กลิ่นอายของชาออร์แกนิกราคาแพงที่ลอยกรุ่นอยู่กลางห้องรับรองพิเศษ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งทำให้ความอึดอัดระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยราwanถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว ในมือของเธอคือแฟ้มประวัติคนไข้ที่ถูกเปิดค้างไว้เพื่อแสดงออกอย่างชัดเจนว่า การมีตัวตนอยู่ของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้มีความสำคัญไปกว่าภาระหน้าที่การงานของเธอเลยแม้แต่น้อย
"คุณควรจะกลับไปได้แล้วนะคะ ธีร์ธนัตถ์"
สุ้มเสียงหวานนุ่มที่เคยเอ่ยวาจาออดอ้อนและพะเน้าพะนอเขาด้วยความรักเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับราบเรียบ ราวกับกำลังขับไล่ไสส่งพนักงานขายประกันที่น่ารำคาญคนหนึ่งเท่านั้น
ธีร์ธนัตถ์ขยับตัวเข้าหา ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษส่งกลิ่นกายหรูหราอันคุ้นเคย เขากำลังพยายามลดช่องว่างระหว่างกันด้วยความกระวนกระวายใจที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งตามนิสัย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับสั่นระริกยามกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เปล่งประกายความมั่นใจและศักดิ์ศรีเต็มเปี่ยม
"ริน... ผมแค่อยากคุยกับคุณเรื่องของเรา เรื่องในอดีตที่..."
"อดีตเหรอคะ?" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เสียงหัวหัวเราะในลำคอของเธอบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "น่าขันเสียจริงนะคะที่คุณยังมีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นหลงเหลืออยู่ นึกว่าสมองระดับซีอีโอของคุณจะถูกใช้ไปกับการกอบโกยผลกำไรจนลืมไปหมดแล้วเสียอีกว่า คุณเคยทำอะไรกับผู้หญิงที่ชื่อรินรดาไว้บ้าง"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้สันจมูกโด่งเป็นสันของธีร์ธนัตถ์กระตุกวูบ มือหนาที่วางอยู่บนตักเผลอกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าผมมันโง่เง่าแค่ไหนที่ปล่อยมือคุณไปในวันที่คุณต้องการผมมากที่สุด ริน ผมขอโทษ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและทรงอำนาจ บัดนี้กลับเจือความเวทจนและร้าวรานอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน
"คำขอโทษของคุณมันไม่มีราคาค่างวดอะไรสำหรับฉันหรอกค่ะ ธีร์ธนัตถ์" รินรดาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นและหยาดหยัน "ในวันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจ ในวันที่ฉันอุ้มท้องร่าง1ายบอบช้ำแล้วถูกคุณไล่ตะเพิดออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา คุณเคยเอ่ยคำว่าขอโทษสักคำไหม? คุณเคยหันกลับมามองฉันด้วยสายตาแบบนี้บ้างไหม?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ...
ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของธีร์ธนัตถ์จนเจียนตาย ภาพที่เขาผลักไสเธอ ภาพที่เขาเย็นชาใส่ และภาพที่เธอต้องเดินจากไปท่ามกลางสายฝนอันหนาวเหน็บโดยไม่มีแม้แต่ร่มคันเดียว
"แต่วันนี้..." รินรดาเดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นห้องดังเป็นจังหวะราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความพินาศ เธอยืนโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "คุณกลับเดินหน้าด้านๆ เข้ามาหาฉัน ทำท่าทางโหยหา ทำตัวเหมือนสุนัขที่สูญเสียเจ้าของ... น่าสมเพชจังเลยนะคะ"
"รินรดา!" ธีร์ธนัตถ์ผุดลุกขึ้นคว้าข้อแขนเรียวไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงเพราะเขากลัวเธอจะเจ็บ แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขากลับทำให้รินรดาปัดออกอย่างไร้เยื่อใยราวกับถูกของร้อน
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! คุณเป็นแค่... คนแปลกหน้าที่น่ารังเกียจสำหรับฉันเท่านั้น อย่าลืมสถานะของตัวเองสิคะ อดีตสามีผู้สูงส่ง"
ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นทำเอาธีร์ธนัตถ์เซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกราวกับถูกกรีดด้วยมีดนับพันเล่ม เขายืนอ้าปากค้าง พูดไม่ออก ได้แต่ยอมรับทัณฑ์ทรมานที่เธอบรรจงหยิบยื่นให้อย่างสาสม เพราะเขารู้ดีว่าทุกคำที่เธอพูด... คือความจริงที่เขาไม่มีสิทธิ์แก้ตัว
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"คุณรินครับ เคสผ่าตัดด่วนช่วงบ่ายพร้อมแล้วนะ... เอ๊ะ ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า"
อคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุกระหว่างคนทั้งสอง ดวงตาคมกวาดมองธีร์ธนัตถ์ด้วยความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์อย่างไม่ปิดบัง
ธีร์ธนัตถ์หันขวับไปมองผู้ชายคนใหม่ที่ยืนเคียงข้างภรรยาเก่าของตนเอง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความหึงหวงและโทสะพุ่งพล่านจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นจุล
รินรดาปรายตามองอคินด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่แตกต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว เธอยกมือขึ้นแตะแขนของอคินเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่มีอะไร
"ไม่เป็นไรค่ะคุณอคิน ฉันกำลังจะเคลียร์ธุระกับ 'คนนอก' พอดี... เราไปกันเถอะค่ะ"
คำว่า 'คนนอก' พุ่งเข้าปะักกลางอกของธีร์ธนัตถ์เต็มแรง เขาไม่อาจทนมองภาพที่เธอยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นได้อีกต่อไป ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเข้าไปกระชากตัวเธอให้พ้นจากอ้อมกอดของไอ้หมောนั่น ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขากลับสั่นครืนขึ้นมาเสียก่อน
ธีร์ธนัตถ์หยิบขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด แต่เพียงแค่กวาดตาอ่านข้อความบนหน้าจอ หน้าที่เคยคมเข้มก็ซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด
[ผลตรวจ DNA ระหว่างคุณกับเด็กชายธีรเดช ออกมาแล้วครับ... ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด 99.99%]
หัวใจของธีร์ธนัตถ์หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ร่างกายชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองรินรดาที่กำลังเดินคลอเคลียออกไปจากห้องกับอคินด้วยความรู้สึกที่พังทลายลงมาทั้งแถบ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมอินและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าสัญญาว่าตอนหน้า ความลับที่ถูกซ่อนไว้จะพลิกผันจนทุกคนต้องวางไม่ลงอย่างแน่นอนค่ะ!
ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 11
กำแพงที่สูงขึ้น
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์เยือกแข็งของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!