“ถ้าคุณยังยืนกรานจะเปลี่ยนแปลนคานรับน้ำหนักตรงนี้โดยไม่ผ่านการคำนวณใหม่ ผมแนะนำให้คุณไปทำอาชีพอื่นเถอะครับคุณรินรดา อย่าเอาชีวิตคนงานมาเป็นเครื่องมือพิสูจน์อีโก้ของตัวเองเลย”
เสียงของธันวาดังลั่นท่ามกลางเสียงเครื่องเจาะคอนกรีตที่เพิ่งหยุดกึกไปหมาดๆ ฝุ่นละอองจากการก่อสร้างฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ แต่ดูเหมือนจะน้อยกว่า ‘ไฟ’ ที่กำลังลุกโชนอยู่ในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม เขายืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย ดวงตาเรียวคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าที่อยู่ในชุดเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสง ซึ่งตอนนี้เธอดูจะพร้อมใช้มันฟาดหน้าเขาให้หงายหลังมากกว่าจะใส่เพื่อความปลอดภัย
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอวางม้วนแบบแปลนลงบนโต๊ะไม้กระดานที่วางพาดอยู่บนถังเหล็ก เสียงปึกที่ดังขึ้นสร้างแรงสั่นสะเทือนเบาๆ สะท้อนถึงความเดือดดาลที่เธอพยายามกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“อีโก้เหรอคะ?” รินรดาแค่นยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวสวยเคาะลงบนแปลนกระดาษซ้ำๆ “ธันวา... คุณมันก็แค่สถาปนิกที่ชอบจินตนาการถึงความสวยงามบนกระดาษ แต่ลืมไปว่าโลกความเป็นจริงมันมีเรื่อง ‘งบประมาณ’ และ ‘ระยะเวลา’ ที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าคุณไม่ปรับตามที่ฉันบอก เราก็ต้องรื้อโครงสร้างฝั่งทิศตะวันออกใหม่ทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายถึงความล่าช้าที่คุณไม่มีปัญญาแบกรับหรอกค่ะ”
“ความล่าช้ากับความพังพินาศในอนาคต คุณเลือกอะไรครับ?” ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ความกดดันจากตัวเขาทำให้ลูกน้องในไซต์งานที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงานราวกับกลัวลูกหลง “ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาเพราะการลดสเปกของคุณ ใครจะรับผิดชอบ? คุณเหรอ? หรือจะเป็นคนงานพวกนี้?”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเต็มตา แววตาของเธอวาวโรจน์ “ฉันรับผิดชอบแน่ค่ะ เพราะฉันคือหัวหน้าโครงการนี้ ไม่ใช่คุณ!”
“งั้นก็เชิญรับผิดชอบไปคนเดียวเถอะครับ ผมลาออก!”
ธันวาคว้าหมวกนิรภัยที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วหมุนตัวจะเดินออกไป แต่รินรดากลับคว้าต้นแขนเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้ธันวาต้องชะงัก เธอไม่ได้ฉุดรั้งเขาไว้เพราะความอาลัยอาวรณ์ แต่เพราะความโกรธที่พุ่งถึงขีดสุด
“ลาออกตอนนี้เหรอ? คุณมันก็แค่ขี้แพ้ที่พอเจออุปสรรคหน่อยก็วิ่งหนีเข้ามุมเหมือนเด็กๆ! กลับมาเซ็นอนุมัติเดี๋ยวนี้!”
“ปล่อยครับ” ธันวาหันกลับมาสะบัดแขนออกเบาๆ แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเปลี่ยนไป มันมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ในความเย็นชา “คุณรู้ดีว่าทำไมผมถึงค้านเรื่องนี้... หรือจริงๆ แล้วคุณแค่ไม่อยากให้ผมอยู่ใกล้ๆ เพราะคุณกลัวจะคุมหัวใจตัวเองไม่อยู่กันแน่ครับ คุณรินรดา?”
บรรยากาศรอบข้างที่เคยอื้ออึงด้วยเสียงเครื่องจักรพลันเงียบสงัดลงทันที กวินที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมพิมพ์เขียวในมือถึงกับชะงักค้าง เขาค่อยๆ ถอยกรูดไปหลบหลังเสาต้นใกล้ๆ ทันทีที่เห็นบรรยากาศมาคุระหว่างทั้งคู่
“ปากดีนักนะ” รินรดาสวนกลับ พยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวในใจด้วยการเชิดหน้าขึ้น “คุณมันหลงตัวเอง ธันวา... ฉันเกลียดความเรื่องมากของคุณต่างหาก ไม่ใช่ความรู้สึกอย่างอื่น”
“เกลียดเหรอ?” ธันวาโน้มใบหน้าลงไปจนปลายจมูกแทบจะชนกับเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม “ถ้าเกลียดขนาดนั้น... ทำไมตอนที่ผมเดินผ่านคุณเมื่อเช้า คุณถึงต้องแอบมองตามผมด้วยสายตาที่เหมือนคนกำลังหิวโหยแบบนั้นล่ะครับ?”
รินรดาชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ความเป็นมืออาชีพที่เคยสวมใส่ราวกับเกราะป้องกันบัดนี้เริ่มร้าวราน เธอหลบสายตาคู่นั้นไม่ได้... เพราะมันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อยากหันหน้าหนี
“คุณเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว” เธอพึมพำ แต่เสียงที่เคยเด็ดขาดกลับแผ่วเบาลงอย่างน่าประหลาด
“งั้นพิสูจน์สิครับ” ธันวาท้าทาย มือหนาเอื้อมไปจัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา ท่ามกลางสายตาของคนงานนับสิบที่ตอนนี้ต่างหยุดกิจกรรมทุกอย่างเพื่อลุ้นว่าความสัมพันธ์ของหัวหน้ากับสถาปนิกจะจบลงอย่างไร
ในขณะที่ระยะห่างระหว่างปากของทั้งคู่เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงอากาศเพียงเบาบาง รินรดาเริ่มรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นที่มีมาตลอดชีวิตเหมือนจะสูญสิ้นไปในจังหวะที่มือของเขาสัมผัสผิวแก้มเธอ
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่แทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง
“เอ่อ... ขอโทษนะครับ หัวหน้าครับ! วิศวกรเขตมาถึงแล้วครับ เขาบอกว่าอยากคุยกับคนที่จะรับผิดชอบเรื่องแบบแปลนที่ยังตกลงกันไม่ได้ตอนนี้เลยครับ!”
เสียงลูกน้องคนสนิททำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับถูกไฟช็อต รินรดารีบถอยกรูดไปอีกด้าน ใบหน้าแดงระเรื่อของเธอถูกหมวกนิรภัยบดบังไว้พอดี ส่วนธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อตัวเองพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“วิศวกรเขตมาเองแบบนี้... หวังว่าคุณจะมีคำอธิบายที่ดีพอนะครับคุณรินรดา” ธันวาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่คนเดียว
เธอมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาไปด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน หญิงสาวพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะหันไปหาลูกน้องด้วยสีหน้าที่กลับมาดุดันอีกครั้ง
“บอกเขาว่าให้รอที่ห้องประชุม! อีกห้านาทีฉันจะเข้าไป... แล้วพวกนาย! หันไปทำงานต่อได้แล้ว ถ้าไม่อยากโดนหักเงินเดือนเพราะมัวแต่ยืนมองเรื่องชาวบ้าน!”
เธอก้าวฉับๆ ออกไป แต่ในใจกลับยังคงจดจำสัมผัสแผ่วเบาที่ข้างแก้มนั้นได้อย่างแม่นยำ มันไม่ใช่แค่ความขัดแย้งเรื่องไซต์งาน แต่มันคือการประกาศสงครามของหัวใจที่เธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าจะชนะหรือพ่ายแพ้ให้กับสถาปนิกปากร้ายคนนั้นกันแน่
ทว่าก่อนที่รินรดาจะก้าวพ้นประตูไซต์งาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็หยุดลงตรงหน้าเธอ... ร่างสูงโปรดิวเซอร์ที่คุ้นตาของกวินยืนยิ้มกริ่มอยู่ที่มุมตึก พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่บันทึกเหตุการณ์เมื่อครู่เอาไว้ครบถ้วนทุกวินาที
“ว่าไงครับคุณรินรดา... เมื่อกี้ใครกันนะที่บอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา? เดี๋ยวผมจะส่งคลิปนี้ไปให้คุณแม่คุณดูเป็นของขวัญวันเกิดดีไหมครับ?”
รินรดาเบิกตากว้าง ความลับที่ซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีที่เธอไม่พร้อมที่สุด!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สามนี้นะครับ ราชันย์หอกทมิฬครับ
รักนี้ต้องห้าม หรือจะข้ามไปเป็นศัตรูหัวใจ•ตอนที่ 3
สนามประลองคือไซต์งาน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักนี้ต้องห้าม หรือจะข้ามไปเป็นศัตรูหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
