"นายคิดว่าการเอาลูกบาสมาวางกองไว้หน้าตึกอักษรฯ แบบนี้ มันจะช่วยให้พิมพ์หายโกรธหรือไง ธันวา?"
เสียงของมินนี่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันบริเวณหน้าตึกคณะอักษรศาสตร์ ผมไม่ได้หันไปมองเพื่อนสนิทของพิมพ์ที่ยืนกอดอกจ้องมองผมด้วยสายตาเคลือบแคลง ผมทำเพียงแค่ขยับลูกบาสเกตบอลยี่ห้อโปรดที่วางเรียงกันเป็นรูปหัวใจจางๆ ให้เข้าที่ มือของผมสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นจากการแข่งขัน แต่เพราะความกลัว... กลัวว่าความพยายามที่ดู 'นักกีฬา' เกินไปของผม จะยิ่งทำให้คนที่ผมรักถอยห่าง
"ผมไม่รู้หรอกว่าพิมพ์จะชอบไหม" ผมตอบพลางเงยหน้าขึ้นมองทางเดินที่เชื่อมไปยังห้องเรียน "แต่ผมรู้ว่าถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่างวันนี้ ความเงียบระหว่างเราคงกลายเป็นกำแพงที่ไม่มีวันพังทลายลงได้"
"พิมพ์เขาไม่ชอบเสียงดัง เขากลัวความวุ่นวาย นายก็น่าจะรู้" มินนี่ถอนหายใจ แต่ในแววตานั้นมีความเห็นใจซ่อนอยู่ "นายมันพวกบ้าพลัง ธันวา นายแสดงออกเป็นอย่างเดียวคือการพุ่งชน แต่กับหัวใจผู้หญิง... นายต้องรู้จักผ่อนจังหวะบ้าง"
ผมไม่ได้โต้ตอบ ผมหยิบลูกบาสลูกสุดท้ายขึ้นมาหมุนเล่นบนปลายนิ้วชี้ แรงหมุนของมันสม่ำเสมอเหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอก ภาพเหตุการณ์เมื่อวานยังคงฉายชัดในหัว ตอนที่ผมเผลอแสดงความมั่นใจจนเกินงามต่อหน้าพิมพ์ จนทำให้เธอเลือกที่จะหันหลังเดินหนี ผมรู้ดีว่าผมพลาดที่ไม่ได้มองเห็นความเปราะบางในแววตาคู่นั้น
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจากมุมตึก กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษหนังสือที่ผมคุ้นเคยลอยมาแตะจมูก พิมพ์กำลังเดินลงบันไดมาพร้อมกับสมุดเลคเชอร์ในมือ เธอหยุดชะงักทันทีที่เห็นกลุ่มลูกบาสวางอยู่บนพื้น และยิ่งหยุดสนิทเมื่อสายตาของเธอปะทะเข้ากับผม
บรรยากาศรอบข้างเหมือนถูกแช่แข็ง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มชะลอฝีเท้าและซุบซิบกัน พิมพ์ไม่ได้ยิ้ม เธอไม่ได้วิ่งเข้ามาหาเหมือนในละครที่ผมเคยจินตนาการไว้ เธอเพียงแค่ยืนนิ่ง แววตาที่เคยมองผมด้วยความอบอุ่น บัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่ทำเอาผมหายใจไม่ออก
"ธันวา... คุณทำอะไรน่ะ?" เสียงของพิมพ์ราบเรียบจนน่าใจหาย
"ขอโทษครับ" ผมก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวโดยไม่สนใจสายตาใคร "ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำมันดูเป็นนักกีฬาไปหน่อย ดูวุ่นวายไปนิด แต่ผมไม่รู้จะเข้าหาคุณยังไงให้คุณรู้ว่า... ผมเสียใจที่ทำตัวงี่เง่าใส่เมื่อวาน"
ผมก้มลงหยิบลูกบาสลูกหนึ่งขึ้นมาถือไว้ แล้วยื่นให้เธอ พิมพ์ไม่ได้แตะมัน เธอเพียงแค่มองที่ลูกบาสสลับกับใบหน้าของผม
"คนอื่นอาจจะชอบการเซอร์ไพรส์แบบนี้ แต่คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ใช่คนแบบนั้น" พิมพ์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมา "คุณพยายามเกินไป ธันวา... พยายามจนฉันรู้สึกเหมือนกำลังดูการแสดงในสนามบาส ไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ ของคุณ"
ประโยคนั้นเหมือนหมัดตรงกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ ผมชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา... เป็นยิ้มที่ไม่ได้มาจากความมั่นใจ แต่มาจากความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ผมก้มลงกวาดลูกบาสทั้งหมดใส่ถุงตาข่ายอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ ท่ามกลางความงุนงงของคนที่ยืนมุงดู
"คุณพูดถูกครับ" ผมยอมรับตรงๆ "ผมพยายามพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมแคร์ แต่กลับกลายเป็นว่าผมกำลังพิสูจน์ให้คนทั้งตึกเห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง ผมขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณอึดอัด"
ผมหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวผ่านเธอไป ผมก็หยุดกึก แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ติดอยู่ในมือออกมาวางลงบนกองหนังสือของพิมพ์
"มันไม่มีแต้มคะแนน ไม่มีการชู้ตสามแต้ม... มันมีแค่ผม ที่อยากให้คุณรู้ว่าที่ผมทำไปทั้งหมด เพราะผมกลัวว่าถ้าผมไม่ทำอะไรเลย สักวันคุณจะหายไปจากวงโคจรของผมจริงๆ"
ผมเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมอง ผมรู้ว่ามินนี่มองตามหลังผมมาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง แต่หัวใจของผมกลับเต้นจังหวะเดียวกับที่ผมถนัดที่สุด คือจังหวะที่รอคอยเสียงนกหวีดหมดเวลา
ทว่า ขณะที่ผมกำลังจะเดินพ้นมุมตึกเพื่อกลับเข้าโรงยิม เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยที่ผมเกลียดชังที่สุดก็ดังขัดจังหวะขึ้น
"นายทำพลาดอีกแล้วนะ ธันวา" เกรทเดินออกมาจากเงามืดของเสาตึก พร้อมกับลูกบาสที่หมุนเล่นในมืออย่างกวนประสาท "นายคิดว่าผู้หญิงเขาจะประทับใจความพยายามซื่อบื้อแบบนี้เหรอ? นายมันก็แค่ไอ้กัปตันทีมที่เก่งแต่ในสนาม แต่เรื่องหัวใจ... นายแพ้ราบคาบตั้งแต่วันที่นายก้าวเข้ามาในชีวิตพิมพ์แล้ว"
ผมหยุดเดิน แต่ไม่ได้หันไปมอง ผมกำหมัดแน่นจนสั่น แต่อยู่ๆ เสียงของพิมพ์ก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ระยะห่างที่ไกลออกไป แต่กลับชัดเจนจนใจผมกระตุกวาบ
"เกรท... นายอย่ามายุ่งกับเขา" พิมพ์พูดขึ้น เสียงของเธอสั่นเครือแต่หนักแน่น "และธันวา... รอก่อน!"
ผมหันกลับไปช้าๆ พิมพ์กำลังยืนถือกระดาษใบที่ผมให้ไว้ในมือ เธอไม่ได้มองที่เกรท เธอจ้องมาที่ผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความสับสนที่ซ่อนความหวั่นไหวเอาไว้มหาศาล
"อ่านนี่ให้จบก่อน แล้วค่อยบอกฉันว่าคุณหมายความว่ายังไง" พิมพ์เอ่ยพลางยื่นกระดาษใบนั้นคืนมาให้ผม แต่มันไม่ใช่กระดาษแผ่นเดิมที่ผมเขียน...
บนกระดาษแผ่นนั้นมีรอยหมึกปากกาเขียนทับด้วยลายมือของเธอว่า *"นัดเจอกันที่สวนหลังมหาลัยตอนเย็น... ฉันมีเรื่องจะถามให้รู้เรื่อง"* และที่มุมกระดาษ มีรอยประทับนิ้วมือที่เป็นคราบน้ำตาจางๆ
ผมมองสลับระหว่างพิมพ์กับเกรทที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ ในขณะที่ความรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย ผมกลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากมือถือในกระเป๋ากางเกง
มันเป็นข้อความจากผู้จัดการทีมบาสที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน... *'ธันวา โค้ชเปลี่ยนตัวนายออกจากการแข่งรอบคัดเลือกเย็นนี้ ถ้าไม่มาที่ยิมภายในสามสิบนาที ทีมเราถูกปรับแพ้ฟาวล์แน่นอน'*
ทางเลือกสองทางปรากฏตรงหน้า... การไปหาพิมพ์เพื่อรักษาหัวใจ หรือการไปที่ยิมเพื่อรักษาเกียรติของทีมที่ผมแบกไว้บนบ่า!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่นเสมอมานะครับ!
Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 15
การขอโทษสไตล์นักกีฬา
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!