ ได้นะ เรายังเลี้ยวรถกลับตอนนี้ได้เสมอ”
“ทำไมถึงต้องใจดีกับฉันขนาดนี้?” พิมพ์โพล่งถามออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด
รถชะลอความเร็วลงและค่อยๆ เลี้ยวเข้าสู่ทางลูกรังมุ่งหน้าสู่ไร่ออร์แกนิกริมเขาที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย ธันวาไม่ได้ตอบทันที เขาประคองพวงมาลัยด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปที่เส้นทางเบื้องหน้า แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างรถตกกระทบใบหน้าของเขา สร้างมิติของเงาที่ทำให้ธันวาดูเป็นชายหนุ่มที่แบกรับอะไรบางอย่างไว้มากกว่าที่เธอเคยรู้จัก
“เพราะผมเป็นนักกีฬาบาสครับ” เขาตอบในที่สุด น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง “สิ่งที่ผมเรียนรู้มาตลอดชีวิตคือ เราไม่มีทางรู้เลยว่าลูกที่ชู้ตออกไปจะลงห่วงไหม จนกว่ามันจะผ่านขอบห่วงไป... ผมแค่อยากให้คุณลองเสี่ยงกับผมดูบ้าง แม้ว่าคุณจะมองว่าผมเป็นคนยังไงก็ตาม”
เมื่อรถจอดสนิท กลิ่นดินเปียกชื้นและไอดินหลังฝนตกก็ปะทะเข้ากับจมูก พิมพ์ก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกสับสน กิจกรรมวันนี้คือการพาเธอมาเข้าเวิร์กชอปทำอาหารจากวัตถุดิบในฟาร์ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูห่างไกลจากชีวิตกัปตันทีมบาสเกตบอลจอมเกเรคนนั้นโดยสิ้นเชิง
ตลอดช่วงบ่าย ธันวาเปลี่ยนบทบาทจากคนคุ้มกันมาเป็นผู้ช่วยที่แสนอ่อนโยน เขาช่วยเธอหยิบจับอุปกรณ์ครัวด้วยความคล่องแคล่ว แววตาของเขาเวลาตั้งใจทำอะไรบางอย่างไม่ได้มีร่องรอยของความร้ายกาจที่เกรทเคยกล่าวหาไว้เลยแม้แต่น้อย พิมพ์เผลอมองเขานานเกินไป จนกระทั่งธันวาหันกลับมาประจันหน้าในระยะประชิดขณะที่เขากำลังช่วยเธอผสมแป้งทำขนม
“หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าครับ?” เขาถามพลางขยับเข้ามาใกล้จนพิมพ์สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดของสบู่อ่อนๆ จากตัวเขา
พิมพ์รีบเบือนหน้าหนี “ไม่มีค่ะ... แค่กำลังสงสัยว่าทำไมคุณถึงดูเข้ากับที่แบบนี้ได้ดีเหลือเกิน”
“เพราะผมมีเป้าหมายครับ” ธันวาพูดเบาๆ มือของเขาถือถ้วยผสมค้างไว้ “เป้าหมายของผมไม่ได้อยู่ที่ชัยชนะในเกมบาส แต่มันคือการทำให้คนที่ผมแคร์... รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ผม”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของพิมพ์เต้นผิดจังหวะ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ สีหน้าของเขาสะดุดลงชั่วครู่เมื่อเหลือบเห็นชื่อบนหน้าจอ—เบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ แต่ธันวากลับหน้าเครียดขึ้นมาทันที
“ขอตัวสักครู่นะครับ” ธันวากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืนที่สุดเท่าที่พิมพ์เคยเห็นมา
เขาเดินห่างออกไปที่ริมระเบียง พิมพ์พยายามทำตัวไม่สนใจ แต่สายตาเจ้ากรรมกลับเผลอจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของเขาทุกขณะ เธอเห็นธันวากำมือแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดโปน ท่าทางของเขาราวกับกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจที่ไม่มีใครมองเห็น พิมพ์ตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้กำแพงไม้ที่กั้นระหว่างเธอกับเขา เสียงสนทนาเบาๆ ลอดผ่านลมพัดมา
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้... ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อปิดปากพวกเขาก่อนที่เรื่องจะถึงหูพ่อ...”
เสียงของธันวาสั่นเครือด้วยความกดดัน พิมพ์ยืนนิ่งสนิท มือที่กำผ้ากันเปื้อนไว้แน่นเริ่มสั่นเทา คำว่า *‘เรื่องที่ทำไปเพื่อปิดปาก’* ดังก้องอยู่ในหัวของเธออย่างน่ากลัว
จังหวะนั้นเอง ธันวากดวางสายแล้วหันกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นพิมพ์ยืนอยู่ห่างจากมุมที่เขาคุยโทรศัพท์เพียงไม่กี่ก้าว แววตาของเขาจากที่เคยอบอุ่นพลันเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่เย็นยะเยือก ราวกับว่าเขาไม่ได้รู้จักผู้หญิงตรงหน้ามาก่อน
“พิมพ์... คุณได้ยินอะไรบ้าง?” เขาถามด้วยเสียงที่กดต่ำลงจนน่าขนลุก
ในขณะที่พิมพ์กำลังจะอ้าปากตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของเธอ พิมพ์หันขวับไปมองแล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเกรทก้าวออกมาจากหลังพุ่มไม้พร้อมรอยยิ้มแสยะที่ดูสะใจอย่างปิดไม่มิด ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา
“ไม่จำเป็นต้องฟังหรอกพิมพ์... แค่ดูรูปพวกนี้ก็น่าจะพอรู้แล้ว ว่าทำไมกัปตันทีมบาสผู้แสนดีถึงต้องพาเธอมาไกลถึงขนาดนี้”
เกรทโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะไม้ ธันวาพุ่งตัวเข้ากระชากคอเสื้อเกรททันทีด้วยความโกรธจัด แต่พิมพ์ที่ยืนอยู่ตรงกลางกลับคว้าซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู มือที่สั่นเทาของเธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา—มันคือรูปของธันวากำลังรับเงินจากใครบางคนที่เธอจำได้แม่นว่าคือคนของคู่แข่งธุรกิจครอบครัวเธอเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาด้วยกันจนถึงวินาทีที่โลกของพิมพ์กำลังจะพังทลายครับสแลมดังก์สื่อรัก
Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 21
วันหยุดสุดหรรษา
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!