"ผมบอกแล้วไงว่าตำแหน่งเสาต้นนี้มันขัดฮวงจุ้ย... ไม่ใช่สิ มันขัดกับรสนิยมของคนที่จะมาอาศัยอยู่จริง ๆ ต่างหาก คุณรินรดา ช่วยใช้จินตนาการที่นอกเหนือจากไม้บรรทัดในมือคุณสักนิดเถอะครับ"
ธันวาโยนปากกาเขียนแบบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก* ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางยียวน ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างเพรียวบางที่ยืนเด่นอยู่หน้าโต๊ะด้วยสายตาที่บอกชัดว่า 'ผมไม่ยอม'
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอวางไม้สเกลลงช้า ๆ ก่อนจะก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แนวซิตรัสของเธอแตะจมูกเขาจนธันวาต้องเม้มปากแน่น พยายามคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดันทรยศกระตุกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
"คุณธันวาคะ" เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเฉียบขาด "สถาปนิกที่เก่งกาจไม่ได้วัดค่าความสำเร็จจากความอาร์ตที่ไร้ระเบียบ แต่เขาวัดกันที่ความปลอดภัยและความคุ้มค่าของพื้นที่ โครงสร้างตรงนี้ถูกคำนวณมาแล้วสามรอบ ถ้าคุณยังจะยืนกรานจะย้ายมันออก เพียงเพราะคุณ 'รู้สึก' ว่ามันเกะกะสายตา ก็เชิญไปออกแบบบ้านตุ๊กตาเล่นที่บ้านเถอะค่ะ ที่นี่คือโครงการระดับลักชัวรี ไม่ใช่สนามเด็กเล่น"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
"บ้านตุ๊กตาเหรอครับ? ฟังดูน่าสนุกกว่ามานั่งงัดข้อกับผู้หญิงเจ้าระเบียบอย่างคุณเยอะเลยนะ" เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นจนเห็นประกายในดวงตาของรินรดาที่กำลังไหวระริก "บอกไว้ตรงนี้นะครับ ต่อให้คุณจะสวย... เอ้ย! ต่อให้คุณจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้างานมันออกมาไร้รสนิยม ผมก็ไม่ยอมแลกชื่อเสียงตัวเองไปกับแบบแปลนเฮงซวยนี่แน่"
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำว่า 'สวย' หลุดออกมาจากปากคนกวนประสาท แววตาของเธออ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม
"ปากร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยนะคะคุณธันวา"
"ก็ดีครับ ผมจะได้ทำงานคนเดียวเงียบ ๆ ไม่ต้องมีคนมาคอยจู้จี้เรื่องเซนติเมตรที่หายไปจนชีวิตขาดสีสัน"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทรกซึมไปทั่วห้อง ธันวาจ้องมองริมฝีปากบางที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ เขาอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสตรงรอยแยกนั้นนัก แต่กลับทำได้เพียงแค่คว้าแบบแปลนขึ้นมาขยำในมือเบา ๆ เพื่อระบายความหงุดหงิดที่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้อง 'คลั่ง' อะไรนักหนากับแค่เรื่องงาน
*ตึก... ตึก...*
เสียงรองเท้าคัตชูเดินเข้ามาใกล้ประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ กวินโผล่หน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่ดูออกได้ทันทีว่ากำลังสนุกกับสถานการณ์ตรงหน้า
"แหม... ดูเหมือนผมจะเข้ามาผิดจังหวะสินะครับ? กำลังแลกเปลี่ยนทัศนคติเรื่องโครงสร้าง หรือว่ากำลังแลกเปลี่ยนไอเดียเรื่อง... ความสัมพันธ์กันอยู่ครับเนี่ย?"
รินรดาถอยห่างออกมาจากโต๊ะทันที ใบหน้าของเธอขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ในขณะที่ธันวาสบถเบา ๆ ก่อนจะแกล้งหยิบแบบแปลนขึ้นมาจัดเรียงใหม่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"กวิน นายมาก็ดีแล้ว บอกคุณรินรดาเขาทีว่าถ้าเสาต้นนี้ยังอยู่ตรงนี้ ผลลัพธ์ตอนสร้างเสร็จมันจะดูทุเรศแค่ไหน" ธันวาเอ่ยเสียงแข็ง ปากก็ว่าไปอย่างนั้น แต่สายตากลับแอบมองปฏิกิริยาของหญิงสาวข้างกาย
รินรดากอดอกแน่น เชิดหน้าขึ้นท้าทาย "ถ้าอยากเปลี่ยนนัก ก็เชิญคุณธันวานั่งแก้งานให้เสร็จก่อนรุ่งสางเลยนะคะ ถ้าทำไม่ได้... พรุ่งนี้เช้าเราคงต้องคุยกันเรื่องสัญญาจ้างใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิม"
เธอก้าวเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ธันวานั่งนิ่งอยู่กับที่ กวินเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสนิทเบา ๆ แล้วหัวเราะร่า
"ปากบอกเกลียดเขา แต่สายตาแกนี่... เหมือนอยากจะกินเขาเข้าไปทั้งตัวเลยนะเพื่อน"
"หุบปากไปเลยกวิน" ธันวาสวนกลับทันควัน แต่ในใจกลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด เขาหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง มือที่เคยจับมั่นกลับสั่นเล็กน้อยเมื่อมองเห็นรอยลิปสติกจาง ๆ บนแก้วน้ำของรินรดาที่วางทิ้งไว้
ทว่าในตอนที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำนั้น เสียงผลักประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่ก้าวเข้ามา... มันคือหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราที่เขาคุ้นเคยดี พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและท่าทีที่เย็นชาจนน่าขนลุก
"ธันวาคะ... ผู้หญิงคนเมื่อกี้ใครกัน?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สองนี้นะครับ ราชันย์หอกทมิฬครับ
รักนี้ต้องห้าม หรือจะข้ามไปเป็นศัตรูหัวใจ•ตอนที่ 2
ปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักนี้ต้องห้าม หรือจะข้ามไปเป็นศัตรูหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
