"เลิกทำหน้าเหมือนผมติดหนี้คุณร้อยล้านสักทีได้ไหมครับ คุณคีย์... โปรเจกต์ 'PulseCore' ของเราปิดดีลกับเซิร์ฟเวอร์หลักได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วนะ ควรรื่นเริงมากกว่าจะมานั่งเช็คโค้ดบรรทัดสุดท้ายซ้ำเป็นรอบที่สิบนะครับ"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของเรย์ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่ทิ้งตัวลงนั่งบนพนักเก้าอี้ทำงานของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ แก้วกาแฟเอสเพรสโซ่สองแก้วถูกวางกระแทกเบาๆ บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตและหน้าจอโค้ดดิ้งที่ยังคงเรืองแสงสีฟ้า
คีย์เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ แววตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววความเหนื่อยล้าเจือความดื้อรั้น เขาดันแว่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพ่นลมหายใจยาวเหยียด
"ผมไม่ได้กังวลเรื่องโค้ดครับเรย์... แต่มันแปลกเกินไป" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความจริงจังจนรอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเรย์ค่อยๆ เลือนหายไป "กวินยอมปล่อยมือจากโปรเจกต์นี้ง่ายเกินไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้เล่นตุกติกทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้ระบบอัปเดตผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง ความเงียบของมันหลังจากที่เราประกาศความสำเร็จ... น่ากลัวกว่าตอนที่มันอาละวาดเสียอีกนะครับ"
เรย์หรี่ตามองคนตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอีกครั้งอย่างนึกสนุก แม้ในใจจะยอมรับลึกๆ ว่าคีย์ในโหมดจริงจังและรอบคอบเช่นนี้มีเสน่ห์จนละสายตาได้ยากเหลือเกิน ตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พวกเขาต้องติดแหงกอยู่ด้วยกันในห้องพาร์ตี้รูมเพื่อแก้บั๊กและกู้สถานการณ์วิกฤต จากคู่กัดที่จ้องจะฟาดฟันกันด้วยฝีปากและทักษะเฉพาะตัว กลายเป็นความเข้าใจที่ไร้รอยต่ออย่างน่าประหลาด
"คุณกำลังเป็นห่วงผมเหรอครับ คุณหัวหน้าโปรแกรมเมอร์" เรย์โน้มตัวเข้าไปใกล้ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นคาเฟอีนปะทะเข้ากับพวงแก้มของคีย์
คีย์ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่รักดี เขารemind ตัวเองให้ตั้งสติ ถอยหลังหนีสายตาแพรวพราวคู่นั้น แต่ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับพนักเก้าอี้จนไร้ทางถอย
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยครับเรย์ ผมแค่ไม่อยากให้ความพยายามของทีมเราต้องพังเพราะความประมาท... ถอยออกไปหน่อยครับ คุณกำลังล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของผมนะ" คีย์เอ่ยเตือนเสียงเข้ม ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับทรยศคำพูดของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
เรย์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมขยับตัวถอยหลังออกไปนิดหน่อยตามคำขอ แต่สายตายังคงพินิจพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง ใครจะคิดว่าผู้ชายจอมระเบียบ เย็นชา และไร้มนุษยสัมพันธ์คนนั้น จะมีมุมที่ทุ่มเท ยอมอดหลับอดนอนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมรบกับเขาจนหยดสุดท้าย... ความสำเร็จของ PulseCore ในวันนี้ ไม่ใช่แค่ชัยชนะทางเทคโนโลยี แต่มันคือเครื่องพิสูจน์ว่า 'กำแพง' ที่คีย์สร้างขึ้นเริ่มมีรอยร้าว และเรย์ตั้งใจจะเป็นคนพังมันลงด้วยมือตัวเอง
"โอเคๆ ยอมถอยก็ได้ครับ..." เรย์ยกมือขึ้นยอมแพ้ทีเล่นทีจริง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "แต่ที่คุณพูดก็มีเหตุผล... ในเมื่อตอนนี้เราพักรบชั่วคราว และงานใหญ่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทำไมเราไม่ไปฉลองกันหน่อยล่ะครับ? ข้างล่างมีบาร์เปิดใหม่ บรรยากาศใช้ได้เลยนะ"
"ผมไม่ว่าง ผมมีงานที่ต้องเคลียร์ต่อ..."
"ปฏิเสธคำชวนของหัวหน้าโปรดักชั่นผู้หล่อเหลาและสร้างรายได้หลักให้บริษัทเนี่ยนะ ใจร้ายจังนะครับคุณคีย์" เรย์แกล้งทำเสียงตัดพ้อ ดวงตาคู่คมฉายแววอ้อนวอนแกมบังคับกลายๆ "ถือซะว่าเป็นการพักผ่อนสมองจากโค้ดบ้าๆ นั่นเถอะครับ ถ้าคุณยังนั่งหน้าจอต่ออีกสองชั่วโมง ผมรับรองว่าคุณได้น็อคคาสายตาผมแน่ๆ"
คีย์มองหน้าคนที่ยืนค้ำหัวอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ต่อความดื้อดึงและเหตุผลที่อีกฝ่ายหยิบยกขึ้นมา เขาปิดหน้าจอแล็ปท็อปเสียงดังพับ ถอดแว่นสายตาวางลงบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"ก็ได้ครับ... แค่แป๊บเดียวเท่านั้นนะเรย์ ผมมีเวลาให้คุณถึงเที่ยงคืน"
รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเรย์ทันทีราวกับเด็กที่ได้รับของ
"รับทราบครับท่านประธาน... เชิญครับ"
บรรยากาศภายในบาร์กึ่งผับสไตล์ลอฟท์ยามค่ำคืนค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเป็นวันธรรมดา แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้บรรยากาศดูเป็นส่วนตัว ทั้งคีย์และเรย์เลือกนั่งที่มุมด้านในสุดติดกระจกใสที่มองเห็นวิวแสงไฟของเมืองหลวงย่างก้าวไปตามจังหวะเวลา แก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีอำพันถูกวางลงตรงหน้า พร้อมกับเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดตลอดหลายวันที่ผ่านมา
"ชนแก้วครับ... ให้กับความเหนื่อยยากที่เราเกือบฆ่ากันตายไปหลายรอบ" เรย์ยกแก้วขึ้นระดับสายตา รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนมุมปาก
คีย์มองแก้วในมือชั่วครู่ ก่อนจะยอมชนแก้วกับอีกฝ่ายเบาๆ "ให้กับความสำเร็จ... และหวังว่าคุณจะไม่สร้างภาระให้ผมในโปรเจกต์หน้าอีกนะครับ"
"ระดับผมไม่มีคำว่าภาระหรอกครับ มีแต่ความเร้าใจ" เรย์ยักคิ้วกวนๆ ก่อนจะจิบเครื่องดื่มในแก้ว ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ภายใต้แสงไฟสลัวนี้ คีย์ดูผ่อนคลายมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา เส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการใช้มือสางเมื่อครู่ทำให้เจ้าตัวดูเข้าถึงง่ายขึ้นอย่างประหลาด
"มองอะไรครับ หน้าผมมีโค้ดติดอยู่หรือไง" คีย์เอ่ยถามเมื่อรู้ตัวว่าถูกจ้องนานเกินไป
"เปล่าครับ... แค่กำลังคิดว่า ถ้าวันแรกที่เราเจอหน้ากัน แล้วคุณทำหน้าแบบนี้ใส่ผมตั้งแต่ทีแรก ผมอาจจะตกหลุมรักคุณเร็วกว่านี้ก็ได้นะ"
คำพูดหยอกเย้าที่แฝงความนัยจริงจังทำเอาคีย์เกือบสำลีเครื่องดื่มในคอ เขาวางแก้วกระแทกโต๊ะเบาๆ พลอยส่งค้อนขวับให้คนพูดทันที
"พูดจาเหลวไหลอะไรของคุณเรย์ ดื่มมากไปหรือเปล่าครับเนี่ย"
"ผมพูดจริงนะคีย์..." เรย์เปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ฝั่งที่คีย์นั่ง มือหนาวางทับลงบนหลังมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างถือวิสสัมผัส สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้คีย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก แต่มันสั่นไหวและทรงพลังจนคนใจแข็งอย่างคีย์ไม่กล้าแม้แต่จะเบือนหน้าหนี
"เรย์... คุณ..."
"ตลอดเวลาที่เราทำงานด้วยกัน คุณคือคนที่ทำให้ผมทึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า... และตอนนี้ ผมไม่อยากเป็นแค่เพื่อนร่วมงานหรือคู่กัดของคุณอีกต่อไปแล้วล่ะครับคีย์"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาในระยะประชิดท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ หัวใจของคีย์เต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเงียบโรยตัวลงระหว่างพวกเขามີเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่าก่อนที่คีย์จะได้ทันเอ่ยคำใดเพื่อทำลายความเงียบงันและหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะนี้...
*กริ๊งงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเรย์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ เรย์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะหยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ทว่าทันทีที่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา สีหน้าขี้เล่นและผ่อนคลายของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดในเสี้ยววินาที
เรย์กดรับสาย น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามสั้นๆ "มีอะไร?"
(เรย์! นายรีบเช็คอีเมลด่วนเลย ระบบเซิร์ฟเวอร์สำรองของ PulseCore โดนแฮก! ข้อมูลฐานข้อมูลลูกค้าทั้งหมดกำลังถูกดูดออกไป... และฝั่งนั้นทิ้งข้อความท้าทายไว้ว่า 'เกมเพิ่งเริ่มต้น')
เรย์หน้าซีดเผือด เขารีบหันขวับมามองหน้าคีย์ที่ตอนนี้แววตาเย็นชาคู่นั้นกลับมาประกายความคมกริบราวกับมีดโกนทันทีที่เห็นปฏิกิริยาของเขา
"เกิดอะไรขึ้นครับเรย์" คีย์เอ่ยถามเสียงเยือกเย็น หัวใจที่เคยเต้นรัวเพราะความเขินอายเมื่อครู่ ดิ่งวูบลงสู่ความจริงอันแสนโหดร้าย
เรย์วางสายโทรศัพท์ มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับคีย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล
"กวิน... มันไม่ได้ยอมแพ้ครับ แต่มันส่งโทรจันฝังไว้ในโค้ดตั้งแต่แรกแล้ว... ตอนนี้ระบบของเรากำลังจะพัง!"
หวังว่ารี้ดทุกท่านจะสนุกกับความปั่นป่วนในตอนนี้นะครับ ดาร์กไนท์จะรีบกลับมาต่อในตอนหน้าครับ
เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค•ตอนที่ 8
พักรบชั่วคราว
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!