เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 9

ของขวัญจากคนใจเปย์

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงลากเหล็กกล้าขูดกับพื้นปูนซีเมนต์ดังครืดคราดยาวนาน ปลุกให้บรรยากาศยามบ่ายในเขตเรือนเพาะชำหลังบ้านสะเทือนเลื่อนลั่น รินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ผักสลัดในมิติลับสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบสาวเท้าก้าวออกมาจากประตูเรือนกระจกด้วยความฉงน ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อพบกับภาพตรงหน้า กลางลานดินหน้าบ้าน รถบรรทุกหกล้อคันโตจอดสนิท ท้ายกระบะเปิดอ้าออกเผยให้เห็นกล่องลังไม้ขนาดมหึมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ และร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้มของผู้กองศิลา ที่กำลังยืนกอดอกเหงื่อซกอยู่ข้างกองเครื่องมือการเกษตรระאับพรีเมียมที่ถูกกองไว้ราวกับร้านขายอุปกรณ์ทำสวนย่อมๆ "คุณศิลา... นี่มันอะไรกันครับเนี่ย?" รินรดาเอ่ยถามด้วยความตกตะลึง ปลายเสียงเจือความระคนทึ่งขณะกวาดสายตามองรถตัดหญ้าไรด์ออนสีแดงเพลิง เครื่องพรวนดินอเนกประสงค์รุ่นท็อป และชุดระบบน้ำหยดอัตโนมัติที่มูลค่ารวมกันคงซื้อควายได้ทั้งฝูง ศิลาหันมามองภรรยาคนสวย รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนโยน เขายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง "ผมเห็นคุณบ่นว่าดินแปลงสามเริ่มแน่นเกินไป แล้วไหนจะแปลงผักหลังบ้านที่ต้องขยายเพิ่มอีก ผมเลยลองไปปรึกษาศูนย์เกษตรในตัวอำเภอมาครับ... สั่งชุดนี้มา น่าจะช่วยเบาแรงคุณไปได้เยอะ" ศิลาตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบทอประกายความเอาใจใส่ชัดเจน ไม่มีวี่แววของความเสียดายเงินสักบาท รินรดาจ้องมองสามีหนุ่มร่างกำยำตรงหน้า หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาจากพิษภัยของญาติผู้พี่และแม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อเมื่อครั้งอดีต กลับถูกความใส่ใจและสายตาที่เต็มไปด้วยความรักนี้ชะล้างจนอุ่นวาบ เธอย่อมรู้ดีว่าอุปกรณ์เหล่านี้ราคาเท่าไหร่ และที่สำคัญ... ศิลาจำทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอเคยบ่นลอยๆ ได้ทั้งหมด "คุณเล่นซื้อมาซะยกใหญ่แบบนี้ บ้านเราจะกลายเป็นศูนย์วิจัยการเกษตรอยู่แล้วนะครับ" รินรดาแกล้งเอ็ดเบาๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นส่งให้ชายหนุ่มด้วยความใส่ใจ ศิลารับมาถือไว้โดยไม่เช็ดเหงื่อ เขากลับคว้ามือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาพลิกดูเบาๆ เพื่อตรวจหารอยแผลจากการทำงานหนัก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากหนา "สำหรับคุณ ต่อให้ต้องเหมาเครื่องจักรทั้งโรงงาน ผมก็ยินดีครับ... ขอแค่รอยยิ้มของคุณคุ้มค่ากับเหงื่อที่ผมเสียไปก็พอ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นอายความหวานจนคนรอบข้าง (หากมี) คงต้องแอบอิจฉา แต่ความสุขมักมาพร้อมกับการทดสอบเสมอ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญใจ "รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้แม่นะ! แกทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ในบ้านหลังนี้ คิดว่าจะหนีพ้นความรับผิดชอบของตระกูลเราหรือไง!" เสียงของป้าสายพิณดังแผดลั่นแทรกเข้ามาในบริเวณบ้าน ท่าทางเกรี้ยวกราดและเสียงทุบประตูรั้วเหล็กสร้างความรำคาญให้ศิลาทันที นัยน์ตาคมกริบของนายทหารหนุ่มเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาในฉับพลัน เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปจัดการ แต่รินรดากลับยกมือขึ้นแตะแขนห้ามไว้เสียก่อน หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน การเอาคืนคนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ใช้สมองและบรรยากาศความเหนือกว่านี่แหละสะใจที่สุด "ปล่อยให้เข้ามาเถอะครับคุณศิลา... ถือว่ามาดูความฉิบหายของตัวเองก็แล้วกัน" รินรดาเอ่ยกระซิบเสียงเบา มุมปากยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ศิลาต้องลอบกลืนน้ำลาย ภรรยาของเขานี่ช่างร้ายกาจและมีเสน่ห์เหลือเกินยามที่เธอสวมบทบาทนักธุรกิจหญิงผู้กุมความได้เปรียบ ศิลาพยักหน้ารับอย่างตามใจ เขาผายมือเชิญให้ภรรยาเป็นผู้บัญชาการศึกในครั้งนี้ ส่วนตัวเขายืนกอดอกพิงรถบรรทุกหกล้อ วางท่าทางเป็นแบ็กอัพที่แข็งแกร่งที่สุดให้ภรรยาสาว แอ๊ด... เสียงประตูรั้วเปิดออก ป้าสายพิณพร้อมด้วยลูกสาวคนโปรดอย่างนารีพุ่งพรวดเข้ามาในบ้านราวกับฝูงตั๊กแตนลงแปลงนา แต่ทว่า... ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาถึงลานบ้าน ทั้งสองคนต้องชะงักกึกอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก ภาพของกองเครื่องจักรราคาแพงระยับ รถบรรทุกหกล้อ และบ้านพักที่ถูกรีโนเวทจนดูราวกับคฤหาสน์ขนาดย่อม ทำให้สองแม่ลูกตระกูลจอมสูบถึงกับสมองประมวลผลไม่ทัน "นะ... นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!" ป้าสายพิณอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโลภที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อเห็นเครื่องมือราคาแพง "พวกแกเอาเงินมาจากไหนวะ ถึงได้ซื้อของพวกนี้! ไหนบอกว่าถังแตกไม่มีแม้แต่ค่ากินข้าวไง!" รินรดากอดอกก้าวเท้าออกไปช้าๆ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ชวนให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก "เงินของฉัน จะหามาจากไหนมันก็เรื่องของฉัน... แต่ถ้าพวกคุณมาเพื่อจะทวงเงินกู้ยืมหน้าด้านๆ หรือมาขอส่วนบุญเหมือนครั้งก่อนล่ะก็... เชิญไสหัวกลับไปได้เลยครับ" "อีรินรดา! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับแม่!" นารีแผดเสียงกรี๊ดลั่นด้วยความแค้นเคือง พร้อมกับทำท่าจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันได้ขยับเข้าใกล้รัศมีสามเมตร ร่างสูงใหญ่ของศิลาก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่ากลางไว้อย่างรวดเร็วราวกับกำแพงเหล็ก ศิลาไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ ออกมาสักคำ แต่รังสีอำมหิตและสายตาดุดั่งพญาเสือที่จ้องมองมา ทำให้สองแม่ลูกถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ ขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัวจนแทบยืนไม่อยู่ ป้าสายพิณหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรู้ดีว่าอดีตนายทหารหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนที่จะมาเล่นด้วยได้ง่ายๆ นางจึงเปลี่ยนแผนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตาโฮออกมา "โธ่... รินรดา หลานรัก... แกใจดำกับป้าได้ลงคอเลยหรือ ลูกพี่ลูกน้องของแกเขากำลังเดือดร้อนหนักนะเว้ย! ที่ดินแปลงนั้น... ที่ดินแปลงมรดกของตระกูลเรา... ถ้าแกไม่ยอมเซ็นชื่อโอนสิทธิ์ให้พวกเราเอาไปจำนองล่ะก็ พวกเราต้องติดคุกหัวโตแน่ๆ ช่วยครอบครัวเราหน่อยเถอะนะ!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นชาจนป้าสายพิณสะท้าน "ที่ดินมรดกงั้นหรือครับป้า? ตอนที่พวกคุณไล่ตะردผมออกจากบ้านตอนที่พ่อแม่ผมเสียใหม่ๆ ตอนที่พวกคุณฮุบสมบัติทุกบาททุกสตางค์ไป พวกคุณเคยคิดถึงคำว่าครอบครัวบ้างไหม?" บรรยากาศในลานบ้านเงียบสงบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ แต่วินาทีนั้นเอง... โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของป้าสายพิณก็สั่นครืนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นางหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา กดรับสายท่ามกลางความเงียบงัน "ฮะ... ฮัลโหล ว่าไงนะ!" เสียงปลายสายกรีดร้องโวยวายดังทะลุออกมานอกลำโพงจนทุกคนได้ยินชัดเจน "แม่! แย่แล้วแม่! เจ้าหนี้... เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบมันบุกมาที่บ้านเราแล้ว! มันพังข้าวของกระจัดกระจายหมดเลย มันบอกว่าถ้าไม่เอาเงินห้าแสนมาคืนวันนี้ มันจะเผาบ้านเราทิ้งแล้วจับตัวหนูไปขายโว้ย!" ตูม! ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกบาล ป้าสายพิณตาเหลือกค้าง เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินทันที สมองขาวโพลนไร้หนทางแก้ตัว นารีผู้เป็นลูกสาวกรี๊ดลั่นสลบเหมือดคาที่ รินรดาก้มมองสองแม่ลูกที่กำลังพินาศย่อยยับด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสารเวทนาใดๆ ทั้งสิ้น กรรมตามสนองรวดเร็วยิ่งกว่าการเร่งโตของผักในมิติลับเสียอีก ทว่า... ในจังหวะที่เกมกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของสองสามีภรรยา เสียงรถเก๋งคันหรูสีดำสนิทก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้านอย่างไร้ซุ่มเสียง ประตูด้านหลังเปิดออก พร้อมกับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ก้าวลงมาพร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่เคลือบยาพิษ "สวัสดีครับคุณรินรดา... และผู้กองศิลา ไม่นึกเลยนะครับว่าบ้านสวนเล็กๆ แห่งนี้ จะซ่อนเรื่องสนุกๆ เอาไว้เพียบขนาดนี้..." ชายสูงวัยเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตาคู่กลับคมกริบราวกับเหยี่ยวที่จ้องมองเหยื่อ รินรดาหรี่ตาลงทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาในคราบของแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ฟาร์ม/เมอร์สุขใจ" นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%