เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 2

มิติลับในหลังบ้าน

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณยังยืนขวางประตูเรือนเพาะชำอยู่แบบนั้น ผักกาดขาวล็อตแรกของผมคงได้เหี่ยวเฉาตายคาต้นก่อนที่คุณจะได้ชิมฝีมือตัวเองเสียก่อนนะครับ, คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นตัดผ่านความเงียบของยามวิกาล ผู้กองศิลายืนกอดอกพิงกรอบประตูไม้สักเก่าคร่ำคร่า สายตาคมกริบทอประกายระยับภายใต้แสงจันทร์สลัว เขามองหญิงสาวที่เพิ่งก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างโลกความเป็นจริงกับความมหัศจรรย์ที่ซ่อนเร้นอยู่หลังบ้านหลังนี้ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะตั้งแต่เหตุการณ์บังเอิญสบตากันเมื่อช่วงหัวค่ำ ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายดินและใบไม้ป่าลอยเข้าแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณการป้องกันตัวของอดีตเชฟมือฉกาจให้ตื่นตัว ทว่าลึกๆ กลับมีความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ "ฉันไม่ได้ขวางค่ะ... เอ๊ย! ผมหมายถึง..." รินรดาเผลอหลุดคำแทนตัวแบบเดิมออกมาด้วยความเคยชิน ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังยืนอยู่ต่อหน้าสามีในนามตามกฎหมาย "ฉันแค่ตกใจว่าทำไมคุณถึงตามฉันมาถึงที่นี่ต่างหากล่ะคะ... เอ่อ... ครับ!" ศิลาหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าคมเข้มดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินรดาอีกหนึ่งก้าว จนหญิงสาวต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางกล้าไม้โดยอัตโนมัติ "ผมเป็นทหารนะ, คุณรินรดา การสังเกตความผิดปกติรอบตัวคือสัญชาตญาณ ยิ่งคุณหายลับมาทางหลังบ้านติดๆ กันสามคืนโดยถือตะกร้าเปล่าตอนขาไปแต่กลับมีกลิ่นหอมของสมุนไพรหายากติดตัวตอนขากลับ... คิดว่าผมจะปล่อยผ่านไปเฉยๆ ได้อย่างไรกันล่ะครับ?" ศิลาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นจดจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแววตาเด็ดเดี่ยวคู่นั้น รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอันชาญฉลาดของเชฟสาวประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าพื้นที่ด้านหลังสุดของแปลงเกษตรนี้มีความลับดำมืด—หรือจะเรียกว่าแสงสว่างแห่งความหวังดีกว่า—ซ่อนอยู่ มันคือ "มิติลับ" พื้นดินสีดำสนิทที่อุดมไปด้วยพลังงานประหลาด พื้นที่ที่ทำให้เมล็ดพันธุ์เติบโตได้เร็วกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า และให้ผลผลิตที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานชีวิตเข้มข้นจนสามารถเยียวยาร่างกายที่เหนื่อยล้าได้ในชั่วข้ามคืน และดูเหมือนว่า... สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมคนนี้ จะไม่ได้ตาบอดอย่างที่ญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อของเธอเคยนินทาให้ฟังเลยแม้แต่น้อย "ถ้าคุณอยากรู้..." รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายตามประสาคนไม่ยอมแพ้ใคร แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก "ก็ตามฉันมาสิครับ... เอ๊ย! ตามมาสิคะ... โธ่เว้ย!" เธอด่าตัวเองในใจที่เผลอหลุดปากเรื่องสรรพนามซ้ำซาก ศิลาอมยิ้มกว้างขึ้นอย่างนึกขันกับท่าทางเงอะงะแต่น่ารักของภรรยาหมาดๆ เขาผายมือเป็นการให้เกียรติ "เชิญครับ มาดูกันว่าหลังบ้านของเรามีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่" ทั้งคู่ก้าวผ่านม่านหมอกบางเบาที่ปกคลุมแนวรั้วไม้ไผ่ ทันทีที่เท้าของรินรดาก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนของมิติลับ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศอุ่นสบายโอบล้อมผิวกาย กลิ่นหอมหวานของดินชื้นและดอกไม้ป่าตลบอบอวล ราวกับหลุดเข้ามาในอีกมิติหนึ่งของสรวงสวรรค์ ตรงหน้าของพวกเขาคือแปลงผักเร่งโตที่รินรดาเพิ่งหว่านเมล็ดไปเมื่อวานนี้ ตอนนี้พวกมันเติบโตงอกงามจนลำต้นอวบอ้วน ใบสีเขียวเข้มเป็นมันเงาแข่งกันชูช่อรับแสงเรืองรองที่ส่องลงมาจากท้องฟ้าจำลองเบื้องบน มะเขือเทศสีดาผลโตเท่ากำปั้นเปล่งประกายสีแดงสดใส สะระแหน่และโหระพากระจายกลิ่นหอมฉุนชวนน้ำลายสอ ศิลาเบิกตากว้างเล็กน้อย แม้เขาจะเป็นคนนิ่ง 
ขรึมและผ่านโลกมามาก แต่ภาพตรงหน้าก็เกินกว่าสามัญสำนึกของมนุษย์ทั่วไปจะรับไหว เขาก้มลงแตะใบของต้นคะน้าฮ่องกงที่อวบอ้วนผิดธรรมชาติ สัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานอุ่นวาบที่ไหลเวียนผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด จนอาการปวดเมื่อยจากการแบกกระสอบปุ๋ยมาทั้งวันมลายหายไปในพริบตา "นี่มัน..." ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยา แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง "สวนหลังบ้านของคุณ... หรือจะเรียกว่า 'เขตปลอดความเสื่อมโทรม' ดีล่ะครับ?" "มันคืออาวุธลับของเราต่างหากล่ะคะ... เอ่อ... ครับ!" รินรดาถอนหายใจยาว ยอมรับความจริงในที่สุดเมื่อเห็นสายตาที่ไม่มีแววหวาดกลัวหรือโลภ 
มีเพียงความเข้าใจและความห่วงใยสะท้อนออกมาจากดวงตาคู่นั้น "คุณคงคิดว่าฉันเป็นปีศาจหรือพวกนอกคอกสินะคะ ที่มีของแบบนี้ติดตัวมา" ศิลาส่ายหน้าช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวจนรินรดาต้องถอยไปจนชิดลำต้นของต้นแอปเปิ้ลยักษ์ในมิติ มือหนาเอื้อมไปปัดเศษใบไม้ออกจากเส้นผมสีดำขลับของเธออย่างอ่อนโยน สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่หนักแน่นในความรู้สึก "สำหรับผม... ไม่ว่าคุณจะมีเวทมนตร์ มีมิติลับ หรือมาจากดาวดวงไหนก็ตาม สิ่งเดียวที่ผมสนใจก็คือ คุณคือภรรยาของผม และหน้าที่ของผมคือการปกป้องคุณจากพวกเหลือบไรที่จ้องจะมาสูบเลือดสูบเนื้อคุณต่างหากล่ะครับ" ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จริงจังจนรินรดาถึงกับนิ่งง้ำ หัวใจที่เคยถูกปิดตายด้วยความโหดร้ายของญาติพี่น้องฝ่ายอดีตคู่หมั้นและคนในตระกูล กลับถูกความอบอุ่นนี้พังทลายลงทีละน้อย รินรดากะพริบตาปริบๆ พยายามซ่อนความไหววูบในแววตา เธอยืดอกขึ้นแล้วเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความเขินอาย "ในเมื่อคุณรู้ความลับนี้แล้ว... ก็แปลว่าเรามีหุ้นส่วนธุรกิจคนแรกอย่างเป็นทางการสินะคะ... ครับ!" เธอตั้งใจเน้นเสียงคำว่าครับในช่วงท้ายเพื่อประชดตัวเอง ศิลาหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี "ด้วยความยินดีครับ หุ้นส่วน... ว่าแต่ ในเมื่อเรามีวัตถุดิบชั้นเลิศที่โตเร็วกว่าปกติแถมยังเปี่ยมด้วยพลังงานแบบนี้แล้ว ในฐานะเชฟมือหนึ่ง คุณจะเริ่มเปิดฉาก 'เอาคืน' บรรดาญาติจอมสูบเลือดที่เตรียมตัวจะมาบุกไร่เราในวันพรุ่งนี้ด้วยเมนูอะไรดีล่ะครับ?" รินรดาแย้มยิ้มร้ายกาจ แววตาของอดีตเชฟผู้เคยคว้าดาวมิชลินเปล่งประกายความมั่นใจ เธอกวาดสายตามองแปลงผักสมุนไพรตรงหน้า ก่อนจะหยิบมีดพกเล่มเล็กขึ้นมาควงเล่นอย่างคล่องแคล่ว "พรุ่งนี้เช้า... ญาติผู้ใหญ่จอมปลอมพวกนั้นจะมาทวงส่วนแบ่งผลผลิตจากเราใช่ไหมคะ? งั้นเราจะต้อนรับพวกเขาด้วยเมนูที่หอมฟุ้งกระจายไปสามบ้านแปดบ้าน เมนูที่จะทำให้พวกเขากลืนน้ำลายไม่ลงและต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินสดให้เราแบบจำใจ" รินรดายื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของนายทหารหนุ่ม กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของเธอยิ่งทำให้ศิลาใจเต้นระส่ำ "เราจะทำ 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นสมุนไพรป่ามิติลับ' เสิร์ฟพร้อมข้าวอบเกลือสมุนไพร... รับรองว่ากลิ่นหอมของมันจะลอยไปเตะจมูกลุงกับป้าตัวแสบตั้งแต่ยังไม่ทันเดินเข้าประตูไร่ของเราแน่นอนครับ!" ศิลาจ้องมองรอยยิ้มมั่นใจของภรรยาด้วยความหลงใหล 
เขายื่นมือไปกุมมือเล็กที่ถือมีดไว้แน่น บีบกระชับเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของเธอ ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังสบตากันด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วบ้านไม้ด้านนอกมิติลับก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงติดต่อกันหลายครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของหญิงวัยกลางคนคุ้นเคยที่ดังทะลุกำแพงเข้ามา "รินรดา! นังหลานอกตัญญู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกแอบซ่อนของดีไว้ข้างใน ออกมาส่งส่วยให้ตระกูลเราเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!" เสียงนั้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกในมิติลับลงทันที รินรดาหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันควัน เธอหันไปมองหน้าสามีหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าคมเข้มกลับเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายสังหารของนายทหารผู้พร้อมปกป้องบ้านของตน ศิลาเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เขาปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าตนเองเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่ากำหนดเสียอีกนะครับ คุณรินรดา" *โปรดติดตามตอนต่อไป...* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์ม/เมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%