"บอกฉันมาซิ... นายสมชายมันจ้างแกมาเท่าไหร่ ถึงได้กล้ามาเดินป้วนเปี้ยนทำลับๆ ล่อๆ อยู่ท้ายแปลงผักออร์แกनिकของฉันยามวิกาลแบบนี้"
เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว ดังขึ้นตัดความเงียบสงบยามราตรี รินรดายืนกอดอกพิงเสาเรือนด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบกวาดมองร่างของชายฉกรรจ์สวมหมวกไอ้โม่งที่ถูกจับกดลงกับพื้นดินแฉะด้วยฝีมือของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่
ผู้กองศิลาไม่ได้ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่แรงกดจากฝ่ามือหนาที่กดไหล่ของคนงานสวมรอยผู้นั้นไว้ แน่นหนาเสียจนอีกฝ่ายดิ้นไม่หลุด ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากผ้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและตื่นกลัว
เงาดำที่ยืนถือวัตถุวาววับใต้ต้นไม้ยักษ์เมื่อครู่ ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ "ประจักษ์" คนงานใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในแปลงผักได้ไม่ถึงสัปดาห์ และศิลาจับตามองพฤติกรรมแปลกๆ มาได้พักใหญ่แล้ว
"คะ... คุณริน ผมไม่ได้ทำอะไรนะ! ผมแค่อมทุกข์ นอนไม่หลับ เลยเดินมาสูดอากาศแถวนี้เฉยๆ ครับ!" ประจักษ์ละล่ำละลักแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือจนน่าสมเพช
รินรดาย่างสามขุมเข้าไปใกล้ ชายกระโปรงผ้าฝ้ายพลิ้วไหวตามแรงก้าวเดิน เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับคนงานจอมเจ้าเล่ห์ ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะเบาๆ ลงบนด้ามมีดทำครัวสแตนเลสสตีลเงาวับในมือ—วัตถุที่มันถือไว้เพื่อเตรียมทำลายล้างผลผลิตในมิติลับของเธอเมื่อครู่
"สูดอากาศ? สูดอากาศถึงขนาดต้องพก ‘น้ำกรดเจือจาง’ มาสาดใส่แปลงผักแปลงที่สาม ที่ฉันเพิ่งเร่งปุ๋ยพิเศษเมื่อวานนี้เลยอย่างนั้นหรือ ประจักษ์"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของคนงานหนุ่มก็สะดุ้งสุดตัว ความลับถูกเปิดโปงอย่างหมดเปลือก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว เขาไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะรู้ทัน และไม่คิดว่าสามีของเธอจะซุ่มรอจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้ว
"คุณศิลา... ปล่อยมันก่อนเถอะครับ ให้มันได้มีโอกาสพูดความจริงออกมาเองดีกว่า" รินรดาหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้สามีหนุ่ม แววตาคู่นั้นเปี่ยมด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว
ศิลายอมคลายมือออกอย่างว่าง่าย แต่สายตาดุดั่งพญาอินทรีย์ยังคงจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หากใครกล้าแตะต้องดวงใจของเขา มันผู้นั้นย่อมต้องชดใช้ด้วยความสาสม
ประจักษ์รีบคลานเข่าถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผวา ก่อนจะกราบกรานลงแทบเท้าของรินรดา "คุณริน... เมตตาผมด้วยเถอะครับ! น้าสมชายแกเป็นคนบังคับผม แกบอกว่าถ้าผมทำลายแปลงผักชุดนี้ไม่ได้ ครอบครัวผมที่ติดหนี้พนันแกอยู่จะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบ... ผมไม่ได้อยากทำเลยจริงๆ ครับ!"
รินรดาถอนหายใจเบาๆ เธอมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสมเพชและเวทนา แต่ในโลกของการทำธุรกิจและการปกป้องครอบครัว ความใจอ่อนคือจุดจบ
"ความน่าสงสารของแก ไม่ใช่เกราะคุ้มกันในการทำลายหยาดเหงื่อแรงงานของคนอื่นนะ ประจักษ์" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "พรุ่งนี้เช้า ฉันจะให้ผู้กองศิลาพาแกไปพบตำรวจ พร้อมกับหลักฐานกล้องวงจรปิดรอบแปลงผักที่เราเพิ่งติดเพิ่มเมื่อวาน... หนี้ที่แกติดสมชายเท่าไหร่ ฉันไม่รู้ แต่คดีบุกยามวิกาลและพยายามทำลายทรัพย์สิน ฉันเกรงว่าคงต้องให้กฎหมายเป็นผู้จัดาร"
"มะ... ไม่นะครับคุณริน! อย่าส่งผมให้ตำรวจเลย! ให้ผมทำอะไรก็ได้! ผมยอมเป็นทาสรับใช้คุณ...!"
"ลุกขึ้นแล้วไสหัวไปเก็บของซะ! ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเรียกตำรวจมาลากตัวแกไปตอนนี้เลย" ศิลาตวาดเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ แค่แรงกดดันระดับนายทหารเก่าก็ทำให้ประจักษ์รีบวิ่งหนีหายลับไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต
บรรยากาศรอบบริเวณกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ ศิลาขยับเข้าไปใกล้ภรรยาโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ "เหนื่อยไหมครับคนดี ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้ยังต้องมาจัดการเรื่องพวกนี้อีก"
รินรดาซบหน้าลงกับอกอุ่นของสามีสูดกลิ่นกายคุ้นเคยเพื่อคลายความตึงเครียด "ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... เอ้ย ไม่เหนื่อยหรอกครับคุณศิลา แค่คิดว่าพรุ่งนี้เราจะได้จัดการถอนรากถอนโคนพวกเหลือบไรอย่างสมชายให้หมดสิ้นไปจากสารระบบเสียที ฉัน... ผมก็มีแรงฮึดสู้แล้วล่ะครับ"
ศิลายิ้มเอ็นดูให้กับความเผลอตัวใช้สรรพนามเดิมของภรรยา เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอบอุ่น "ครับ... พรุ่งนี้เช้า ผมจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับตาแก่สมชายและพวกพ้องให้คุณเอง รับรองว่าจะไม่มีใครกล้ามาเหยียบไร่ของเราอีก"
รินรดาพยักหน้ารับ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เมื่อเธอนึกถึงแผนการเด็ดในหัว "ไหนๆ คืนนี้ก็ตื่นกันหมดแล้ว แถมอากาศก็กำลังเย็นสบาย... คุณว่า เราไปทำอะไรกินแก้เครียดกันดีไหมครับ?"
"หืม? ดึกป่านนี้แล้วเนี่ยนะ จะทำอะไรกินกันล่ะครับยอดดวงใจ" ศิลาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
"ตามมาสิครับ... ผมจะทำให้ชิม รับรองว่าคุณทานแล้วจะต้องลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่นี้ไปจนหมดสิ้นเลยล่ะ"
รินรดากระตุกชายเสื้อสามีให้เดินตามไปยังห้องครัวสะอาดสะอ้าน แสงไฟสีนวลส่องกระทบเคาน์เตอร์ไม้ขัดเงา รินรดาหยิบวัตถุดิบชั้นดีที่เพิ่งเก็บสดๆ จากมิติลับออกมาวางเรียงราย—แป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียด ไข่ไก่สดจากแปลงออร์แกนิก เนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงาม และต้นหอมเขียวขจีที่ยังคงหยาดน้ำค้างติดอยู่บนใบ
เธอจัดการนวดแป้งด้วยความคล่องแคล่ว ท่วงท่าการทำอาหารของเธอนั้นงดงามราวกับร่ายรำ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวทิ้งไว้เริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านพักกลางไร่ ตามด้วยเสียงฉ่าของเนื้อหมูสามชั้นในกระทะเหล็กที่กระทบกับซอสสูตรพิเศษ
ไม่นานนัก เมนูเด็ดรอบดึกอย่าง **"เกี๊ยวซ่าแป้งกรอบนอกนุ่มใน ไส้หมูคุโรบูตะเห็ดหอมสวรรค์"** พร้อมน้ำจิ้มสูตรลับรสชาติจัดจ้านสะใจ ก็ถูกจัดเสิร์ฟร้อนๆ ลงบนจานเซรามิกเคลือบเงา ควันร้อนๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่เตะจมูกจนท้องไส้ปั่นป่วน
ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมนี้ช่างมีอานุภาพรุนแรงเสียจนความเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
"ทานตอนร้อนๆ นะครับคุณศิลา ระวังลวกปากด้วยล่ะ" รินรดายื่นตะเกียบให้สามีพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ
ศิลาคีบเกี๊ยวซ่าชิ้นโตเข้าปาก แป้งด้านล่างกรอบกำลังดีตัดกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของไส้หมูและเห็ดหอมในมิติลับ รสชาติกลมกล่อมเผ็ดร้อนปลายลิ้นนิดๆ ทำเอาความอร่อยระเบิดขึ้นในความรู้สึก จนเขาต้องอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
"อร่อยมาก... อร่อยจนแทบจะหยุดกินไม่ได้เลยครับที่รัก" ศิลาชมจากใจจริง
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารยามดึกท่ามกลางความเงียบสงบของไร่ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าบ้านดังขึ้น "ปัง! ปัง! ปัง!" อย่างรุนแรงและเร่งรีบ!
รินรดาชะงักมือที่กำลังจะหยิบเกี๊ยวชิ้นถัดไป ศิลาวางตะเกียบลงทันที แววตาเปลี่ยนเป็นคมกราบตื่นตัวพร้อมสู้
ประตูกระจกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของ "ผู้ใหญ่บ้าน" ที่มีสีหน้าตื่นตระหนกเหงื่อท่วมกาย วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับตะโกนเสียงหลงด้วยความตกใจสุดขีด
"คุณศิลา! คุณริน!แย่แล้วครับ! ที่... ที่แปลงผักทางทิศเหนือ... ตอนนี้จู่ๆ ก็มีลำแสงประหลาดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับ...!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ
เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 13
ใครจะกล้าลองดี
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!