เสียงปึกหนักหน่วงจากการทุบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้านไปทั่วห้องครัวกว้างของเรือนพัก
"รินรดา! ฉันถามว่าทำไมผักคะน้าแปลงหลังบ้านเธอถึงได้โตไวและกรอบอร่อยจนภัตตาคารในอำเภอเขาแย่งกันซื้อขนาดนั้น! เธอแอบซุกซ่อนปุ๋ยเคมีเถื่อนอะไรไว้ หะ!"
ป้าเพ็ญศรี สมาชิกในตระกูลฝั่งสามีผู้จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกปะปนกับกลิ่นอายความโลภ ดวงตาของนางกวาดมองไปทั่วเคาน์เตอร์ครัวที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ ผิดวิสัยพืชผลตามฤดูกาลทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
รินรดายังคงนิ่งสงบ มือเรียวสวยที่เพิ่งบรรจงแล่เนื้อปลาช่อนตัวโตด้วยมีดสเตนเลสคมกริบชะงักลงเพียงชั่วเสี้ยววินาที นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่เพียงแค่เงยขึ้นสบตาผู้เป็นป้าสามีด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่บินวนไปมาอย่างไร้พิษสง
"ถ้าป้าเพ็ญศรีมีเวลาว่างมาเดินตรวจแปลงผักของชาวบ้านเขาแบบนี้ สู้เอาเวลาไปจัดการหนี้สินที่ไปกู้ยืมสหกรณ์ตำบลมาค้ำประกันแล้วทำท่าจะเบี้ยวไม่จ่ายจะดีกว่าไหมครับ... เอ๊ย หมายถึง ดีกว่าไหมคะ... เอ่อ ขออภัยครับ ติดปากไปหน่อย" รินรดาแกล้งทำเป็นพูดผิดเพื่อความสะใจ แต่สายตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่านางไม่อ่อนข้อให้อีกต่อไป
"เธอนี่มันปากดีขึ้นทุกวันนะนังริน! แกคิดว่าแต่งงานกับไอ้ศิลาไอ้ทหารปลดประจำการจนๆ แล้วจะปีนขึ้นมาขี่คอพวกฉันได้เรอะ!" ป้าเพ็ญศรีกัดฟันกรอด ยื่นมือเหี่ยวย่นหมายจะคว้าตะกร้าหวายใบโตที่วางอยู่มุมโต๊ะ ซึ่งด้านในอัดแน่นไปด้วยสมุนไพรหายากและหัวมันฝรั่งมิติลับที่รินรดาเพิ่งแอบหยิบออกมาจากมิติพิเศษเมื่อครู่
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของนางจะทันได้สัมผัสตัวตะกร้า ฝ่ามือหนาใหญ่ราวคีมเหล็กของใครบางคนก็คว้าจับข้อมือของป้าเพ็ญศรีไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นกระดูกหัก แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้คนสูงวัยต้องร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"บ้านหลังนี้... ผมเป็นคนสร้างด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของผมเองครับ ป้าไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องข้าวของของภรรยาผม"
ผู้กองศิลาก้าวเท้าเข้ามาจากประตูหลังบ้าน สีหน้าของนายทหารหนุ่มเข้มขรึม ดวงตาคมกริบดุดันราวกับพญาอินทรีที่ปกป้องรัง รังสีอำมหิตที่สั่งสมมาจากการผ่านสนามรบถูกปลดปล่อยออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่ซ้ำสอง ทำให้ป้าเพ็ญศรีถึงกับถอยกรูดไปสามก้าว ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
"แก... แกกล้าใช้กำลังกับผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลเรอะไอ้ศิลา!" ป้าเพ็ญศรีแผดเสียงกลบเกลื่อนความกลัว ชี้หน้าด่ากราด "แกกับเมียนี่มันมีความลับอะไรต่อกันแน่! ฉันแอบเห็นนะ... เมื่อคืนตอนเที่ยงคืน รินรดามันเดินหายเข้าไปในโรงเรือนร้างหลังไร่โดยไม่มีไฟฉายสักดวง แต่มันกลับถือกระสอบปุ๋ยทองคำเดินออกมา... ผักพวกนั้นไม่ใช่ผักธรรมดา แกสองคนกำลังลักลอบปลูกของผิดกฎหมายใช่ไหม!"
บรรยากาศภายในห้องครัวพลันเงียบกริบลงทันที คำพูดของป้าเพ็ญศรีราวกับหินก้อนใหญ่ที่ถูกโยนลงกลางผิวน้ำนิ่งสนิท ทำให้รินรดาต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ ความลับเรื่อง "มิติลับสวนสวรรค์" ที่นางใช้ชีวิตและสร้างความมั่งคั่ง เกือบจะถูกกระชากหน้ากากออกมาต่อหน้าคนปากหอยปากปูคนนี้เสียแล้ว
ศิลาหันมามองภรรยาแวบหนึ่ง สายตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความสงสัย มีเพียงความเชื่อใจและพร้อมจะปกป้องภรรยาจนถึงที่สุด ชายหนุ่มขยับตัวบังร่างบางของรินรดาไว้มิดชิด ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับป้าเพ็ญศรีตรงๆ
"ถ้าป้ายังมีหลักฐานแค่การจินตนาการไปเอง ระวังข้อหาหมิ่นประมาทและการบุกรุกยามวิกาลจะทำให้ป้าต้องไปนอนคุยกับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แทนที่จะได้มาเดินเพ่นพ่านแถวนี้... เชิญครับ!" ศิลาผายมือไปทางประตู น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาดราวกับคำสั่งทหาร
ป้าเพ็ญศรีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้นเคือง นางถลึงตาใส่ทั้งสองคนอย่างอาฆาตมาดร้าย "พวกแกสองผัวเมียจำไว้ให้ดีเถอะ! ความลับไม่มีในโลก วันหนึ่งฉันจะขุดคุ้ยให้ถึงก้นบึงเลยว่าพวกแกซ่อนอะไรไว้หลังไร่นั่น!" ว่าแล้วนางก็สะบัดก้นเดินกระแทកเท้าออกไปจากบ้านอย่างหัวเสีย
เสียงประตูไม้ปิดกระแทกตามหลังดังสนั่น ทิ้งให้ภายในห้องครัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับยังคงหลงเหลือความตึงเครียดจางๆ รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความโล่งอก มือบางยกขึ้นลูบหน้าอกเบื้องซ้ายที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
"เกือบไปแล้ว..." รินรดากระซิบเสียงเบา ดวงตาคู่สวยมองสามีหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า "ถ้าป้าเพ็ญศรีบุกเข้าไปถึงโรงเรือนตอนนั้นจริงๆ ความลับเรื่องมิติ... พี่ศิลาคงคิดว่าฉันเป็นปีศาจจำแลงมาแน่ๆ ครับ"
ศิลาเดินเข้าไปใกล้ นั่งยองๆ ลงตรงหน้าภรรรยา มือหนาอบอุ่นเอื้อมไปกุมมือเรียวที่ยังคงเย็นเฉียบขึ้นมาลูบเบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่ผ่านแดดฝนมาจนดูมีเสน่ห์
"ต่อให้รินจะเป็นปีศาจจำแลงมาจากขุมนรกไหน... พี่ก็รักและพร้อมจะปกป้องรินเหมือนเดิมครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกจริงจัง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของภรรยาคนสวยเต็มดวง "อีกอย่าง... ความลับของริน คือความลับของเราสองคน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาพรากมันไปจากเราได้"
รินรดายิ้มออกมาได้ นัยน์ตาพราวระยับด้วยความซาบซึ้งใจ นางโน้มตัวลงไปหอมแก้มสากของสามีหนุ่มฟอดใหญ่ เป็นการขอบคุณในความหนักแน่นและมั่นคงของเขา ทว่าในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะผละออกจากกัน เสียงเคาะประตูกระจกหน้าต่างด้านหลังบ้านก็ดังขึ้น "ก๊อก ก๊อก ก๊อก" สJวนสว่างนวลตา
ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งถือซองเอกสารสีน้ำตาลสนิม ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตาคมก్రిบกลับจดจ้องตรงมาที่รินรดา ราวกับกำลังรอคอยการปรากฏตัวของเหยื่อ
"สวัสดีครับ คุณรินรดา... ผมได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบ 'แหล่งที่มา' ของพืชผลแปลกปลอม ที่คุณนำไปส่งขายให้ตลาดมืดเมื่อวานนี้... ดูเหมือนว่า ทางการเกษตรเขตกำลังสนใจ 'สูตรลับ' ที่คุณห้ามเปิดเผยนี้มากเป็นพิเศษเสียด้วยสิครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสความฟิน และสนุกไปกับวิถีสโลว์ไลฟ์สายสตรองนี้ด้วยกันนะครับ!
เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 20
สูตรลับที่ห้ามเปิดเผย
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!