เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค•ตอนที่ 9

รอยร้าวในอดีต

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบในความมืดของห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดิน กลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดผสมผสานกับความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ เรย์ยืนกอดอกพิงชั้นวางเซิร์ฟเวอร์ ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังของคนที่นั่งอยู่หน้าจอด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย คีย์กำลังรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วสูง เสียงแป้นพิมพ์ดังรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้อง แต่มันไม่มีจังหวะจะโคนเอาเสียเลย มันคือความเร่งรีบที่เจือด้วยความหวาดระแวงอย่างชัดเจน "หยุดพิมพ์แล้วหันมาคุยกันตรงๆ ดีกว่าไหมครับ คุณคีย์" เรย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมพอที่จะทำให้คนที่กำลังสมาธิหลุดชะงักกึก คีย์ยังคงไม่หันกลับมา นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ `Enter` ไหล่กว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มไหวสะท้อนเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด "ถ้าไม่มีอะไรทำ ก็กลับขึ้นไปข้างบนซะ เรย์ งานที่พาร์ที้รูมยังเหลืออีกเยอะ" "งานที่พาร์ที้รูมมันจัดการเรียบร้อยตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วแล้วครับ" เรย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝ่าเท้ากระทบพื้นคอนกรีตเกิดเสียงก้องกังวาน "แต่คนที่ควรจัดการให้เสร็จตอนนี้... คือปัญหาที่คุณซ่อนไว้ในฐานข้อมูลลับนี่ต่างหาก" คีย์สะดุ้งเล็กน้อย หัวข้อโค้ดบรรทัดสุดท้ายบนหน้าจอถูกลบหายไปในพริบตาด้วยปุ่ม `Ctrl+Z` ร่างสูงโปร่งดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันกลับมาเผชิญหน้ากับหัวหน้าทีมโปรดักชั่นด้วยแววตาที่แข็งกร้าว เย็นชา และเต็มไปด้วยกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องบางสิ่งบางอย่าง "คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับไฟล์ส่วนตัวของผม เรย์" คีย์กดเสียงต่ำ รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดลงไปหลายองศา "เราเป็นแค่พาร์ทเนอร์ร่วมโปรเจกต์ ไม่ใช่เจ้าชีวิตใคร" "พาร์ทเนอร์เหรอครับ?" เรย์หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไหววับด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "ถ้าเราเป็นแค่พาร์ทเนอร์ ทำไมผมถึงต้องมานั่งทนเห็นคุณทำร้ายตัวเองอยู่ลับหลังด้วยล่ะ! ไฟล์ที่คุณพยายามลบเมื่อกี้... มันคือโค้ดระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทเก่าที่คุณเคยทำงานไม่ใช่เหรอครับ คีย์?" ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของเรย์ พร้อมกับบรรยากาศในห้องที่ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็ง คีย์ชะงักค้าง ราวกับถูกกระชากหน้ากากที่สวมไว้ออกในเสี้ยววินาที ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยไร้ความรู้สึกบิดเบี้ยวลงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวข้างใน "คุณ... ไปรู้อะไรมา?" คีย์เค้นเสียงถาม ร่างกายก้าวถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว "ผมไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณเลยสักนิด ถ้ามันไม่ได้กำลังจะพังโปรเจกต์ที่เราเหนื่อยกันมาหลายเดือน!" เรย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งคู่ต้องสบตากันตรงๆ ปลายจมูกแทบจะชนกันในความมืดสลัวของห้องเซิร์ฟเวอร์ "คุณกำลังถูกกวินเล่นงานจากเบื้องหลัง และไอ้โค้ดที่คุณพยายามลบหนีเนี่ย มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะพิสูจน์ว่าคุณไม่ได้ขโมยข้อมูลบริษัทเก่า... แต่คุณกำลังถูกใส่ร้าย!" คีย์เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือที่กำไว้ข้างลำตัวสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำสีดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของวันที่เขาถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ ภาพของใบหน้าเย็นชาของเพื่อนสนิทที่หักหลัง และเสียงซุบซิบนินทาที่ไล่ล่าเขาออกจากวงการเทคฯ ในตอนนั้น มันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจที่ด้านชาของเขาจนปวดร้าว "คุณไม่เข้าใจหรอ... เรย์" เสียงของคีย์แผ่วเบาลง เจือความสั่นเครือที่เจ้าตัวพยายามควบคุมอย่างสุดความสามารถ "คนอย่างผม... มันไม่คู่ควรกับการมีความเชื่อใจใครหรอก ตั้งแต่เรื่องวันนั้น... ทุกคนที่เข้ามาใกล้ผม ล้วนมีจุดประสงค์แอบแฝงทั้งนั้น แม้กระทั่งคุณ..." เรย์ชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย หัวใจกระตุกวูบ ความโกรธที่เคยคุกรุ่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหนับหน่วงในอกที่บีั้นจนหายใจไม่ออก เขายื่นมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนท่อนแขนที่เกร็งเครียดของคีย์อย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่ไร้การรุกราน แต่เต็มไปด้วยความจริงใจที่ดื้อรั้น "ผมไม่ใช่คนพวกนั้นนะ คีย์" เรย์กระซิบแผ่วเบา ดวงตาคู่คมมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของอีกฝ่าย "ต่อให้คนทั้งโลกจะบอกว่าคุณเป็นคนร้าย แต่ถ้าหลักฐานในมือผมบอกว่าไม่ใช่... ผมนี่แหละที่จะยืนอยู่ข้างคุณเอง" คีย์เงີยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้าม หัวใจที่ปิดตายมานานหลายปีเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเริ่มปริร้าวทีละน้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเรย์แผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด ส่งผลให้ขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่อบอวลด้วยแรงดึงดูดประหลาด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงทีละน้อย ความโกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความโหยหาและความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอด เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านในอก คีย์หลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนาน ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันเพื่อปลดเปลื้องปมในอดีต *กริ๊ก! เสียงประตูห้องเซิร์ฟเวอร์เปิดผางออกอย่างแรง!* แสงไฟสว่างจ้าจากทางเดินสาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืด พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะเวลาซึ้งของคู่รัก... เอ๊ย พาร์ทเนอร์หรือเปล่าเนี่ย?" เสียงกวนประสาทของกวินดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่ชูขึ้นให้เห็นข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉาน คีย์และเรย์ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอของศัตรูตัวฉกาจ "แกต้องการอะไร กวิน?" เรย์ก้าวขึ้นมาบังหน้าคีย์ไว้ สายตาดุดันจ้องมองผู้มาใหม่เขม็ง กวินหัวเราะในลำคออย่างผู้มีชัย ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตเข้ามาใกล้ แล้วพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคีย์เย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ "เปล่าหรอก... แค่จะมาบอกว่า ตอนนี้ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด ถูกส่งตรงไปยังบอร์ดบริหารของบริษัทคู่แข่งเรียบร้อยแล้วล่ะ... และคุณคีย์เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาขโมยความลับทางราชการได้เลยนะ" หวังว่ารี้ดทุกท่านจะลุ้นไปกับปมร้อนๆ ในตอนนี้ทุกลมหายใจนะครับ ดาร์กไนท์จะรีบกลับมาเฉือนคมอารมณ์กันต่อในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%