“นายทำบ้าอะไรลงไปธันวา!”
เสียงคำรามของเกรทดังลั่นสนามบาสเกตบอลในร่ม เสียงนั้นแหบพร่าด้วยความโกรธจัด ฝ่ามือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ผมไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ยังคงยืนนิ่งในท่าเดิม—ระยะประชิดที่ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบถี่ของพิมพ์ที่ยืนแข็งค้างอยู่ข้างหลัง
ผมค่อยๆ ผละออกมา ส่งยิ้มกวนประสาทที่มุมปากให้เกรท ก่อนจะหมุนตัวหันไปหาพิมพ์ ดวงตาของเธอไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป ผมเห็นความระแวงในแววตาคู่นั้น แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เห็นความสนใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเรียบเฉย
“ขอโทษทีนะพิมพ์ พอดีผมชอบทำอะไรที่มันเหนือความคาดหมายนิดหน่อย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะคว้าลูกบาสเกตบอลหนังสีส้มที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาหมุนบนปลายนิ้ว “กลับไปนั่งรอที่แสตนด์เถอะครับ ตรงนี้มันไม่มีอะไรน่าดูหรอก... นอกจากผม”
พิมพ์ไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ แล้วเดินเลี่ยงไปนั่งที่แสตนด์ข้างมินนี่ที่กำลังทำตาโตมองมาที่ผมอย่างคาดคั้น ผมไม่ได้สนใจเกรทที่ยังคงยืนอาฆาตอยู่อีกต่อไป ความสนใจทั้งหมดของผมในตอนนี้ถูกโฟกัสไปที่แป้นบาสเบื้องหน้า
*พรึ่บ!*
ผมเริ่มซ้อมคนเดียวในสนามที่เงียบกริบ เสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นสนามไม้ดังสนั่นกังวานทุกจังหวะการเคลื่อนไหว ผมไม่ได้ซ้อมธรรมดา แต่มันคือการซ้อมที่บ้าคลั่ง เลี้ยงลูกด้วยความเร็วสูง สลับซิกแซกผ่านโคนเสาไม้ที่วางเรียงรายราวกับมีศัตรูที่มองไม่เห็นขวางกั้น
เหงื่อหยดลงจากปลายคางผ่านลำคอแกร่งลงไปเปียกชุ่มเสื้อกล้ามตัวบาง ทุกครั้งที่ผมกระโดดชู้ต ความหนักแน่นของร่างกายและจิตใจถูกถ่ายทอดลงไปในลูกบาส ความกดดันเรื่องคะแนนสอบ ความคาดหวังจากพ่อที่อยากให้ผมเรียนหมอ แต่หัวใจผมดันเต้นตามเสียงเดาะของลูกบาสทุกลูก... ผมปล่อยมันออกมาผ่านความรุนแรงในทุกจังหวะการเข้าทำ
พิมพ์นั่งนิ่งอยู่บนแสตนด์ สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่อื่นเลย เธอจ้องมองท่าทางการเคลื่อนไหวของผมอย่างไม่วางตา ครั้งแรกที่เห็นเธออาจจะมองว่าผมเป็นแค่พวกนักกีฬาจอมโอหังที่เอาแต่ใช้กำลัง แต่ตอนนี้... ผมสังเกตเห็นผ่านหางตาว่าเธอเริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ขอบแสตนด์มากขึ้น เธอกำลังอ่านจังหวะของผม
“นายดูมุ่งมั่นเกินไปหรือเปล่าธันวา” มินนี่กระซิบถามเสียงเบาพอให้พิมพ์ได้ยิน “ปกตินายก็ขี้เก๊กอยู่แล้ว แต่วันนี้เหมือนคนกำลังจะไปรบเลยนะ”
ผมหยุดชะงักลูกบาสไว้กลางอากาศก่อนจะชู้ตลูกสามแต้มลงห่วงไปอย่างสวยงาม ลูกบอลหมุนติ้วผ่านตาข่ายด้วยเสียงที่น่าฟังที่สุดในโลก ผมหันกลับไปหาพิมพ์ สบตาเธอตรงๆ ขณะที่ผมยังหอบหายใจถี่
“ความลับของการชู้ตให้ลงน่ะ ไม่ใช่แค่แรงแขนนะพิมพ์” ผมตะโกนข้ามสนามไป เสียงของผมทุ้มต่ำและกังวาน “มันคือการทำความเข้าใจระยะห่าง... ว่าเราควรจะรักษาระยะห่างกับคนอื่นไว้แค่ไหน ถึงจะไม่เจ็บตัว”
พิมพ์ชะงักไปเล็กน้อย เธอเม้มริมฝีปากแน่น ผมรู้ว่าคำพูดของผมกระทบใจเธออย่างจัง เพราะเราสองคนต่างก็มีกำแพงบางอย่างที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความผิดหวัง
ผมเริ่มซ้อมต่อ คราวนี้หนักหน่วงขึ้น เร้าใจขึ้น ผมพุ่งตัวขึ้นกระโดดสูงจนเกือบถึงขอบห่วง แขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อขึงตึงราวกับคันธนูที่ง้างเต็มที่ ผมเห็นพิมพ์ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว มือของเธอประสานกันแน่นอยู่ที่หน้าอก แววตาของเธอเปลี่ยนจากความรังเกียจเป็นความสงสัย... สงสัยว่าทำไมคนร่าเริงอย่างผม ถึงได้มีแววตาที่เต็มไปด้วยความเหงาขนาดนี้ในเวลาที่อยู่คนเดียว
ทันใดนั้นเอง... ในขณะที่ผมกำลังจะร่อนตัวลงจากการดังค์อย่างแรง พื้นสนามที่ควรจะแห้งสนิทกลับลื่นปรื๊ดเพราะคราบน้ำที่ใครบางคนแอบมาทำหกไว้ก่อนหน้านี้ ร่างของผมเสียหลักอย่างแรง ข้อเท้าพลิกจนได้ยินเสียงดัง *กึก*!
“ธันวา!”
เสียงอุทานของพิมพ์ดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างบางวิ่งปรี่ลงมาจากแสตนด์โดยไม่สนสายตาใคร ผมทรุดลงนั่งกับพื้น กัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วข้อเท้า แต่ที่น่าตกใจกว่าคือ... ขณะที่ผมกำลังพยายามพยุงตัวขึ้น คนที่เข้ามาถึงตัวผมก่อนใครกลับไม่ใช่โค้ช หรือเพื่อนร่วมทีม แต่เป็นพิมพ์ที่วางมือลงบนไหล่ผมด้วยท่าทางตกใจอย่างเห็นได้ชัด
“นายเป็นอะไรไหม!” เธอถามเสียงสั่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าแม้ความเจ็บจะแล่นริ้ว “เป็นห่วงผมเหรอครับ? ไหนบอกว่าไม่ชอบพวกนักกีฬาไง”
“อย่ามาพูดมากนะ!” เธอขมวดคิ้วใส่ แต่จังหวะที่เธอกำลังจะช่วยพยุงผมขึ้นนั้นเอง ประตูด้านหลังสนามก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคน
แสงจากโถงทางเดินสาดเข้ามาจนเกิดเป็นเงาทอดยาวไปถึงเท้าของผม ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยในชุดสูทภูมิฐานเดินตรงเข้ามาหาเราด้วยใบหน้าเรียบเฉย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกจนผมรู้สึกลึกๆ ในอกทันที
“ถ้าทำตัวให้ได้รับบาดเจ็บเพราะความไร้สาระแบบนี้อีก พ่อจะให้เธอลาออกจากทีมเดี๋ยวนี้”
พ่อของผม... เดินเข้ามาพร้อมกับสมุดเล่มหนึ่งในมือ สายตาที่เขามองผมไม่ใช่สายตาของพ่อที่ห่วงใยลูก แต่เป็นสายตาของนักธุรกิจที่กำลังมองดูสินค้าที่เสียหาย พิมพ์ปล่อยมือจากไหล่ผมทันทีเมื่อรับรู้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ผมมองพ่อ แล้วมองพิมพ์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ นี่คือความลับที่ผมเก็บไว้... ว่าภายใต้รอยยิ้มบนสนามบาส คือกรงขังที่พ่อเป็นคนสร้างให้ผมมาตลอดชีวิต และวันนี้... พิมพ์ได้ก้าวเข้ามาเห็นช่องโหว่ของกรงขังนั้นเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเป็นกำลังใจให้กับธันวานะครับ ผมจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ
Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 3
ความลับใต้แป้นบาส
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!