“พิมพ์ ลุกขึ้นก่อนครับ... พื้นมันเย็น”
ผมประคองไหล่เธอขึ้นมาอย่างทะนุถนอม สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายที่เคยแข็งขืนต่อโลกภายนอก แต่บัดนี้กลับเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย พิมพ์เงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเย็นชาใส่ผมเสมอมา บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธอไม่ได้ผลักไสผมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มือของเธอกลับกำชายเสื้อบาสเกตบอลของผมไว้แน่น ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเธอไว้ในนาทีที่โลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า
“ธันวา... นี่มันเรื่องจริงใช่ไหม” เสียงของเธอแหบพร่า “บ้านของฉัน... พวกเขาจะเอาไปขายจริงๆ เหรอ”
ผมไม่อาจโกหกเธอได้ ผมพยักหน้าช้าๆ พลางส่งกระดาษทิชชู่ให้ “ผมรู้เรื่องนี้จากรุ่นพี่ที่ทำงานในสำนักงานกฎหมาย เขาเพิ่งส่งข้อมูลมาให้เมื่อกี้... พิมพ์ครับ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องบ้านของคุณเด็ดขาด”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่เล็กๆ ในโรงยิมร้างแห่งนี้ กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ บนเสื้อผมดูจะชัดเจนขึ้น พิมพ์ค่อยๆ ปล่อยมือจากเสื้อของผม เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว สายตาที่เคยระแวงสงสัยในตัว ‘นักกีฬาเจ้าสำราญ’ อย่างผมดูจะเปลี่ยนไป มันมีความสับสน ความเกรงใจ และบางสิ่งที่ผมเพิ่งเคยเห็น... ความไว้วางใจ
“ทำไมคุณถึงช่วยฉัน” เธอถาม พลางหลบสายตา “คุณเป็นนักกีฬา เป็นคนดังในมหาลัย ส่วนฉัน... ก็แค่เด็กอักษรฯ ที่เคยด่าคุณว่าไร้สาระ ทำไมคุณถึงต้องเอาเรื่องของฉันมาใส่ใจขนาดนี้ครับธันวา?”
ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ระยะห่างที่เคยมีดูจะลดน้อยลงจนผมได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นไหวของเธอ “เพราะสำหรับผม พิมพ์ไม่ใช่แค่คนรู้จักครับ พิมพ์เป็นคนแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... การมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องใครสักคนมันมีความหมายมากกว่าการชู้ตลูกลงห่วงเป็นร้อยครั้ง”
พิมพ์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เธอเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาของเธอสำรวจใบหน้าของผมอย่างจริงจัง ครั้งนี้เธอไม่ได้มองผ่านผมไปเหมือนทุกที แต่มองลึกลงไปในแววตาที่ผมพยายามสื่อสารความจริงใจทั้งหมดที่มีให้เธอเห็น มือของผมยกขึ้นโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะชะงักค้างไว้กลางอากาศ ผมเกรงว่าเธอจะถอยหนี แต่ทว่า... พิมพ์กลับก้มหน้าลงซบกับไหล่ของผมเงียบๆ
นั่นคือครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสถึงความอ่อนแอที่เธอยอมเปิดเผยออกมา
“ฉัน... ฉันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ นะ” เสียงกระซิบของเธอทำให้หัวใจผมบีบรัด
“คุณยังมีผมครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยให้สัญญา “ไม่ว่าเกรทหรือใครหน้าไหนจะเข้ามาแทรกแซง หรือสถานการณ์จะแย่แค่ไหน ผมสัญญาว่าผมจะยืนอยู่ข้างคุณตรงนี้... จนกว่าปัญหาจะจบ”
จังหวะที่ผมกำลังจะพูดต่อ ประตูทางเข้าโรงยิมก็ถูกผลักออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นหูเป็นอย่างดี
“โอ้โห ดูสิว่าเรามาเจอใคร... กัปตันทีมสุดเท่กับสาวน้อยตกอับ กำลังแสดงฉากดราม่าเรียกคะแนนสงสารกันอยู่สินะ”
เกรทเดินเข้ามาพร้อมกับลูกบาสในมือ เขามองเราด้วยสายตาเหยียดหยาม ตามด้วยลูกน้องในทีมอีกสองสามคนที่ยืนกอดอกล้อมวงเข้ามา ผมขยับตัวไปบังหน้าพิมพ์ไว้โดยสัญชาตญาณ พิมพ์กระตุกชายเสื้อผมเบาๆ ราวกับจะเตือนไม่ให้ผมวู่วาม แต่ประกายตาของเกรทในวันนี้ดูผิดปกติไป มันมีความแค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม
“ถอยไปเกรท มึงไม่มีธุระอะไรที่นี่” ผมกดเสียงต่ำ
เกรทหัวเราะลั่น “ธุระน่ะมีแน่... ธันวา มึงคิดว่ามึงจะช่วยผู้หญิงคนนี้ได้เหรอ? เงินแค่ไม่กี่หมื่นที่มึงมีน่ะ ช่วยค่าเทอมยังไม่พอเลยด้วยซ้ำ อย่าให้ความหวังเขาไปมากกว่านี้เลย พ่อพระเอก”
เขาทิ้งลูกบาสลงบนพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะเดินเข้ามาประจันหน้ากับผม ห่างเพียงไม่กี่คืบ “กูได้ยินมาว่า พรุ่งนี้จะมีคนจากกรมบังคับคดีมาที่บ้านของเธอ... มึงคิดว่ามึงจะกันเขาได้นานแค่ไหน? ยิ่งมึงเข้าไปยุ่งมากเท่าไหร่ ผู้หญิงคนนี้ก็จะยิ่งพังพินาศไปพร้อมกับมึง... มึงแน่ใจเหรอว่าอยากเอาชีวิตที่รุ่งโรจน์ของมึงมาทิ้งกับเรื่องโสโครกของคนอื่น?”
ผมกำหมัดแน่น พยายามระงับอารมณ์เดือดพล่าน พิมพ์ที่อยู่ข้างหลังผมเริ่มตัวสั่น ผมสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่หัวไหล่จากมือของเธอที่พยายามรั้งผมไว้ไม่ให้มีเรื่อง
“ผมไม่ได้ทิ้งชีวิตครับ” ผมจ้องตาเกรทกลับ “ผมแค่กำลังใช้ชีวิตให้มีคุณค่า... มากกว่าการเที่ยวกลั่นแกล้งคนอื่นไปวันๆ แบบมึง”
เกรทแสยะยิ้มก่อนจะหันไปหาพิมพ์ “พิมพ์... บอกมันไปสิ ว่าจริงๆ แล้วคนอย่างมันก็แค่เล่นละครฉากใหญ่เพื่อจะจีบเธอให้ติด ถ้าเธอรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับธันวา... เธอจะไม่อยากแม้แต่จะมองหน้ามันเลยล่ะ”
พิมพ์ชะงักไป คำพูดของเกรททิ้งปมปริศนาที่ทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะ ผมหันไปมองพิมพ์ด้วยความสงสัย แต่เธอกลับมองไปที่เกรทด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
“นายหมายความว่ายังไง... ธันวาเขามีความลับอะไร!” พิมพ์ตะโกนถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
เกรทล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดเล่นไฟล์เสียงบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศในโรงยิมเงียบสนิทจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง เสียงในโทรศัพท์นั้นเป็นเสียงของผม... เสียงที่คุยกับใครบางคนเมื่อหลายเดือนก่อนถึงการพนันขันต่อเรื่อง ‘การจีบสาวอักษรฯ ให้ติดภายในสามเดือน’
พิมพ์ถอยหลังกรูดไปชนกับผนังโรงยิม ใบหน้าของเธอซีดเผือด สายตาที่เคยมองผมด้วยความไว้ใจเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังที่ทวีคูณยิ่งกว่าวันแรกที่เรารู้จักกัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางหัวใจของธันวาและพิมพ์มาถึงตอนนี้นะครับ!
Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 6
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!