รูปถ่ายใบนั้นเปียกชื้นเล็กน้อยด้วยหยดน้ำค้างบนพื้นคอนกรีต ผมจ้องมองภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว มันไม่ใช่แค่ภาพถ่ายธรรมดา แต่มันคือหลักฐานที่กำลังตะโกนบอกผมว่า สิ่งที่ผมพยายามปกป้องมาตลอดอาจเป็นเพียงฉากละครที่ผมถูกหลอกให้เป็นตัวตลก
"พิมพ์... นี่มันเรื่องอะไรกัน" ผมพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของผมสั่นพร่าขณะกำรูปใบนั้นจนยับยู่ยี่
ความเงียบในลานจอดรถยามวิกาลช่างน่าอึดอัด มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบ แต่มันเหมือนแรงกดดันที่บีบให้ปอดผมทำงานหนักขึ้น ภาพของ 'เกรท' ที่ยืนแสยะยิ้มอยู่ข้างๆ พิมพ์ในรูปใบนั้นมันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่าทั้งคู่ไม่รู้จักกัน และยิ่งไปกว่านั้น การที่เกรทเพิ่งพยายามปรักปรำผมว่าทำร้ายร่างกายเขาทั้งที่เหตุการณ์ในรูปนี้มันฟ้องว่าเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่กับผู้หญิงที่ผมรัก มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนโง่ที่ถูกจูงจมูก
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาพิมพ์เป็นครั้งที่สิบของคืนนั้น แต่มันก็ยังคงตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"พิมพ์ครับ... เรามาคุยกันได้ไหม ผมไม่อยากเดาอะไรไปเองคนเดียว" ผมทิ้งข้อความไว้ด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจมันพังทลายลงไปกองกับพื้นแล้ว
สองวันต่อมา ผมเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในยิมที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานสูงลงมาตกกระทบกับลูกบาสเกตบอลที่วางอยู่ข้างตัว ผมไม่ได้หยิบมันขึ้นมาเดาะเหมือนทุกครั้ง ผมแค่ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมัน
เสียงประตูยิมเปิดออกช้าๆ ผมไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยทำให้หัวใจผมกระตุกวูบ
"ธันวา..." เสียงของพิมพ์ดูแผ่วเบาและเหนื่อยล้ากว่าปกติ
"ผมกำลังรอคุณอยู่ครับ" ผมตอบกลับโดยไม่หันไปมอง "แต่ไม่คิดว่าคุณจะมาในเวลาที่ผมกำลังตัดสินใจเรื่องของเราอยู่แบบนี้"
พิมพ์เดินเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากด้านนอกทำให้ผมเห็นเพียงเงาร่างของเธอที่ดูหม่นหมอง เธอหยุดยืนห่างจากผมราวสามเมตร ระยะห่างที่ดูเหมือนจะเป็นกำแพงที่ไม่มีวันทะลุผ่านไปได้
"รูปนั้น... คุณเห็นแล้วใช่ไหม" เธอถามเสียงสั่น
"ครับ" ผมหันไปมองสบตาเธอ แววตาของผมในตอนนั้นคงดูเจ็บปวดเกินกว่าจะปิดบัง "บอกผมได้ไหมว่าทำไมต้องเป็นเขา ทำไมต้องเป็นคนที่พยายามทำลายผมทุกวิถีทาง แล้วทำไม... คุณถึงไม่เคยบอกผมเรื่องนี้เลย"
พิมพ์เม้มปากแน่น ดวงตาของเธอไหวระริก เธอไม่ได้แก้ตัว แต่นั่นกลับทำให้ผมเจ็บยิ่งกว่าการที่เธอโกหก "มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะเล่าให้คุณฟังได้ง่ายๆ ธันวา... ฉันเองก็ถูกบีบให้ต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อสิ่งที่สำคัญกว่าตัวฉันเอง"
"สิ่งที่สำคัญกว่าความเชื่อใจของเราเหรอครับ?" ผมถามเสียงเรียบแต่บาดลึก "ถ้าอย่างนั้น เราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่หนาวเหน็บจนผมรู้สึกชาไปถึงหัวใจ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมรักเธอมาก แต่ผมไม่สามารถปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นบนคำโกหกดำเนินต่อไปได้ หากเรายังต่างคนต่างมี 'ความลับ' ที่กั้นกลางไว้ การถอยคนละก้าวอาจเป็นทางเลือกเดียวที่พอจะรักษาความรู้สึกดีๆ ที่เหลืออยู่ไว้ได้
"งั้นเราพักกันก่อนไหมครับ" ผมพูดขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของผมแห้งผาก "ลองถอยออกมาคนละก้าว ให้เวลาตัวเองได้ทบทวนว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันคือความรักหรือเพียงแค่หมากในเกมของใครบางคน... พิมพ์ครับ ผมไม่อยากเกลียดคุณ แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ ผมไม่แน่ใจว่าผมจะทำใจเชื่อใจคุณได้อีกตอนไหน"
พิมพ์น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอไม่ได้ทักท้วง ไม่ได้วิ่งเข้ามาหาเหมือนที่เคยเป็น เธอเพียงแค่ก้มหน้าและพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ผมยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความมืดมิดของยิมที่เงียบสงัด
ผมทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นไม้เนื้อแข็ง ปล่อยให้ความอ้างว้างกัดกินหัวใจ ผมคิดว่าการถอยห่างคือทางออกที่ฉลาดที่สุด แต่มันกลับเป็นความเจ็บปวดที่ทรมานที่สุดในชีวิตนักกีฬาที่ผ่านการปะทะมานับครั้งไม่ถ้วน
ทว่าในขณะที่ผมกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินออกจากยิม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูเย้ยหยันและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"แหม... ช่างเป็นฉากจบที่โรแมนติกและรันทดจริงๆ นะกัปตันทีมบาส"
ผมชะงักกึก หมุนตัวกลับไปมองเงาร่างในความมืดที่ค่อยๆ ก้าวออกมาใต้แสงจันทร์ เกรท... เขายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มอย่างผู้ชนะ ในมือของเขามีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่กำลังเปิดหน้าจอค้างไว้ และภาพในหน้าจอนั้นคือคลิปวิดีโอ... คลิปที่พิมพ์กำลังยืนร้องไห้ขณะยื่นซองเอกสารบางอย่างให้กับคนของเกรท
"แกต้องการอะไรกันแน่" ผมคำราม
เกรทเลื่อนสายตาไปที่คลิปก่อนจะกดส่งข้อความบางอย่างออกไป "ฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอกธันวา ฉันแค่จะบอกว่า... ที่แกถอยออกมาน่ะ มันเป็นแผนที่ฉันวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะตอนนี้พิมพ์กำลังเดินเข้าสู่ทางที่ฉันขุดไว้รอ... และพรุ่งนี้เช้า แกจะได้เห็นข่าวใหญ่ที่ทำลายทั้งตัวแกและเธอจนไม่เหลือซาก"
เขากดส่งข้อความด้วยนิ้วที่สั่นด้วยความสะใจ ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาอำมหิต "เตรียมตัวรับมือกับหายนะที่จะเกิดขึ้นได้เลยครับเพื่อนรัก เพราะเกมนี้... คนที่เจ็บที่สุด ไม่ใช่แกหรอก แต่เป็นผู้หญิงที่แกเพิ่งผลักไสไล่ส่งไปเมื่อกี้นี้เอง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้สแลมดังก์สื่อรักเสมอนะครับ
Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 27
ถอยคนละก้าว
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!