"หน้าจอมันฟ้องอยู่คาตาแบบนี้ นายยังจะมีหน้ามาบอกว่าฉันคิดมากไปอีกเหรอ เรย์!"
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ดังสนั่น หางเสียงของคีย์สั่นระริกด้วยความโกรธ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องเขมรงไปยังร่างโปร่งของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องกำลังฉายกราฟแสดงอัตราการดาวน์โหลดโค้ดลับของโปรเจกต์ใหม่ ที่พุ่งทะยานออกไปยังไอพีแอดเดรสปริศนาภายนอกบริษัทอย่างไร้ร่องรอย
เรย์ยักไหล่ช้าๆ รอยยิ้มกวนประสาทที่มักจะประดับบนริมฝีปากถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉย แววตาคมกริบฉายแววเคร่งเครียดไม่แพ้กัน เพียงแต่เขาเลือกที่จะแสดงออกด้วยความนิ่งเพื่อคานอำนาจความหัวร้อนของอีกฝ่าย
"เลิกโวยวายแล้วใช้สมองคิดหน่อยสิครับคุณโปรแกรมเมอร์มือหนึ่ง โค้ดชุดนั้นถูกเข้ารหัสสามชั้น นายเป็นคนล็อกกุญแจดอกสุดท้ายด้วยซ้ำ ถ้าข้อมูลมันรั่วไหลออกไปได้โดยที่ระบบเซฟตี้ของนายไม่ส่งสัญญาณเตือนภัย... มันก็มีอยู่แค่สองความเป็นไปได้เท่านั้น" เรย์เว้นจังหวะ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบ "หนึ่งคือระบบของนายมีช่องโหว่ที่นายมองข้ามเอง... และสอง คือมีคนในส่งคีย์การ์ดเปิดประตูหลังให้พวกมัน"
คีย์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนใบหน้าแทบจะชิดกับคนตรงข้าม ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้แรงกดดันพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยปะทะนาងประสาท ยิ่งทำให้สติที่กระเจิดกระเจิงของคีย์กลับมาโฟกัสที่คนตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้
"นายกำลังจะหาว่าฉันขายความลับบริษัทงั้นเหรอ เรย์!"
"ผมยังไม่ได้พูดคำนั้นเลยสักคำ... แต่ถ้าหน้าร้อนจนสติหลุดขนาดนี้ นายอาจจะต้องลองทบทวนดูใหม่นะว่าความเชื่อใจที่นายเที่ยวเอาไปแจกคนอื่น มันถูกที่ถูกทางหรือเปล่า" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "กวินมันไม่ได้โง่พอที่จะเจาะเข้ามาในระบบเราได้เองอย่างไร้ร่องรอย ถ้าไม่มีใครสักคนในทีมเราคอยป้อนพาสเวิร์ดระดับแอดมินให้"
ชื่อของ 'กวิน' หลุดออกมาจากปากของเรย์ ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวทันที กวิน คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบโปรเจกต์นี้มานาน และยังเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานที่มีปมบาดหมางฝังใจกับคีย์ การที่ข้อมูลรั่วไหลออกไปในจังหวะนี้ เท่ากับเป็นการตบหน้าทีมโปรดักชั่นฉาดใหญ่ และทำลายความน่าเชื่อถือของคีย์จนป่นปี้
คีย์สูดหายใจเข้าลึกระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน เขารู้ดีว่าเรย์ไม่ได้กล่าวหาเขาอย่างไร้เหตุผล แต่ความจริงที่ว่าระบบที่เขาทุ่มเทเขียนด้วยหยาดเหงื่อถูกเจาะทะลวง มันทำให้ความมั่นใจในฐานะโปรแกรมเมอร์ของเขาพังทลายลงในพริบตา มือเรียวที่กำหมัดแน่นสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะถูกมืออุ่นของอีกฝ่ายคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ
ความร้อนจากฝ่ามือของเรย์ส่งผ่านผิวเนื้อเข้ามา ทำให้คีย์ชะงัก ดวงตากลมโตตวัดมองเจ้าของมือหนาที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังไร้คราบความกวนประสาทโดยสิ้นเชิง
"เชื่อใจผมไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างจริงจัง แววตาคมกริบที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงใจจนคีย์เผลอกลั้นหายใจ
"ฉัน..." คีย์อ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด ความหวาดระแวงที่ฝังรากลึกในใจจากอดีตคอยกระซิบเตือนภัย แต่สัมผัสอุ่นๆ ที่ข้อมือกลับคอยดึงรั้งเขาไว้ไม่ให้ถอยห่าง
"เราไม่มีเวลามานั่งทะเลาะกันเพื่อหาว่าใครเป็นคนผิดหรอกนะครับคีย์" เรย์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนคีย์สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดปลายจมูก "ถ้าอยากพิสูจน์ว่านายบริสุทธิ์ และอยากลากคอไอ้หนอนบ่อนไส้ที่มันกล้ามาเล่นลับหลังเราออกมา... นายต้องร่วมมือกับผม"
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุม ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและซับซ้อนยิ่งกว่า คีย์เม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนพยักหน้าช้าๆ อย่างจำยอม
"ตกลง... เราจะเริ่มจากตรงไหน?"
เรย์มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "ตามผมมาที่ห้องเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว... ที่นั่นมีร่องรอยดิจิทัลที่ไอ้คนทรยศมันลบไม่หมดหลงเหลืออยู่"
พูดจบ เรย์ก็จูงมือคีย์ให้ก้าวเดินตามออกไปทันที แรงกระชับที่ฝ่ามือแน่นหนาและอบอุ่นจนคีย์ต้องยอมปล่อยให้ตัวเองถูกจูงไปโดยไม่คิดจะขัดขืน ทั้งสองเดินลัดเลาะผ่านทางเดินยาวของแผนกเทคโนโลยีที่ตอนนี้ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากเพดานที่สะท้อนเงาของพวกเขาลงบนพื้นกระเบื้องมันปลาบ
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม คีย์เหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำหน้า ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านในอกอย่างประหลาด ในสถานการณ์ที่วิกฤตที่สุดและไว้ใจใครไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว กลับมีผู้ชายคนนี้ที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาอย่างไม่ลังเล
ประตูห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดินเปิดออกด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือของเรย์ กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศและเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์นับร้อยตัวดังหึ่งๆ คีย์รีบตรงไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลัก นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วเพื่อดึงข้อมูลล็อกไฟล์ย้อนหลังขึ้นมาแสดงผล
"เจออะไรไหม?" เรย์ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ก้มตัวลงมาท้าวแขนกับพนักเก้าอี้ที่คีย์นั่งอยู่ จนร่างของคีย์ถูกโอบล้อมไว้โดยปริยาย กลิ่นกายสะอาดๆ ของเรย์ลอยเข้าจมูกจนคีย์ต้องแอบสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว
"อืม... ระบบล็อกอินถูกใช้ตอนตีสองของเมื่อคืน ไอพีแอดเดรสมาจาก..." คีย์ชะงัก นิ้วที่กำลังพิมพ์หยุดกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างเมื่อหน้าจอแสดงผลชื่อผู้ใช้งานที่เข้าสู่ระบบ
เรย์ขมวดคิ้ว "ใคร?"
"ไม่ใช่คนในทีมเรา..." คีย์หันขวับมามองหน้าเรย์ สีหน้าซีดเผือด "แต่เป็นรหัสผ่านของผู้บริหารระดับสูง... และคนที่ถือสิทธิ์นี้คนเดียวในบริษัทตอนนี้ คือกวิน!"
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องเซิร์ฟเวอร์แตกละเอียดพร้อมกับร่างเงาดำปริศนาที่พุ่งทะลุเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับประกายแสงเย็นเฉียบของวัตถุบางอย่างในมือที่พุ่งตรงมายังพวกเขา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ระทึกนี้ไปด้วยกันนะครับ!
เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค•ตอนที่ 26
วิกฤตที่รอคอย
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!