เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 7

ตลาดนัดชุมชนเปลี่ยนชีวิต

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงกระแทกของตะกร้าหวายอัดแน่นด้วยผักกาดขาวห่อแน่นสีเขียวสดปลิดปลิวประกายน้ำค้างยามตีสี่ครึ่งดังตุบลงบนพื้นกระบะรถกระบะอีซูซุรุ่นคุณปู่ รินรดายืดตัวขึ้นพร้อมกับใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผม กลิ่นหอมจางๆ ของดินชื้นและอานุภาพจากมิติสวรรค์ที่ติดมากับรากพืชยังคงส่งกลิ่นหอมกรุ่นสดชื่นจนผู้กองศิลาที่ยืนกอดอกพิงประตูรถต้องหันมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระคนทึ่งและประกายความคลั่งรักที่ซ่อนไม่มิด "ผักพวกนี้... ถ้าเอาไปวางขายเฉยๆ คงแปลกตาเกินไปสำหรับตลาดชุมชนบ้านหนองผักกาดนะครับริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปใกล้ มือหนายื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้านซับลงบนหน้าผากเนียนของภรรยาสดๆ ร้อนๆ อย่างเบามือ รินรดายิ้มรับสัมผัสอบอุ่นนั้น ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์อย่างเชฟมืออาชีพผู้กุมความลับระดับจักรวาล "ใครบอกว่าจะเอาไปวางขายแบบดิบๆ กันเล่าผู้กองคะ... เอ๊ย ผู้กองครับ! ผมหมายถึง... คุณศิลาต้องเชื่อมืออดีตเชฟใหญ่ห้องอาหารมิชลินอย่างผมสิครับ ผักเกรดพรีเมียมจากสวนมิติลับของเรา ถ้าแปรรูปเป็นเมนู ‘ซาลาเปาไส้ผักรวมมิตรมหัศจรรย์’ กับ ‘น้ำผักผลไม้สกัดเย็นล้างพิษ’ รับรองว่าเช้าวันนี้ ตลาดชุมชนจะต้องลุกเป็นไฟ" รถกระบะคันเก่าเคลื่อนตัวออกจากไร่ท่ามกลางความมืดสลัว มุ่งหน้าสู่ตลาดนัดชุมชนประจำอำเภอที่เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าทยอยมาจับจองพื้นที่ การเดินทางเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเป้าหมายในการสร้างความมั่งคั่งและตบหน้าบรรดาญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่เคยดูถูกว่าสองสามีภรรยาจะอดตายในบ้านไร่ปลายนา เมื่อมาถึง ล็อคแผงค้าหมายเลข 14 ซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้าห้องน้ำและจุดพักรถพอดีถูกจัดเตรียมอย่างรวดเร็ว โต๊ะไม้ไผ่ถูกปูด้วยผ้าขาวสะอาดตา ป้ายชื่อร้าน "ครัวฟาร์มสุข by รินรดา" ถูกกางออกอย่างภาคภูมิใจ กลิ่นหอมกรุ่นของซาลาเปาแป้งนุ่มที่ถูกนึ่งด้วยเตาแก๊สปิคนิคพกพาเริ่มส่งกลิ่นยั่วยวนไปทั่วบริเวณ รินรดาไม่ได้ขายแค่ผักสด แต่เธอเลือกใช้กลยุทธ์ "ชิมก่อนซื้อ" ตัดซาลาเปาร้อนๆ เป็นชิ้นพอดีคำวางใส่ถาดใบตอง พร้อมกับรินน้ำสกัดเย็นสีเขียวมรกตใสแจ๋วใส่แก้วชิมแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา "เชิญชิมก่อนได้ครับ! ซาลาเปาไส้ผักสดจากสวนออร์แกนิกแป้งนุ่มฟู ไส้แน่นเต็มคำ ทานคู่กับน้ำผักสกัดเย็นชื่นใจ บำรุงร่างกาย ล้างสารพิษ ทานแล้วผิวพรรณเปล่งปลั่งทันทีครับ!" เสียงใสแจ๋วแต่ทรงพลังของรินรดาเรียกความสนใจจากเหล่าแม่บ้านและพ่อค้าในตลาดได้เป็นอย่างดี ป้าสำเนียง แม่ค้าขายปลาเจ้าประจำในตลาดผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและขี้เหนียว เดินผ่านมาทำหน้าเบะใส่ด้วยความหมั่นไส้ "ฮึ! ผักบ้านๆ ปลูกเองตามมีตามเกิด จะวิเศษวิโสมาจากไหนเชียว ถึงกล้าขายลูกละสิบห้าบาท แพงกว่าชาวบ้านเขาตั้งเท่าตัว ระวังจะขายไม่ออกจนเน่าคามือนะแม่ริน" รินรดาไม่โกรธ เธอเพียงส่งยิ้มหวานหยดแบบฉบับเชฟมืออาชีพที่ผ่านศึกหนักมานับไม่ถ้วน ยื่นจานกระดาษที่มีซาลาเปาร้อนควันฉุยและน้ำสกัดเย็นแก้วเล็กให้ป้าสำเนียงตรงหน้า "ลองชิมดูก่อนสิครับป้าสำเนียง ถ้าไม่อร่อยจริงอย่างที่ผมคุย วันนี้ผมเหมาปลาทูของป้าหมดแผงเลยดีไหมครับ?" ป้าสำเนียงทำหน้าฮึดฮัดแต่ด้วยความงกและอยากรู้จึงหยิบชิ้นซาลาเปาเข้าปาก ทันทีที่ฟันกระทบลงบนแป้งนุ่มละมุนลิ้น และไส้ผักด้านในที่กรอบหวานฉ่ำโดยไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาฝ้าฟางของยายแก่ก็เบิกกว้างขึ้นทันที รสชาติความกลมกล่อมและความหวานธรรมชาติกระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก ตามด้วยน้ำสกัดเย็นที่ดื่มแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่าราวกับได้ไปนอนแช่น้ำแร่กลางหุบเขา "นี่มัน... นี่มันคืออะไรกันทำไมมันอร่อยขนาดนี้!" ป้าสำเนียงอุทานลั่นจนคนรอบข้างหันมามอง ไม่ถึงสิบนาทีหลังจากนั้น ฝูงชนในตลาดนัดก็กรูกันเข้ามาล้อมแผงค้าหมายเลข 14 จนแน่นขนัด เสียงแย่งกันซื้อดังเซנק็ง ตะกร้าผักสดที่เตรียมมาถูกกวาดเกลี้ยง ซาลาเปาร้อยกว่าลูกหมดลงในเวลาชั่วพริบตาเดียว ธนบัตรใบสีม่วงและสีแดงถูกยัดใส่มือผู้กองศิลาจนนับแทบไม่ทัน รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มที่คอยทำหน้าที่ตักอาหารและทอนเงินอย่างขยันขันแข็ง ยอดขายทะลุเป้าหมายของวันแรกไปไกลลิบลิ่ว กำไรนับหมื่นบาทนอนแน่นิ่งอยู่ในกระเป๋าผ้า รินรดากำลังจะเก็บร้านด้วยความอารมณ์ดี ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงตบโต๊ะปังใหญ่ก็ตามมาด้วยเงาร่างคุ้นเคยที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในสามโลก "รินรดา! นังหลานอกตัญญู แกกล้าดียังไงมาตั้งตัวขายดิบขายดีลับหลังตระกูล หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำแต่ไม่ยอมส่งเสียเงินให้ทางบ้านเลยสักบาท แบบนี้มันหยิมหยามกันชัดๆ!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าทิพย์ ป้าแท้ๆ จอมสูบเลือดสูบเนื้อที่ตามราวีไม่เลิกรา ดังแหวกฝูงชนเข้ามา พร้อมกับร่างอวบอ้วนที่เดินหน้าถมึงทึงตรงมาคว้าคอเสื้อรินรดาด้วยความโกรธเกรี้ยว รินรดายังไม่ทันได้ขยับตัว ผู้กองศิลาที่ยืนบังอยู่ด้านข้างก็ก้าวเข้ามาคว้าข้อมือของป้าทิพย์เอาไว้ด้วยแรงบีบมหาศาล รังสีอำมหิตระดับนายทหารสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงทันตาเห็น ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ด้วยความกดดันสูงสุด "ถ้าไม่อยากให้มือข้างนี้หัก... เชิญถอยออกไปให้ห่างจากภรรยาผม เดี๋ยวนี้ครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเฉียบขาด ป้าทิพย์หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว แต่ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือแปะๆ ดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน พร้อมกับร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทราคาแพงที่ก้าวเข้ามา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย เขาคือ "คุณกร" นักธุรกิจอาหารแปรรูปชื่อดังผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในจังหวัด "น่าสนใจจริงๆ... ผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียมที่รสชาติเยี่ยมยอดขนาดนี้ ผมสนใจจะขอซื้อสิทธิ์การผลิตทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว... ให้ราคาห้าแสนบาทสำหรับสัญญาปีแรก... ว่าไงครับคุณเชฟรินรดา?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%