Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 13

ความกดดันจากโค้ช

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
“ถ้านายยังอยากอยู่ในสนาม นายต้องเลือก... ระหว่างอนาคตของทีม กับเรื่องไร้สาระที่นายกำลังวิ่งไล่ตามอยู่ข้างนอกนั่น” เสียงของโค้ชชัยดังสะท้อนก้องอยู่ในโรงยิมที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงรองเท้าผ้าใบบดกับพื้นปาร์เกต์เป็นจังหวะหนักหน่วง ผมยืนหอบหายใจอยู่กลางสนาม เหงื่อกาฬไหลซึมผ่านเสื้อซ้อมจนเปียกโชก แต่ความเย็นเยียบกลับแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อได้ยินประโยคกดดันนั้น ผมหยุดลูกบาสในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาโค้ชที่ยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยแววตาเฉยชา “โค้ชครับ... คำว่าไร้สาระของโค้ช หมายถึงอะไรครับ?” “หมายถึงไอ้เด็กผู้หญิงอักษรฯ คนนั้นไง” โค้ชชัยเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำมันมวยจางๆ จากตัวเขาทำให้ผมรู้สึกอึดอัด “ตั้งแต่นายไปพัวพันกับเธอ สมาธิในการซ้อมของนายดิ่งลงเหว แผนการเล่นที่ควรจะแม่นยำกลับพลาดง่ายๆ เพราะนายมัวแต่มองหาใครบางคนบนอัฒจันทร์” ผมกำลูกบาสในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว ผมไม่ได้มองหาใคร... ผมแค่กำลังเฝ้ารอคอย 'พิมพ์' คนที่ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของผมกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง แต่ในสายตาคนอื่น ความรักของผมกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำลายฟอร์มการเล่นไปเสียสนิท “ผมทำหน้าที่กัปตันทีมได้ดีมาโดยตลอดครับโค้ช” ผมพยายามตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ใจข้างในจะร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา “การมีกำลังใจที่ดี ไม่ใช่การทำลายสมาธิครับ” “งั้นพิสูจน์ให้เห็นสิ” โค้ชชัยหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาตบลงบนฝ่ามือดังเพียะ “เริ่มจากคืนนี้เป็นต้นไป งดเที่ยว งดกิจกรรมส่วนตัวทุกอย่างที่อยู่นอกเหนือการซ้อม นายต้องเก็บตัวจนกว่าจะถึงวันแข่งรอบคัดเลือก ถ้าฉันเห็นนายแอบออกไปหาใครอีก... ก็เตรียมตัวหลุดจากผังตัวจริงได้เลย” ผมยืนนิ่งงัน คำสั่งนั้นเหมือนกรงขังที่ค่อยๆ ปิดตายชีวิตส่วนตัวของผม ยิ่งไปกว่านั้น ภาพของมินนี่ที่แสยะยิ้มในเงามืดเมื่อตอนเย็นยังคงติดตา มันไม่ใช่แค่ความไม่พอใจ แต่มันเหมือนคำเตือนบางอย่างที่ผมยังไขปริศนาไม่ได้ --- หลังจากฝืนซ้อมจนถึงเที่ยงคืน ผมเดินออกมาจากโรงยิมด้วยสภาพที่แทบหมดแรง ท้องฟ้าข้างนอกมืดสนิท ลมกลางคืนเย็นเยียบเสียดผิว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอว่างเปล่าไร้ข้อความจากพิมพ์ เรานัดกันไว้ว่าจะไปหาอะไรกินที่ร้านประจำหลังเลิกเรียน แต่ด้วยการกักตัวของโค้ช ผมทำได้เพียงแค่... ปล่อยให้ทุกอย่างเงียบงัน ผมเดินเลี่ยงไปทางตึกอักษรฯ โดยไม่รู้ตัว หวังเพียงจะได้เห็นแสงไฟจากหน้าต่างห้องสมุดที่เธอชอบไปนั่ง แต่วันนี้ตึกกลับมืดสนิท ราวกับไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย “ธันวา...” เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้ผมชะงัก ผมหันไปมอง เห็นมินนี่ยืนกอดอกพิงเสาอาคารอยู่ แววตาของเธอในตอนนี้ต่างจากเมื่อเย็นอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความแค้น แต่มันคือความสงสาร “พิมพ์ไม่ได้มาที่นี่หรอก” มินนี่เอ่ยเสียงเรียบ “เธอรู้เรื่องที่โค้ชสั่งแล้ว” ผมขมวดคิ้ว “เธอรู้ได้ยังไง? แล้วเธออยู่ไหน?” “เกรทเป็นคนบอกพิมพ์” มินนี่ก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าตกกระทบใบหน้าของเธอ “และเขาก็เป็นคนบอกพิมพ์ด้วยว่า... การที่คุณยังพยายามดึงพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ตัวคุณเองก็รู้ว่าโค้ชเข้มงวดขนาดไหน มันคือการเห็นแก่ตัวที่สุด” คำพูดของมินนี่เหมือนดาบที่ปักลงกลางใจ ผมชะงักไป คำว่า 'เห็นแก่ตัว' จากปากของเกรท มันเป็นประโยคที่ผมเกลียดที่สุด เพราะมันคือความจริงที่ผมพยายามหนีมาตลอด “แล้วพิมพ์... เธอเชื่อเกรทงั้นเหรอ?” ผมถาม เสียงสั่นเล็กน้อย มินนี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ “พิมพ์ไม่ได้พูดอะไรเลย เธอแค่เดินกลับหอไปเงียบๆ แต่ฉันเห็นนะธันวา... ตอนที่เธอมองข้อความจากเกรท แววตาเธอเปลี่ยนไป เธอไม่ใช่คนที่อ่อนแอ แต่เธอคือคนที่เกลียดการเป็นภาระของใครที่สุด” ผมไม่ได้ตอบอะไร ทำได้เพียงกำหมัดแน่นในกระเป๋ากางเกง ความกดดันจากโค้ชยังไม่สาหัสเท่ากับความรู้สึกที่ว่าผมกำลังทำลายความเชื่อใจของพิมพ์ “ไปซะธันวา” มินนี่เอ่ยเบาๆ “ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าความรักของคุณมันไม่ใช่ภาระ ก็ทำหน้าที่กัปตันให้ดีที่สุดในวันแข่ง แต่ตอนนี้... อย่าพยายามติดต่อเธอเลย เพราะถ้าคุณทำแบบนั้น คุณจะเสียเธอไปตลอดกาล” ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้มินนี่เดินจากไปในความมืด ทิ้งให้ผมเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าเพียงลำพัง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วโป้งวนเวียนอยู่ตรงปุ่มโทรออกชื่อ 'พิมพ์' หัวใจผมเต้นรัวด้วยความสับสน ระหว่างคำสั่งของโค้ชที่บังคับชีวิต และความรู้สึกที่สั่งให้ผมวิ่งไปหาเธอ ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นมา มีข้อความเข้าจากเบอร์แปลกๆ ที่ผมไม่เคยบันทึกไว้ ผมกดเข้าไปอ่านด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เนื้อหาในข้อความนั้นสั้นแต่ทำเอาลมหายใจผมแทบหยุดชะงัก *‘ถ้าอยากรู้ว่าทำไมพิมพ์ถึงเปลี่ยนไป คืนนี้มาที่สนามบาสเก่าหลังตึกคณะวิศวะคนเดียว... อย่าให้โค้ชรู้ ไม่อย่างนั้นความลับที่พิมพ์ปิดบังไว้จะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของมหาลัยในวันพรุ่งนี้’* ผมเงยหน้ามองไปรอบๆ ความมืดมิดของยามค่ำคืนดูเหมือนจะขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น นี่มันกับดักชัดๆ แต่ถ้ามันคือทางเดียวที่จะได้คำตอบเกี่ยวกับพิมพ์ ผมมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธหรือครับ? ผมก้าวเท้าออกเดินไปทางทิศของสนามบาสเก่าทันที โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอผมอยู่หลังกำแพงตึกนั้น... คือภาพที่ผมไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%