"พ่อคิดว่าความฝันของผมมันเป็นเรื่องไร้สาระงั้นเหรอครับ?"
เสียงของธันวาสั่นพร่าขณะจ้องมองแผ่นหลังของชายผู้เป็นพ่อที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่หน้าโรงยิม แรงบีบที่หัวไหล่จากพ่อเมื่อครู่ยังคงทิ้งรอยช้ำจางๆ เอาไว้ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในอกที่ถูกดูแคลนความพยายามตลอดหนึ่งฤดูกาล
"อนาคตที่ฉันเตรียมไว้ให้คือของจริง ส่วนเรื่องเล่นสนุกในศาลนี่... ถ้ามันทำให้แกเสียเวลาจนลืมเป้าหมายที่แท้จริงไป ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" พ่อของธันวาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ก่อนที่ประตูด้านหลังจะปิดลงพร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้องแล้วขับออกไปทิ้งให้บรรยากาศโดยรอบเงียบงันจนน่าใจหาย
ธันวายืนนิ่งอยู่กลางลานคอนกรีต มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความมั่นใจที่เคยมีล้นปรี่ในฐานะกัปตันทีมบาสเกตบอลกำลังถูกสั่นคลอนด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยคจากผู้ให้กำเนิด
"ธันวา..."
เสียงแผ่วเบาที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้เขาสะดุ้ง ธันวาหมุนตัวกลับไปพบพิมพ์ที่ยืนกอดหนังสืออักษรฯ ไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นสั่นระริก เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และดูเหมือนว่าคำพูดของพ่อเขาก็คงบาดลึกถึงความรู้สึกของเธอไม่ต่างกัน
"พิมพ์... ผม..." ธันวาพยายามจะคลี่ยิ้มแบบที่เขาเคยทำเป็นประจำเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ แต่ครั้งนี้มุมปากมันกลับกระตุกค้าง "ขอโทษนะที่เธอต้องมาเจออะไรแบบนี้"
"ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ" พิมพ์ก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว สายตาของเธอมั่นคงขึ้นกว่าทุกครั้ง "คำพูดของคนอื่นจะมีความหมายต่ออนาคตเรา ก็ต่อเมื่อเราอนุญาตให้มันมีความหมาย... นายจะยอมให้คนอื่นขีดเส้นชีวิตนายจริงๆ เหรอ ธันวา?"
คำถามนั้นเหมือนลูกบาสที่ชู้ตลงห่วงในช่วงวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ธันวานิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนที่แววตาที่เคยหม่นแสงจะเริ่มกลับมาเป็นประกายอีกครั้ง เขาไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่หยิบลูกบาสที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ก่อนจะสบตาเธอแล้วพยักหน้าเบาๆ
"เราไปฉลองกันเถอะครับ ชัยชนะแรกในฐานะกัปตัน... ผมอยากให้พิมพ์อยู่ด้วย"
---
บรรยากาศในร้านอาหารกึ่งบาร์ย่านมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ของสมาชิกในทีมบาสเกตบอลมหาลัย ธันวาพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนในทีม กระดกแก้วเครื่องดื่มและตบไหล่เพื่อนร่วมทีมที่ช่วยกันทำแต้มได้ในแมตช์ที่ผ่านมา
มินนี่ เพื่อนสนิทของพิมพ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กระทุ้งศอกใส่แขนพิมพ์พลางกระซิบ "ดูสิ ธันวาดูฝืนๆ นะ แต่นายคนนี้เวลาอยู่ใกล้เธอแล้วดูจะมีพลังงานแปลกๆ กลับมาตลอดเลยแฮะ"
"อืม... ฉันก็รู้สึก" พิมพ์ตอบพลางมองธันวาที่กำลังพยายามปฏิเสธเครื่องดื่มมึนเมาด้วยท่าทีสุภาพ
"เฮ้ทุกคน! วันนี้เราชนะ เพราะฉะนั้นคืนนี้ต้องจัดเต็ม! ธันวา กัปตันของเราต้องโดนสักหน่อยแล้ว!" เสียงของรุ่นพี่คนหนึ่งตะโกนขึ้นเรียกความสนใจ ทุกคนต่างเฮรับอย่างสนุกสนาน ธันวาไม่ได้ขัดขืน เขาเพียงแต่ยิ้มรับและยอมเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์เพื่อสั่งเครื่องดื่มตามคำขอของทุกคน
ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนาน เกรท ศัตรูคู่อาฆาตที่เดินเข้ามาในร้านพร้อมกลุ่มเพื่อนนักกีฬาต่างคณะ ก็จงใจเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะของธันวา เสียงเพลงในร้านดูเหมือนจะเบาลงถนัดตาเมื่อรังสีความกดอากาศต่ำเริ่มแผ่ออกมาจากทั้งสองฝ่าย
"ชนะนัดแรกดีใจจนออกนอกหน้าเลยนะ" เกรทเอ่ยขึ้นพลางเหยียดยิ้มที่มุมปาก "แต่รู้ไว้ซะว่าพ่อแกน่ะ... เขาโทรมาหาโค้ชเรื่องการยุบงบชมรมแล้วนะ ถ้าการชนะของแกมันเป็นแค่เรื่องเล่นสนุก ก็เตรียมตัวเก็บของออกจากทีมได้เลย"
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะทันที ธันวาหยุดแก้วในมือลง สายตาที่เคยมองใครด้วยความสดใส บัดนี้เปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังจนน่ากลัว เขาค่อยๆ วางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเกรทโดยตรง
"งบประมาณหรือเรื่องในครอบครัวผม ไม่ใช่ธุระของนาย และต่อให้วันนี้พ่อผมจะไม่สนับสนุน หรือนายจะพยายามขัดขวางแค่ไหน... บาสเกตบอลก็คือสิ่งที่ผมรัก และผมจะไม่มีวันเลิกเล่นเพียงเพราะเสียงนกเสียงกาที่ไร้ความหมายหรอกครับ"
ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ทุกคนในร้านที่แอบฟังอยู่ต่างพากันอึ้งกับความเด็ดขาดของกัปตันทีมหนุ่ม
"ปากเก่งไปเถอะ" เกรทแค่นหัวเราะ ก่อนจะเหลือบมองไปที่พิมพ์ "แล้วเธอล่ะพิมพ์... ยังอยากจะเอาอนาคตไปผูกไว้กับไอ้คนที่ไม่แม้แต่จะรู้ว่าตัวเองจะเหลือที่ยืนตรงไหนในวันพรุ่งนี้เหรอ?"
พิมพ์ลุกขึ้นยืนโดยไม่ลังเล เธอสบตาเกรทด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวไม่แพ้ธันวา "คนที่ไม่มีที่ยืน คือคนที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นจนลืมมองความล้มเหลวของตัวเองมากกว่านะคะ เชิญทางใครทางมันดีกว่าค่ะ"
เกรทหน้าชาไปชั่วขณะก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปจากร้าน ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่ค่อยๆ คลายตัวลง ธันวาหันกลับมามองพิมพ์ด้วยความรู้สึกขอบคุณที่เอ่อล้นในอก
"ขอบคุณนะครับ" เขาเอ่ยเบาๆ
"กลับกันเถอะค่ะ" พิมพ์ตอบพลางยิ้มให้ "ที่นี่เริ่มเสียงดังเกินไปแล้ว"
ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากร้านไปพร้อมกันท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้นสั้นๆ เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย เมื่อเห็นชื่อผู้ส่งบนหน้าจอ ร่างกายของเขาก็แข็งค้างไปทันที
มันไม่ใช่ข้อความจากพ่อ ไม่ใช่จากโค้ช แต่มันเป็นข้อความจากบุคคลที่ธันวาไม่คิดว่าจะได้รับในเวลานี้...
[ข้อความจาก: เลขานุการส่วนตัวของแม่ - 'แม่กำลังกลับมาที่นี่ ธันวา... และเธอไม่ได้มาคนเดียว']
ธันวาลดโทรศัพท์ลง มือที่กำเครื่องมือสื่อสารเริ่มสั่นเทา พิมพ์สังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถาม "เกิดอะไรขึ้นคะ?"
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองพิมพ์ด้วยสายตาที่ฉายแวววิตกกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ ทันใดนั้น รถเก๋งสีดำคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลก็เปิดไฟหน้าขึ้นสว่างจ้าจนทั้งสองต้องยกมือขึ้นบังตา
ประตูรถเปิดออก ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดเดรสหรูหราก้าวลงมา พร้อมกับใครอีกคนหนึ่งที่เดินตามหลังเธอมาติดๆ... ซึ่งคนคนนั้นคือ 'เกรท' ที่เพิ่งเดินแยกจากเขาไปเมื่อครู่นี้เอง
"ธันวา... แม่บอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าทำตัวเป็นเด็กใจแตก"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับชัยชนะและการเติบโตของธันวาครับ!
สแลมดังก์สื่อรัก
Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 36
ชัยชนะแรก
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!