"คุณศิลา! คุณริน! แย่แล้วครับ! ที่... ที่แปลงผักทางทิศเหนือ... ตอนนี้จู่ๆ ก็มีลำแสงประหลาดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับ...!"
เสียงตะโกนแหบแห้งของคนงานหนุ่มประจำไร่ดังลั่นทะลุประตูไม้สักเข้ามา ขัดจังหวะการเตรียมวัตถุดิบอันเข้มข้นในห้องครัวของรินรดาได้อย่างชะงัด หญิงสาวชะينมือที่กำลังหั่นหมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊วสีอำพัน ดวงตากลมโตฉายแววระมัดระวังขึ้นมาทันที มิติลับในตัวสั่นไหวเบาๆ ราวกับจะเตือนภัยบางอย่าง
ผู้กองศิลาที่ยืนเช็ดทำความสะอาดมีดปอกผลไม้เนื้อดีอยู่ข้างๆ วางผ้าในมือลงบนโต๊ะไม้เสียงดังทึบ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชื้อพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมชายชาตรีขยับกายบังร่างบางของภรรยาไว้โดยสัญชาตญาณ
"ใจเย็นๆ ตาชิต ตั้งสติแล้วหายใจเข้าลึกๆ เกิดอะไรขึ้นที่แปลงผักทิศเหนือ?" ผู้กองศิลาเอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ แต่นิ่งสงบพอที่จะสยบความตื่นตระหนกของเด็กหนุ่มได้
"คือ... คือว่าผักคะน้ากับกวางตุ้งในแปลงนั้น มัน... มันโตพรวดพรางขึ้นมาต่อหน้าต่อตาผมเลยครับคุณศิลา! จากต้นเท่ากำปั้น จู่ๆ ก็พุ่งสูงท่วมหัว แถมใบยังมีออร่าเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ ลอยละล่องออกมาด้วย ชาวบ้านที่เดินผ่านแถวนั้นเห็นเข้าต่างก็พากันฮือฮา บางคนคุกเข่ากราบไหว้บอกว่าเป็นปาฏิหาริย์เจ้าแม่... ตอนนี้คนเริ่มแห่กันไปมุงดูเต็มแปลงแล้วครับ!"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อย นางรู้ดีว่านี่คือผลพวงจากการที่นางแอบปล่อยพลังปราณจากมิติลับลงไปบำรุงดินเมื่อคืนก่อน เพื่อเตรียมวัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับเมนูเด็ดที่จะใช้เปิดตัวร้านอาหารเล็กๆ ในสัปดาห์นี้ แต่ไม่คิดว่าผลลัพธ์จะรุนแรงและรวดเร็วเกินคาดจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเช่นนี้
"ไม่ต้องตื่นตระหนกไปครับคุณศิลา รินจัดการเอง" หญิงสาววางมีดลง ล้างมือด้วยความรวดเร็ว แววตาของเชฟสาวสายสตรองไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและประกายแห่งความตื่นเต้น "ในเมื่อสวรรค์ช่วยเปิดทางโปรโมทให้ถึงที่ มีหรือที่เราจะปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป... ร้านอาหารของเรากำลังต้องการชื่อเสียงพอดีไม่ใช่หรือครับ?"
ผู้กองศิลามองรอยยิ้มมั่นใจของภรรยาแล้วมุมปากหยักก็ยกขึ้นเล็กน้อย ความกังวลเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เขารู้จักภรรยาคนนี้ดี นางไม่เคยทำอะไรโดยปราศจากแผนการ "ถ้าคุณรินว่าอย่างนั้น ผมจะออกไปเคลียร์ทางข้างนอกให้ อย่าให้ใครมารบกวนแปลงผักศักดิ์สิทธิ์ของคุณก็พอ"
เมื่อสองสามีภรรยาเดินมาถึงแปลงผักทิศเหนือ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือฝูงชนชาวบ้านนับสิบชีวิตกำลังยืนอ้าปากค้าง บางคนยกมือไหว้ท่วมหัว บ้างก็ถ่ายรูปส่งต่อกันในโซเชียลท้องถิ่นอย่างบ้าคลั่ง ความมหัศจรรย์ของพืชผลที่เติบโตข้ามคืนจนใบเขียวขจีเปล่งประกายประกบกับกลิ่นหอมกรุ่นของดินและธรรมชาติที่ลอยอวลไปทั่วบริเวณ ทำให้ใครต่อใครต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึก
รินรดาไม่รอช้า นางก้าวออกไปเบื้องหน้าด้วยท่าทีสง่างาม น้ำเสียงกังวานใสกังวานก้องไปทั่วบริเวณ
"สวัสดีค่ะ... เอ๊ย สวัสดีครับทุกท่าน! ไม่ต้องตกใจไปครับ นี่ไม่ใช่ปาฏิหาริย์จากเจ้าแม่ที่ไหน แต่เป็นผลผลิตจาก 'สวนสวรรค์ฟาร์ม' ของเราเองครับ! ด้วยความพิถีพิถันในการบำรุงดินสูตรพิเศษ และความใส่ใจในทุกขั้นตอน ทำให้ผักของเราอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและความสดใหม่ระดับพรีเมียม!"
คำกล่าวอ้างอย่างมั่นใจทำให้ชาวบ้านหันมามองเป็นตาเดียว หนึ่งในนั้นคือ "ป้าชื่น" แม่ค้าปากตลาดจอมจุ้นผู้เคยมาหาเรื่องรินรดาในตลาดสดเมื่อสัปดาห์ก่อน นางเบะปากด้วยความหมั่นไส้ทันที
"โม้หรือเปล่าแม่ริน! ผักอะไรจะโตเร่งด่วนขนาดนี้ หรือว่าพวกเธอแอบใช้สารเคมีอันตรายอะไรเร่งโตหลอกชาวบ้านแถวนี้กันแน่!" ป้าชื่นเอ่ยเสียงดังหวังดิสเครดิตท่ามกลางฝูงชน
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่รินรดาเพื่อรอฟังคำตอบ ผู้กองศิลาก้าวเท้าขึ้นมาหนึ่งก้าวเตรียมจะจัดการกับคนปากเสีย แต่มือเรียวบางของรินรดากลับยกขึ้นห้ามไว้เสียก่อน นางส่งยิ้มหวานหยดแต่แฝงด้วยความเฉียบคมชนิดที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ
"ถ้าป้าชื่นไม่เชื่อ... เชิญพิสูจน์ด้วยตาตัวเองได้เลยครับ!" รินรดาหันไปหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้คมกริบ ตัดต้นคะน้าอวบอ้ำต้นใหญ่ออกมาสดๆ กลิ่นหอมหวานของผักสดพุ่งทะลักออกมาเตะจมูกทุกคนจนต้องสูดปาก "นอกจากจะสดกรอบแล้ว วันนี้ที่ 'ร้านอาหารบ้านสวน' ของเรา กำลังจะเปิดให้บริการเมนูพิเศษ 'คะน้าฮ่องกงผัดหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' ที่ใช้ผักล็อตแรกนี้ในการรังสรรค์ ใครที่อยากรู้ว่ารสชาติจะสวรรค์สมชื่อผักแปลงนี้แค่ไหน เชิญจองโต๊ะรอบแรกได้เลยครับ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า มีจำกัดแค่สิบที่นั่งเท่านั้น!"
สิ้นคำประกาศ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและซีอิ๊วที่รินรดาเคี่ยวทิ้งไว้ในครัวก่อนหน้านี้ ก็พลันลอยตามลมมาผสมโรงกับกลิ่นหอมของผักสดพรีเมียม จนผู้คนในรัศมีร้อยเมตรต่างน้ำลายสอขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ป้าชื่นที่ตั้งท่าจะต่อว่าเมื่อครู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ยอดขายจองโต๊ะทะลักเข้ามาอย่างถล่มทลายในเวลาไม่ถึงห้านาที ชื่อเสียงของร้านอาหารเล็กๆ ขจรขจายไปทั่วตำบลอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง รินรดาแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นยอดเงินในระบบมิติลับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
ทว่า... ในขณะที่ความสำเร็จกำลังโรยราอยู่เบื้องหน้า ผู้กองศิลากลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ชายป่าท้ายไร่...
เงาดำทะมึนของชายแปลกหน้าสามคนในชุดสูทสีดำสนิท กำลังยืนจ้องมองมาที่แปลงผักเรืองแสงด้วยสายตาโลภ
และหนึ่งในนั้น... คือทายาทตระกูลใหญ่ผู้เคยพ่ายแพ้การประมูลที่ดินให้แก่ผู้กองศิลาเมื่อหลายเดือนก่อน!
"ริน..." ผู้กองศิลาคว้าแขนภรรยาไว้เบาๆ สายตาคมกริบมองตรงไปยังชายชุดดำกลุ่มนั้น "ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้ดึงดูดแค่ลูกค้าธรรมดาเข้าสวนเสียแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีสโลว์ไลฟ์สายสตรองนี้ไปด้วยกันนะครับ
เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 14
ชื่อเสียงที่เริ่มขจรขจาย
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!