เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 3

เพื่อนบ้านผู้เย็นชา

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าพวกคุณยังไม่ก้าวเท้าออกไปจากเขตที่ดินของผมภายในสามวินาทีนี้ อย่าหาว่าผมไม่เตือนก็แล้วกันครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนน่าขนลุกดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วไม้เก่า รินรดาชะงักมือจากการถือตะหลิว เธอกวาดสายตามองไปยังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตสีเขียวขี้ม้าพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนกำยำ สันจามคมกริบดั่งรูปสลักและดวงตาคมปลาบที่มองตรงมายังกลุ่มญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อของเธอด้วยประกายตาดุดันราวกับพญาอินทรี นั่นคือ "ผู้กองศิลา" อดีตนายทหารหนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรเจ้าของไร่ข้างเคียง และตอนนี้... เขากำลังยืนแผ่รังสีอำมหิตปกป้องเธอจากพวกเหลือบไรสังคม "เฮ้ย! แกเป็นใครวะ เสือกอะไรด้วย นี่มันเรื่องในครอบครัวเรา!" ป้าสำเนียง ป้าสายเลือดมหาภัยหน้าซีดเผือดแต่ยังคงทำใจกล้าตะคอกกลับ แม้ขาของนางจะสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของศิลา "ครอบครัว?" ศิลาก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านอย่างมั่นคง รองเท้าบูทหนังย่ำลงบนพื้นดินเสียงดังฟังชัด เขาปรายตามองป้าสำเนียงและลุงสมชายด้วยความเหยียดหยามจางๆ "คนที่จ้องจะมาสูบเลือดสูบเนื้อ ขโมยผลผลิต และไล่ที่เจ้าของบ้านตัวจริงอย่างที่คุณรินรดาเผชิญอยู่ เขาไม่เรียกว่าครอบครัวหรอกครับ เขาเรียก 'ตัวถ่วง' ต่างหาก" รินรดากระพริบตาปริบๆ มองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยต้องแข็งกระด้างเพื่อต่อสู้กับคนพวกนี้ลำพัง กลับไหววูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันอุ่นวาบ... และพึ่งพาได้อย่างน่าประหลาดใจ ทั้งที่เธอเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน และเคยพบหน้าเขาแค่เพียงห่างๆ เท่านั้น "แก... แกจำไว้เลยนะนังริน แกมันเนรคุณ!" ป้าสำเนียงชี้หน้าด่ากราดด้วยความแค้นเคืองเมื่อเห็นท่าไม่ดี ก่อนจะลากตัวสามีและลูกชายถอยร่นออกไปจากรั้วบ้านอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงขู่คำรามในลำคอของศิลา ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านสวนหลังน้อยอีกครั้ง เหลือเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับหัวไชเท้ารสชาติกลมกล่อมที่รินรดาเพิ่งปรุงเสร็จในครัว รินรดาถอนหายใจยาว วางทัพพีลงบนเคาน์เตอร์แล้วเดินออกมาที่ระเบียง "ขอบคุณมากนะครับผู้กอง... เอ่อ ถ้าไม่ได้คุณมาช่วยไว้ ป่านนี้ผมคงต้องเสียเวลาไล่ตะردพวกเขายาวแน่เลย" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ศิลาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับใบหน้าเนียนใสที่เปื้อนคราบเขม่าควันจางๆ แต่แววตายังคงมีความดุดันตามสัญชาตญาณของทหารเก่า "ผมชื่อศิลาเฉยๆ ก็ได้ครับ เรียกผู้กองมันดูห่างเหินไปหน่อยสำหรับคนที่เป็น... เพื่อนบ้านกัน" น้ำเสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบเย็นชาอย่างที่คนอื่นร่ำลือกันในหมู่บ้าน ตรงกันข้าม มันกลับแฝงความนุ่มนวลอย่างประหลาดจนรินรดาต้องแอบเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ค่ะ... เอ่อ ครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำว่าค่ะตามความคุ้นเคยเก่า แต่รีบดึงสติตัวเองกลับมาทันทีเมื่อนึกถึงกฎเหล็กในโลกใบใหม่นี้ "ถ้าอย่างนั้นคุณศิลาก็เรียกผมว่ารินเฉยๆ เถอะครับ" ศิลาพยักหน้ารับช้าๆ สายตาของเขาเหลือบไปมองหม้อดินเผาบนเตาฟืนที่มีควันลอยกรุ่นออกมา ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจของหัวไชเท้าตุ๋นซี่โครงหมูผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรลึกลับจากมิติสวนสวรรค์ที่รินรดาแอบใส่ลงไปเพื่อฟื้นฟูร่างกาย กลิ่นนี้มันเตะจมูกคนธาตุทรหดอย่างเขาเข้าอย่างจังจนท้องไส้เริ่มปั่นป่วน "กลิ่นอะไรครับเนี่ย..." ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมจ้องมองเจ้าของบ้านด้วยความประหลาดใจ "หอมจนผมแทบจะลืมไปเลยว่าตัวเองเพิ่งกินข้าวเที่ยงมาเมื่อกู้นี้" รินรดาหัวנסเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความมั่นใจในฝีมือปลายจวักของเชฟระดับท็อป "ซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้าสูตรพิเศษครับ พอดีผมเพิ่งทำเสร็จร้อนๆ ถ้าคุณศิลาไม่รังเกียจ... อยู่ทานด้วยกันก่อนไหมครับ ถือเป็นการตอบแทนที่ช่วยผมไล่แขกไม่ได้รับเชิญเมื่อครู่" รินรดากล่าวเชิญชวนอย่างมีมารยาท พร้อมกับเดินกลับเข้าครัวเพื่อตักอาหารใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีนวล ศิลายืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินตามเข้าไปในครัวเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านสวน ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะนั่งลงที่โต๊ะอาหารไม้เรียบง่าย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปึงปังอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นอีกครั้งที่หน้าบ้าน! รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ส่วนศิลาหรี่ตาลงคมกริบ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับก้าวออกไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีคุกคาม ทว่าเมื่อประตูเปิดออก... ภาพของชายสูงวัยในชุดสูทหรูหราที่ยืนอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำอีกสี่คน กลับทำให้ศิลาชะงักกึก สีหน้าของนายทหารหนุ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชาเยือกเย็นในทันที "แก... ไอ้ศิลา?" ชายสูงวัยผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจปนระอา ก่อนที่สายตาของเขาจะมองข้ามไหล่ของศิลาเข้าไปในบ้าน แล้วอุทานออกมาด้วยความตกใจยิ่งกว่า "รินรดา! ลูกอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย!" รินรดาก้าวตามออกมาสมทบ และเมื่อเธอเห็นใบหน้าของชายสูงวัยคนนั้นชัดเจน เลือดในกายเธอก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที รอยยิ้มสุภาพถูกแทนที่ด้วยแววตาแข็งกร้าว นั่นคือ "คุณsuthas" (สุทัศน์) พ่อบังเกิดเกล้าผู้ไม่เคยสนใจใยดีเธอ ทิ้งให้เธอเผชิญชะตากรรมถูกตระกูลสามีเก่าเอาเปรียบ และกำลังจะมาบังคับให้เธอเซ็นสัญญาขายที่ดินมรดกแปลงนี้เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้การพนันของน้องชายต่างแม่! ศิลาหันกลับมามองรินรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวขวางหน้าสุทัศน์เอาไว้ด้วยท่าทีคุกคามเต็มพิกัด น้ำเสียงเยือกเย็นหลุดออกจากปากชายหนุ่มราวกับคมมีด "ขอโทษด้วยนะครับคุณอา แต่ดูเหมือนว่า... คุณพ่อตาตัวปลอมอย่างคุณ จะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้แม้แต่ก้าวเดียวครับ" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%