เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน•ตอนที่ 21

ป้าสะใภ้เล่นสกปรก

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายตัวเล็กๆ ดังคลอเคลียมากับกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มปลาเก๋าร้อนๆ แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในเรือนไม้สักทองกลับอึมครึมจนน่าประหลาด ผู้กองศิลากวาดสายตาคมกริบมองคราบสีขาวขุ่นที่ติดอยู่บริเวณพื้นรองเท้าบูတ်ยางของตัวเอง ซึ่งเพิ่งเดินไปตรวจแปลงผักออร์แกนิกหลังบ้านเมื่อครู่ "กลิ่นสารเคมีรุนแรงมากครับคุณริน...ไม่ใช่ปุ๋ยหมักที่เราใช้แน่นอน" ศิลาวางตะเกียบลงอย่างเบามือ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ รินรดาที่กำลังงละมุนอยู่กับการตักน้ำซุปใส่ชามชะงักมือเล็กน้อย เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะบางๆ ไร้ซึ่งความตกใจแม้แต่น้อย ราวกับคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง "ปล่อยให้หมามันเห่าไปก่อนเถอะค่ะ...เอ๊ย! ผมหมายถึง ปล่อยให้คนร้อนตัวเขาดิ้นรนไปเถอะครับ" รินรดารีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เก้อเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงติดปาก เกือบไปแล้วเชียว...ถ้าเผลอหลุดคำว่า 'ค่ะ' ออกไปคงเสียฟอร์มเชฟสาวสายสตรองแย่ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วปรับโทนเสียงให้เป็นปกติ "ป้าสะใภ้คงทนเห็นแปลง 'ราชินีผักกาด' ของเราโตวันโตคืนไม่ไหว อยากจะลองฝիมือการทำลายล้างดูสักตั้ง สินค้าล็อตพรีเมียมที่จะส่งให้ภัตตาคารในเมืองหลวงสัปดาห์หน้า กำลังจะสร้างรายได้หลักแสน...มีคนเขาคันไม้คันมือจนทนไม่ไหวแล้วล่ะครับ" คำว่า 'หลักแสน' ทำให้แววตาของศิลาฉายประกายความเอ็นดูระคนขบขัน สามีหนุ่มผู้ยอมทิ้งยศนายทหารมาเป็นกรรมกรไร่เคียงข้างภรรยา ขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือหนาไปกุมมือเรียวบางที่เปื้อนกลิ่นไอดินเบาๆ "คุณรินวางใจเถอะครับ เรื่องแปลงผักผมจัดการวางระบบเซ็นเซอร์และกล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์ไว้หมดแล้ว ใครทำอะไรย่อมได้ผลกรรมแบบนั้น...แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องสนใจคือเมนูกลบเกลื่อนความหงุดหงิดเช้านี้ต่างหากครับ" รินรดาหันขวับ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับเมื่อนึกถึงวัตถุดิบชั้นเลิศที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาจาก 'มิติลับ' สวนสวรรค์ในห้วงจิตสำนึก ผักกาดขาวมินิสายพันธุ์พิเศษที่กรอบ หวาน และฉ่ำน้ำโดยไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ ประกอบกับเนื้อปลาเก๋าแล่บางเฉียบที่สดจนหวานลิ้น "ถ้าอย่างนั้น...เช้าวันนี้เรามาทำ 'ข้าวต้มปลาเก๋าหม้อดินซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน' กันดีกว่าครับ เพื่อสุขภาพที่ดี และตบหน้าคนบางคนที่กำลังคิดร้ายด้วยกลิ่นหอมยวนใจจนนอนไม่หลับ!" หญิงสาวลงมือปรุงอาหารด้วยความคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ มีสามีหนุ่มคอยเป็นลูกมือส่งวัตถุดิบและก่อไฟให้อย่างรู้ใจ เสียงฉ่าของกระเทียมเจียวในน้ำมันหมูร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วรั้วบ้าน ลอยละล่องข้ามรั้วไม้ไผ่ไปยังบ้านของป้าสะใภ้ที่ตั้งอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก ในขณะเดียวกัน ที่แปลงผักสวรรค์หลังบ้าน ร่างท้วมของนางสำรวย ป้าสะใภ้ผู้โลภมาก กำลังย่องเบาถือถังพ่นสารเคมีกำจัดวัชพืชชนิดแรงเดินลัดเลาะมาตามแนวพุ่มไม้ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม นางคิดว่าไม่มีใครเห็น เพราะสามีและลูกชายของรินรดาน่าจะวุ่นอยู่กับงานในครัว "นังเด็กนี่มันดวงแข็งนัก! ปลูกอะไรก็งามวันงามคืน ขายดิบขายดีจนชาวบ้านเขาพากันนินทاความรวยของมัน มึงอยากรวยนักใช่ไหม...กูจะทำลายให้เกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่ราก!" นางสำรวยพึมพำด้วยความริษยา มือหยาบกร้านกำลังจะเหนี่ยวไกพ่นสารเคมีลงบนแปลงผักกาดขาวราคาแพงลิบลิ่ว *แกร๊ก!* เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ที่สว่างจ้าขึ้นอัตโนมัติ ส่องตรงมาที่ร่างของนางสำรวยราวกับฉากในละครเวที "ป้ากำลังทำอะไรอยู่หรือครับ?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของร้อยเอกศิลาเอ่ยขึ้นอย่างเย็นเยียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำและกางเกงคาร์โก้ก้าวออกมาจากเงาไม้ ดวงตาคมกริบจ้องมองถังสารเคมีในมือของหญิงสูงอายุด้วยแววตาที่กดดันจนอีกฝ่ายเข่าแทบทรุด นางสำรวยสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือกด้วยความตกใจ สารเคมีในมือเกือบหลุดร่วง "เอ่อ...ฉัน...ฉันแค่มารดน้ำให้ต่างหากเล่า! หลานเขย...แกเข้าใจผิดแล้ว!" "น้ำที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงขนาดนี้...เกรงว่าแปลงผักของผมคงไม่ต้องการหรอกครับป้า" รินรดาเดินตามออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหวานช่างเยียบเย็นจนน่ากลัว ในมือของเธอถือโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอกำลังเล่นวิดีโอวงจรปิดความคมชัดสูง บันทึกภาพทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่ตอนที่นางสำรวยปีนรั้วเข้ามา "ภาพชัด เสียงชัด แถมเซนเซอร์ยังส่งข้อมูลตรงไปที่ผู้ใหญ่บ้านและตำรวจประจำตำบลเรียบร้อยแล้วด้วยนะครับ...ป้าคิดว่าค่าเสียหายแปลงผักล็อตนี้มูลค่าเท่าไหร่ดีล่ะครับ?" ร่างของนางสำรวยสั่นเทาด้วยความกลัวและความโกรธแค้นผสมปนเปกัน หน้าตาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด นางอ้าปากเตรียมจะแผดเสียงโวยวายด่าทอตามนิสัยเดิม ทว่า... ก่อนที่เสียงแหลมๆ จะได้หลุดรอดออกมาจากลำคอ เสียงรถกระบะสีดำคันคุ้นเคยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ใหญ่บ้านก็แล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชาวบ้านหลายคนที่เริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความอยากรู้อยากเห็นจากกลิ่นอาหารหอมๆ และเหตุการณ์ชุลมุนยามเช้า ศิลาขยับเข้าไปโอบเอวบางของภรรยาไว้หลวมๆ สายตาทั้งคู่มองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความมั่น and นิ่งสงบ ทว่าในวินาทีที่ทุกคนกำลังพุ่งความสนใจไปที่นางสำรวยซึ่งกำลังจะล้มละลายคาแปลงผักนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* พร้อมกับร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลราคาแพงระยับ ผู้ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารสัญญาซื้อขายมูลค่าเจ็ดหลักในมือ และรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้รินรดาต้องขมวดคิ้วมุ่นทันที! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสความฟิน และสนุกไปกับวิถีสโลว์ไลฟ์สายสตรองนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวสายสตรองกับนายทหารที่คลั่งรักการทำสวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%