เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 10

กลิ่นดินและความหวัง

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบเขตบ้านของฉันอีกก้าวเดียว ฉันคงต้องเตือนด้วยน้ำร้อน ๆ สักกา ไม่ใช่ชาต้อนรับแขกอย่างที่ควรจะเป็นหรอกครับ..." เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของรินรดาดังก้องขึ้น ขัดจังหวะการย่างกรายเข้ามาอย่างไร้มารยาทของ 'ป้าสมทรง' ญาติผู้พี่ฝ่ายอดีตสามีที่ขึ้นชื่อเรื่องการสูบเลือดสูบเนื้อ แววตาของอดีตเชฟสาวมือหนึ่งไม่ได้มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับพินิจพิเคราะห์และซ่อนความเยียบเย็นไว้อย่างแนบเนียน รินรดายืนกอดอกพิงวงกบประตูครัว แสงไฟสีส้มอุ่น ๆ จากเตาถ่านด้านหลังขับให้เงาร่างของเธอดูโดดเด่นและเด็ดเดี่ยว ราวกับพญาหงส์ที่พร้อมจะสะบัดปีกตบหน้าคนหน้าด้านให้หงายหลัง ป้าสมทรงชะงักกึก สีหน้าที่เคยปั้นแต่งรอยยิ้มจอมปลอมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธขึง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความเย้ยหยันอย่างรวดเร็ว "อุ๊ยตาย วายร้ายกลับใจ หรือคิดว่าตัวเองมีสามีเป็นไอ้ทหารไร้หัวนอนปลายเท้าแล้วจะกร่างได้เหรอจ๊ะรินรดา? ฉันแค่จะมาดูว่าแกเอาเงินจากไหนมาสร้างครัวใหม่หลังเบ้อเริ่ม แถมกลิ่นอาหารที่โชยไปสามบ้านแปดบ้านนี่มันอะไรกัน หน้าตาอย่างแกเนี่ยนะจะทำของกินอร่อย ๆ ขายได้ อย่าบอกนะว่าไปขโมยสูตรตระกูลเรามา!" บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดขึ้นในทันที ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้สวนกลับด้วยคำพูดที่คมกริบยิ่งกว่ามีดแล่ปลา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเขียวเซอร์พลัสและกางเกงคาร์โก้สนามก็ก้าวเข้ามาซ้อนทับด้านหลังเธออย่างเงียบเชียบ ผู้กองศิลาไม่ได้เปล่งเสียงดัง แต่รัศมีคุกคามแบบฉบับนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนป้าสมทรงต้องถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว ศิลายกมือขึ้นโอบไหล่บางของภรรยาไว้น้อย ๆ สัมผัสที่อบอุ่นแต่มั่นคงทำให้รินรดารู้สึกผ่อนคลายลงทันที นัยน์ตาคมกริบของนายหนุ่มกวาดมองผู้บุกรุกด้วยความเย็นชา "เขตที่ดินตรงนี้เป็นโฉนดส่วนบุคคล และผมเป็นเจ้าของ หากคุณยังไม่หยุดส่งเสียงรบกวนและกล่าวหาภรรยาผมด้วยถ้อยคำไร้สาระ ผมคงต้องเชิญคุณออกไป... ด้วยวิธีทหาร" คำว่า 'ด้วยวิธีทหาร' มาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ทำให้ป้าสมทรงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หล่อนแค่นเสียงฮึดฮัด "ฝากไว้ก่อนเถอะนังริน! แกกับไอ้หน้าตัวเมียนี่อย่าหวังว่าจะสงบสุขเลย!" ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายไปในความมืดของทาง ประตูรั้วไม้ปิดลงพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนมา รินรดาถอนหายใจยาว พลางหันไปมองสามีข้างกายที่ตอนนี้เปลี่ยนสีหน้าจากเสือร้ายกลายเป็นลูกแมวตัวยักษ์ที่ส่งสายตาห่วงใยมาให้เธอทันที "ไหวไหมครับที่รัก" ศิลาถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มให้อย่างทะนุถนอม "สบายมากค่ะ... เอ๊ย สบายมากครับคุณสามี" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่ก็รีบแก้คำพูดพร้อมกับรอยยิ้มซุกซน "แค่เศษสวะมาเดินป่วนเปี้ยน ไม่ได้ทำให้ฉันเสียสมาธิจากการรอคอยเวลาสำคัญหรอกครับ" เวลาสำคัญที่ว่า... คือการเปิดประตูมิติลับเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบแรก! ทั้งคู่เดินเลี่ยงมายังห้องเก็บของด้านหลังบ้าน ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่มีใครล่วงล้ำ รินรดานำกุญแจทองเหลืองโบราณไขเข้าสู่มิติลับ ทันทีที่บานประตูกลเปิดออก กลิ่นไอความสดชื่นของดินร่วนซุยละมุนละไมและละอองน้ำค้างยามเช้าก็พัดปะทะใบหน้า ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือสวนสวรรค์ขนาดใหญ่ที่เขียวขจี ต้นไม้ใบหญ้าต่างอวบอิ่มสมบูรณ์ราวกับถูกรดด้วยน้ำทิพย์ ผักกาดหอมเร่งโตใบเขียวกรอบ มะเขือเทศราชินีสีแดงสดราวกับอัญมณีเม็ดเล็ก ๆ แขวนระย้าเต็มต้น และที่โดดเด่นที่สุดคือ 'สตรอว์เบอร์รีป่ามหัศจรรย์' ที่ส่งกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งไปทั่วบริเวณ ผลผลิตทั้งหมดนี้เติบโตเร็วกว่าปกติถึงสิบเท่าตัวด้วยพลังงานพิเศษในมิติลับ แต่มันกลับคงไว้ซึ่งรสชาติและคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่เหนือกว่าพืชอินทรีย์ทั่วไปในโลกความเป็นจริงหลายร้อยเท่า "โอโห..." ศิลาอุทานออกมาเบา ๆ แม้เขาจะเคยเห็นมิติลับนี้มาบ้างแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้ย่างก้าวเข้ามา มันก็ยังคงน่ามหัศจรรย์เสมอ "นี่ถ้าเอาไปขายในตลาดพรีเมียม รับรองว่าพวกพ่อค้าแม่ค้าคงแย่งกันซื้อจนหัวแตกแน่ ๆ ครับ" "มากกว่าแย่งซื้อแน่ครับพี่ศิลา" รินรดายิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ของอดีตเชฟผู้เชี่ยวชาญเรื่องต้นทุนกำไร "เพราะล็อตแรกนี้ ฉันตั้งใจจะทำเป็นเมนู 'สลัดโรลน้ำสลัดครีมผลไม้ป่า' และ 'แซนด์วิชไส้แน่นทะลัก' วางขายแบบจำกัดจำนวนในตลาดนัดชุมชนช่วงเย็นนี้ เพื่อชิมลางก่อนจะขยายสัปดาห์หน้า" ไม่รอช้า สองสามีภรรยาช่วยกันลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยความรวดเร็วและทะนุถนอม รินรดารู้ดีว่าความสดคือหัวใจสำคัญของการทำอาหาร การเก็บเกี่ยวในจังหวะที่พืชผลกำลังสุกงอมเต็มที่และยังคงความชุ่มฉ่ำจากมิติลับ จะทำให้รสชาติอาหารพุ่งทะยานไปถึงจุดสูงสุด มือเรียวบางบรรจงเด็ดมะเขือเทศสีแดงก่ำลงในตะกร้าสานไม้ไผ่ ขณะที่ศิลารับหน้าที่ยกกระถางสมุนไพรและผักสลัดชุดใหญ่ออกมาเตรียมไว้ที่ห้องครัวด้านนอก กลิ่นหอมจาง ๆ ของผักสดและผลไม้ป่าลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นไอดินหลังฝนตก สร้างบรรยากาศที่ทั้งผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยความหวังในอนาคต เมื่อวัตถุดิบทั้งหมดถูกลำเลียงมาถึงเคาน์เตอร์ครัว รินรดาก็สวมวิญญาณเชฟมือฉกาจทันที มีดสแตนเลสคมกริบบนเขียงไม้ส่งเสียงกระทบกันเป็นจังหวะรวดเร็วและแม่นยำ ผักกาดหอมกรอบ ๆ ถูกล้างด้วยน้ำสะอาดบริสุทธิ์ แผ่นแป้งญวนเนื้อนุ่มถูกนำมาห่อหุ้มผักสดกรอบและกุ้งลวกเนื้อหวานฉ่ำ ราดด้วยน้ำสลัดสูตรลับเฉพาะที่เธอคิดค้นขึ้นจากการผสมผสานความมันของครีมและความหอมหวานซ่อนเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รีป่าในมิติลับ กลิ่นหอมของน้ำสลัดโฮมเมดฟุ้งกระจายข้ามรั้วบ้านออกไปเตะจมูกเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาหน้าบ้านของพวกเขา หลายคนหยุดยืนสูดดมความหอมที่ชวนให้น้ำลายสอโดยไม่รู้ตัว ศิลายืนมองภรรยาคนเก่งที่กำลังงละมุนอยู่กับการจัดแต่งจานอาหารด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน ไม่ว่าโลกจะเหวี่ยงปัญหาอะไรมาให้ เธอไม่เคยยอมจำนน กลับใช้มันเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จได้อย่างงดงามเสมอ "เสร็จเรียบร้อย!" รินรดายกจานสลัดโรลสีสันสดใสมาวางตรงหน้าสามี พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม "เชิญชิมฝีมือเมียหน่อยครับผู้กอง ว่าพอจะสู้ภัตตาคารห้าดาวได้ไหม" ศิลาไม่รอช้า เขาหยิบสลัดโรลคำโตเข้าปาก เคี้ยวช้า ๆ เพื่อรับสัมผัสทั้งหมด... เสียงกรอบของผักสดดังขึ้นในช่องปาก ตามด้วยความหวานฉ่ำของกุ้ง และความกลมกล่อมลงตัวของน้ำสลัดครีมผลไม้ป่าที่ระเบิดรสชาติความอร่อยออกมาอย่างไร้ที่ติ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง "นี่มัน... อร่อยจนพูดไม่ออกเลยครับ" ศิลายิ้มกว้าง "อร่อยกว่าอาหารในโรงแรมหรูที่ผมเคยทานมาทั้งชีวิตรวมกันเสียอีก" รินรดากลั้วหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี "ถ้าพี่ศิลาชอบ เดี๋ยวเราเอาไปขายกันให้หมดเกลี้ยงในตลาดเย็นนี้เลย!" ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับความสำเร็จขั้นแรกและเตรียมตัวจะยกสินค้าออกไปขาย เสียงเคาะประตูดรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรัวและไร้มารยาทอีกครั้ง *ปัง! ปัง! ปัง!* รินรดาขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองหน้าศิลาทันที ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงถนัดตาเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังประตูรั้วผ่านช่องกระจก—ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'คุณนายประไพ' แม่สามีเก่าผู้ใจร้ายที่เคยขับไลไสส่งรินรดาออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย พร้อมกับชายฉกรรจ์ร่างยักษ์อีกสองคนในชุดสูทสีดำสนิทที่แผ่รังสีคุกคามอย่างชัดเจน! ศิลาหรี่ตาลงอันตราย มือหนาเอื้อมไปจับด้ามปืนพกประจำกายใต้เสื้อแจ็กเก็ตโดยสัญชาตญาณ... ขณะที่รินรดากำมีดในมือแน่น ความลับในมิติลับกำลังจะถูกเปิดโปง หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการสะสางบัญชีแค้นครั้งใหญ่ที่เธอรอคอยกันแน่? *(โปรดติดตามตอนต่อไป...)* --- **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนฟาร์มเมอร์สุขใจมาโดยตลอดนะครับ!**
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%