เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 12

อาหารมื้อค่ำใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงก๊อกน้ำโลหะกระทบกับถังซิงค์ดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ความตึงเครียดในห้องอาหารระเหิดหายไป เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความนัย ผู้กองศิลาไม่ได้ชักปืนออกมาเพื่อก่อความรุนแรง หากแต่ดึงมันออกจากซองเพื่อปลดแมกกาซีนตรวจสอบความพร้อม ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้สักขัดมันด้วยความนุ่มนวล ทว่าแววตาของชายหนุ่มกลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกไหมพรม "แขกไม่ได้รับเชิญ... ดูเหมือนจะมาเร็วกว่าที่เราคำนวณไว้นะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยความดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้บุกรุกทุกเมื่อ รินรดาลดตะเกียบลงในชามกระเบื้องเคลือบอย่างใจเย็น ปลายเรียวลิ้นยังคงหลงเหลือรสสัมผัสกลมกล่อมของเนื้อตุ๋นยาจีนที่เธอเพิ่งเคี่ยวเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ นานกว่าสามชั่วโมง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย สะท้อนแสงไฟสีส้มอมเหลืองจากตะเกียงน้ำมันหอมระเหยที่วางอยู่มุมห้อง ตระกูลอดีตสามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อ รวมถึงญาติผู้พี่หน้าเลือดที่เคยมาอาละวาดหน้าแปลงผักเมื่อหลายวันก่อน คงคิดว่าความใจดีของเธอก่อนหน้านี้เป็นความอ่อนแอสินะครับ ถึงได้กล้าส่งคนมารบกวนเวลาอาหารค่ำอันแสนสงบเช่นนี้ "ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาเถอะครับ" รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ "ในเมื่ออุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงชายป่าลึกในยามวิกาลเช่นนี้ ถ้าไม่ต้อนรับให้สมเกียรติ เกรงว่าทางนั้นคงจะนอนไม่หลับไปอีกหลายคืน" ศิลามองภรรยา "สายสตรอง" ของตนด้วยความรู้สึกระคนทึ่งและเอ็นดู แววตาที่เคยมองกราดศัตรูในยามศึกสงครามแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกซึ้ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับไหล่กว้างเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ "ตามใจคุณครับ ที่เหลือ... ให้ผมจัดการเอง" แต่รินรดากลับส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกับดึงมือกลับไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกใหม่อย่างทะมัดทะแมง "ไม่ต้องหครับคุณผู้กอง มื้อนี้เรายังกินไม่ทันหมดคำดี อาหารในครัวยังมีเหลือเฟือ เผื่อแผ่ให้หมาป่าหิวโซพวกนั้นกินสักหน่อยคงไม่เสียหายอะไร... ไปกันเถอะครับ เราออกไปดูหน้า 'แขก' เหล่านี้กันดีกว่า" ก้าวแรกที่ทั้งสองเดินพ้นประตูเรือนไม้หลังน้อย กลิ่นอายความหนաբางของไอหมอกยามค่ำคืนก็ปะทะเข้ากับผิวกาย ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับถูกแผดเผาด้วยความคุกรุ่นของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ นั่นคือ "น้าคม" และ "สมชาย" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของสามีเก่า ร่างท้วมๆ ของสมชายกำลังยืนเท้าสะเอว ส่งเสียงโวยวายลั่นไร่ด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ด้านหลังมีลูกน้องอีกสาม-สี่คนถือท่อนไม้และไฟฉายส่องกราดไปทั่วแปลงผักสวรรค์ของรินรดา "เฮ้ย! นังตัวดี เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าหนีมาซุกหัวอยู่ที่นี่แล้วกูจะหาไม่เจอ!" สมชายตะโกนลั่น ตาพองโตด้วยความโลภเมื่อเห็นความเขียวขจีของแปลงผักที่เติบโตอย่างงดงามผิดธรรมชาติในยามค่ำคืน "รู้ไหมว่าผักพวกนี้ราคาเท่าไหร่ในตลาดมืด! ส่งสิทธิ์การครอบครองที่ดินกับสูตรปุ๋ยบ้าๆ นั่นมาให้หมด ไม่งั้นกูจะเผาแปลงผักของมึงให้ราบคาบ!" รินรดายืนกอดอกพิงเสารั้วด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังชมละครสัตว์ราคาถูก มุมปากระบายยิ้มบางเบาที่ชวนให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ "โอ้... มากันยามวิกาลแบบนี้ ไม่ทราบว่าไม่ได้กินข้าวเย็นมาจากบ้าน หรือว่าสมองส่วนความจำมีปัญหาจนลืมไปแล้วว่าที่นี่คือที่ดินของใครกันแน่ครับคุณสมชาย" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำเอาสมชายถึงกับชะงักไปชั่วขณะ เมื่อแสงไฟฉายส่องกระทบเข้าที่ใบหน้าของรินรดาและผู้กองศิลาที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง สมชายก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้จะพยายามทำใจดีสู้เสือ แต่เมื่อเห็นสายตาดุดันราวกับพยัคฆ์ของนายทหารหนุ่มที่แผ่รังสีอำมหิตออกมา สมชายก็เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "แก... ไอ้ทหารกระจอก! แกไม่มีสิทธิ์มาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ นี่มันเรื่องภายในครอบครัวของเรา!" สมชายแผดเสียงกลบเกลื่อนความกลัว ศิลาก้าวเท้าออกมาร1 ก้าว บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นดินดังสะท้อนกังวาน "ครอบครัวงั้นหรือครับ? คนที่บุกรุกยามวิกาล ทำลายทรัพย์สิน และข่มขู่เจ้าของบ้าน ในทางกฎหมายเขาไม่เรียกว่าญาติหรอกครับ... เขาเรียกว่า 'โจร'" คำว่าโจรหลุดออกมาจากปากนายทหารหนุ่มพร้อมกับเสียงปลดล็อกเซฟปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอว ทำให้ลูกน้องด้านหลังของสมชายถึงกับหน้าถอดสี ทิ้งท่อนไม้ในมือลงพื้นโดยอัตโนมัติ ทว่า รินรดากลับยกมือขึ้นห้ามสามีเบาๆ เธอก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้า ดวงตาคู่คมจ้องมองสมชายและน้าคมด้วยแววตาเย้ยหยัน "อยากได้สูตรปุ๋ยนักใช่ไหมครับ? อยากได้ผักราคาแพงพวกนี้ไปขายเพื่อล้างหนี้การพนันของพวกคุณสินะ" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "น่าเสียดายจริงๆ ที่ผักในสวนของผมไม่ได้มีไว้ให้หมาจรจัดกินฟรีๆ... แต่ถ้าพวกคุณอยากได้นัก ผมมี 'เมนูพิเศษ' ต้อนรับแขกที่เพิ่งปรุงเสร็จร้อนๆ มานำเสนอ" เธอกวักมือเรียกให้คนงานในไร่ (ที่แอบซุ่มดูสถานการณ์อยู่ไม่ไกล) ยกถาดไม้ขนาดใหญ่ออกมา บนถาดนั้นมีหม้อดินเผาขนาดเล็กส่งกลิ่นหอมหวลของเครื่องเทศและพริกไทยเสฉวนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นนั้นหอมยั่วน้ำลายจนสมชายที่กำลังโมโหถึงกับเผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ "นี่คือ 'ซุปสมุนไพรเผ็ดร้อนสูตรพิเศษ' ของผมครับ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม "กินเข้าไปแล้ว รับรองว่าจะช่วยขับพิษความโลภในตัวพวกคุณออกทางเหงื่อได้เป็นอย่างดี... สนใจจะลองชิมสักถ้วยก่อนกลับไหมครับ หรือจะให้ผมต้อนรับด้วยกระสุนปืนของคุณผู้กองก่อนดีล่ะ?" สมชายหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวผสมปนเปกัน เขายกมือชี้หน้าทหารสาวและรินรดาอย่างสั่นเทา "ม... มึงรอดตัวไปก่อนเถอะนังริน! เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่!" พูดจบทาสผู้ภักดีของความโลภก็รีบหันหลังกลับ วิ่งลนลานหายเข้าไปในความมืดของชายป่าโดยไม่ห่วงลูกสมุนที่ยังยืนงงอยู่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย ศิลามองตามหลังกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยรอยยิ้มจางๆ "คุณนี่นะ... ไล่คนแบบนุ่มนวลแต่เจ็บแสบชะมัด" "ก็บอกแล้วไงครับว่าผมเป็นคนใจดี" รินรดายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันกลับไปมองแปลงผักที่ยังคงงดงาม "จัดการพวกแมลงน่ารำคาญเสร็จแล้ว ได้เวลา1 กลับไปเคลียร์มื้อค่ำของเราต่อแล้วล่ะครับคุณผู้กอง อาหารกำลังอุ่นพอดีเลย" ทั้งสองเดินเคียงคู่กันกลับเข้าไปในเรือนไม้ แสงไฟสีส้มอุ่นๆ สาดส่องกระทบเงาทั้งคู่ทาบลงบนผนังไม้ ลมหนาวพัดผ่านยอดไม้เบาๆ ขับเน้นบรรยากาศยามค่ำคืนให้โรแมนติกและสงบสุขราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่เข and เธอ รินรดารินชาหอมกรุ่นใส่ถ้วยกระเบื้องยื่นให้สามี ก่อนที่เธอจะตักซุปตุ๋นยาจีนถ้วยเดิมที่ยังคงความร้อนระอุขึ้นมาซดเพื่อล้างปาก รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน ละมุนลิ้น ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดเมื่อครู่ให้มลายหายไปจนสิ้น ศิลานั่งมองภรรยาคนเก่งที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาดีที่ล้นปรี่ เขาเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบเพื่อคีบชิ้นเนื้อตุ๋นส่วนที่ดีที่สุดใส่ลงในชามของเธอ "ทานเยอะๆ ครับ คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหู รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทั้งสองส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ใจในความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางวิถีสโลว์ไลฟ์ที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความมั่นคง ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะยกถ้วยซุปขึ้นดื่มคำสุดท้าย สายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างนอกหน้าต่างกระจก เงาดำทะมึนร่างหนึ่งกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่ใต้ต้นไม้ยักษ์ริมแปลงผัก เงาร่างนั้นไม่ได้วิ่งหนีไปพร้อมกับสมชาย แต่กลับยืนจ้องมองเข้ามาในบ้านด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่สะท้อนกับแสงจันทร์ และในมือของเงาลึกลับนั้น... กำลังถือวัตถุบางอย่างที่ส่งประกายวาววับสะท้อนแสงไฟ! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%